โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ระวังตกขบวน ปี 2567 ถึงคราว ‘หุ้นญี่ปุ่น’ ผงาด

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 30 ม.ค. 2567 เวลา 06.26 น. • เผยแพร่ 30 ม.ค. 2567 เวลา 01.45 น.

บทความโดย "ตราวุทธิ์ เหลืองสมบูรณ์" CEO Jitta Wealth

วันที่ 30 มกราคม 2567 แรงเกินต้านจริง ๆ สำหรับตลาดหุ้นญี่ปุ่นที่สดใสตั้งแต่ต้นปี 2567 ที่ล่าสุดทั้งดัชนี TOPIX และดัชนี Nikkei 225 ทำจุดสูงสุดใหม่ในรอบ 34 ปี แบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อนในประวัติศาสตร์ ที่สำคัญเป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง หลังจากปี 2566 สามารถโชว์ฟอร์มหรูให้ผลตอบแทนได้สูงกว่า 28% เป็นหนึ่งในตลาดที่ทำผลงานดีที่สุดของโลกทีเดียว

ก่อนอื่น ผมขอแสดงความยินดีกับนักลงทุนชาว Jitta Wealth ที่กำลังถือ Jitta Ranking หุ้นญี่ปุ่นทุกคนด้วย ยิ่งใครที่ลงทุนตั้งแต่ผมเปิดกองทุนนี้เมื่อปี 2565 มาถึงตอนนี้เชื่อว่ายิ้มออกทุกคนเป็นแน่ ด้วยผลตอบแทน 7.46% ในปี 2566 เพราะในเวลานั้นญี่ปุ่นอยู่ในช่วงที่เพิ่งโผล่พ้นน้ำจาก The lost decade เป็นช่วงที่หุ้นญี่ปุ่นอยู่นอกสายตาใครหลายคน แต่สำหรับผมในเวลานั้นที่ตัดสินใจเปิดกองทุนญี่ปุ่นเพราะมองว่าหุ้นญี่ปุ่นกำลังเข้าหลักการ VI ที่เน้นให้เลือกหุ้นดีราคาถูกมาครอบครอง

แล้วปีนี้หุ้นญี่ปุ่นจะติดเครื่องวิ่งไปต่อแรงแค่ไหน ? ที่สำคัญยังมีปัจจัยอะไรบ้าง ที่จะเอื้อต่อแนวโน้มลงทุนในระยะข้างหน้า ตลาดยังมีเซนติเมนต์ดีอยู่ใช่มั้ย

‘เงินเยนอ่อนค่า’ หัวเชื้อหลักดึงเม็ดเงินต่างชาติ

ส่วนตัวผม เป็นนักลงทุนสาย VI ตามรอยปู่ Warren Buffett ขอตอบเลยว่า ผมยังเชื่อมั่นว่า ปีนี้ตลาดหุ้นญี่ปุ่นยังมีแนวโน้มที่จะแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง จากกระแสนักลงทุนต่างชาติที่หลั่งไหลเข้าซื้ออย่างคึกคัก หลังจากที่ปู่ Buffett นำร่องเพิ่มน้ำหนักลงทุนในตลาดหุ้นญี่ปุ่นมาตั้งแต่ปีที่แล้ว ทำให้ทั่วโลกหันเรดาห์มาหาหุ้นญี่ปุ่น แรงซื้อต่างชาติไหลล้นทะลักจนดันดัชนี TOPIX และดัชนี Nikkei 225 ทำนิวไฮในรอบ 34 ปี กันไปแล้วช่วงต้นปี 2567 นี้เอง

สำหรับปี 2567 ปัจจัยหลัก ๆ ที่ขับเคลื่อนตลาดหุ้นญี่ปุ่นให้ไปต่อได้ แน่นอนว่า ต้องมีหัวเชื้อจาก ‘เงินเยนที่อ่อนค่าแรง’ เป็นปัจจัยที่เห็นชัดและจับต้องได้ ในช่วงหลายปีมานี้ ค่าเงินเยนอ่อนช่วยส่งผลบวกต่อภาคส่งออกที่ดีขึ้น

ขณะที่ภาคท่องเที่ยวถือเป็นโอกาสทองของญี่ปุ่น เพราะยังเป็นหมุดหมายที่นักท่องเที่ยวต่างชาติ เลือกเข้ามาเที่ยวได้ในราคาถูก ปี 2566 มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติกลับมาเกินกว่าในช่วงก่อนโควิดแล้ว และเสน่ห์ตลาดหุ้นญี่ปุ่น ที่ถูกปู่ Buffett จุดพลุให้เป็นขุมทรัพย์ที่ไม่ลึกลับอีกต่อไป

ปีนี้มุมมองของนักวิเคราะห์หลายค่าย ยังเชื่อว่าตลาดหุ้นญี่ปุ่นจะดึงดูดเงินลงทุนต่างชาติไหลเข้าได้อย่างต่อเนื่อง

ตัวแปรหลักที่เป็นแรงส่งให้เงินเยนอ่อนค่าต่อเนื่อง มาจากการคงนโยบายการเงินผ่อนคลายเป็นพิเศษมายาวนาน ล่าสุดเมื่อวันที่ 23 ม.ค. 2567 ผลประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) นัดแรกของปีนี้ คณะกรรมการ BOJ มีมติคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ -0.1% และยังคงกำหนดให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นประเภทอายุ 10 ปีเคลื่อนไหวที่ระดับราว 0%

ทั้งนี้ BOJ ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงนโยบายควบคุมเส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (YCC) โดยกำหนดเพดานกรอบบนของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี ที่ระดับ 1.0% และให้ระดับดังกล่าวเป็นระดับอ้างอิง หรือ Reference Point เพื่อให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาว สามารถปรับตัวขึ้นได้อีก และเพื่อสะท้อนถึงสถานการณ์ทางเศรษฐกิจได้ดียิ่งขึ้น

‘คาซูโอะ อุเอดะ’ ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ระบุว่า เศรษฐกิจญี่ปุ่นยังคงมีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป พร้อมกับคาดการณ์ว่า โอกาสที่เงินเฟ้อของญี่ปุ่นจะปรับตัวสู่ระดับเป้าหมายของ BOJ ที่ 2% นั้น กำลังเพิ่มขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปเช่นกัน

กลับเข้าสู่ยุคเงินเฟ้อ

ตอกย้ำว่าญี่ปุ่นหลุดยุคเงินฝืด และกลับมาเข้าสู่ยุคเงินเฟ้อ ซึ่งเงินเฟ้อที่เพิ่งเริ่มกลับมายืนเหนือระดับ 2% ในปีที่แล้ว ทำให้ BOJ ยังไม่รีบปรับนโยบายผ่อนคลาย ประกอบกับจำเป็นต้องฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังเกิดแผ่นดินไหวเมื่อต้นปีด้วย

แถมยังส่งสัญญาณชัดเจนตั้งแต่ต้นปีนี้ว่า ไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนจุดยืนเชิงนโยบายของ BOJ ในทันที ท่ามกลางสัญญาณของภาวะเงินเฟ้อที่ผ่อนคลายลงและการเติบโตของค่าจ้างที่ซบเซา ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจอันเนื่องมาจากแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในช่วงต้นปี คาดว่าจะกระตุ้นให้ BOJ ยังคงรักษาภาวะการเงินที่ผ่อนคลายเป็นพิเศษเอาไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ท่ามกลางการใช้จ่ายของรัฐบาล ที่มากขึ้นในการเยียวยาและฟื้นฟูหลังภัยพิบัติ

แต่อย่างไรก็ตาม BOJ คาดการณ์ว่าในที่สุดก็จะต้องเริ่มกระชับนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายเป็นพิเศษภายในปี 2567 โดยฉันทามติคาดว่าจะเกิดขึ้นภายในไตรมาส 2 ปีนี้ ขึ้นอยู่กับข้อมูลทางเศรษฐกิจมากขึ้นในการตัดสินใจ ซึ่งหากมีการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยใด ๆ ก็ตาม ก็ถือได้ว่าจะเป็นยุคใหม่ของเศรษฐกิจญี่ปุ่น ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกันกับภาวะการเงินที่เข้มงวดมากขึ้นทั่วโลก นำโดยธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ที่ยังคงดอกเบี้ยระดับสูง เพื่อให้มั่นใจว่า มีแนวโน้มเงินเฟ้อกลับเข้าสู่กรอบเป้าหมาย 2% ได้ชัดเจน

แนวโน้มเงินเยนจะอ่อนค่าไปถึงไหน หลังจากปลายปีที่แล้ว เงินเยนทำสถิติอ่อนค่าสูงสุดในรอบ 15 ปีที่ 151.905 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐ ในราวต้นเดือนพฤศจิกายน 2566 ขณะที่จุดต่ำสุด (แข็งค่า) ของปีเกิดขึ้นในช่วงต้นปี 2566 โดยเงินเยนแข็งค่าสุดที่ 127.219 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐ นับเป็นการเปลี่ยนแปลงสูงกว่า 19% ในช่วงเวลา 1 ปี เป็นผลกระทบจากการดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายเป็นพิเศษอย่างต่อเนื่องของ BOJ ทั้งการตรึงดอกเบี้ยติดลบ สวนทางกับดอกเบี้ยโลกที่ขาขึ้นอยู่ และยังเข้าแทรกแซงตลาดพันธบัตรรัฐบาลเป็นระยะ ๆ เป็นปัจจัยที่ฉุดให้ค่าเงินเยนอ่อนค่าอย่างที่เห็นกัน

ค่าเงินเยนปีนี้ 150 เยนต่อดอลลาร์

มุมมองของนักวิเคราะห์ Goldman Sachs เมื่อปลายปีที่แล้ว ได้คาดการณ์แนวโน้มค่าเงินเยนในปีนี้อยู่ที่ระดับ 150 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐ

แนวโน้มค่าเงินเยนเป็นปัจจัยหลักที่นักลงทุนในตลาดโลกมองข้ามไม่ได้ ปี 2567 อาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญในการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น และเป็นหัวเลี้ยวหัวต่อของค่าเงินเยน และตลาดหุ้นในระยะข้างหน้า

จุดเปลี่ยนเศรษฐกิจญี่ปุ่นหลังโควิด19 ฟื้นตัว ผลงานบริษัทจดทะเบียนสดใส

ประเด็นที่สอง ปัจจัยพื้นฐานที่สนับสนุนให้ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเติบโตได้ในระยะข้างหน้า แน่นอนว่า ต้องมาจากภาพเศรษฐกิจ หลังจากที่เกิดภาวะเงินเฟ้อทำให้เห็นสัญญาณการเติบโตที่ดีขึ้นจากอดีตที่ญี่ปุ่นติดกับดักมานาน Lost Decade

เมื่อเร็ว ๆ นี้ Morgan Stanley คาดว่า เศรษฐกิจโลกในปีนี้ มีแนวโน้มเติบโตชะลอตัวลง และความท้าทายที่ธนาคารกลางทั่วโลกต้องเผชิญ คือ สมดุลระหว่างเงินเฟ้อและการชะลอตัวของเศรษฐกิจ ซึ่งในปีที่แล้ว เงินเฟ้อทะยานสูง และจะค่อย ๆ เริ่มปรับลดลงได้ภายในปี 2568 คาดการณ์ว่า GDP ญี่ปุ่นจะเติบโต 1% ในปีนี้ และ 1.1% ในปี 2568

ในปี 2567 รัฐบาลญี่ปุ่นประกาศมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงินกว่า 17 ล้านล้านเยนสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ เมื่อบวกกับการใช้จ่ายของรัฐบาลท้องถิ่นและเงินกู้ที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐ ขนาดของมาตรการแพ็กเกจนี้จะมีมูลค่ารวม 21.8 ล้านล้านเยน (ราว ๆ 5.2 ล้านล้านบาท)

โดยแพ็กเกจของมาตรการนี้จะมีทั้งการ ‘ลดภาษีเงินได้’ เพื่อช่วยเหลือครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาเงินเฟ้อ และกระตุ้นการลงทุนของภาคธุรกิจ ด้วย ‘มาตรการจูงใจทางภาษี‘ เพื่อส่งเสริมการลงทุนและการผลิตสินค้ายุทธศาสตร์ เช่น เซมิคอนดักเตอร์ และแบตเตอรี่แบบชาร์จไฟได้ นอกจากนั้นยังมีแผนการจัดตั้งกองทุนระยะเวลา 10 ปี มูลค่า 1 ล้านล้านเยน เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับอวกาศโดยภาคธุรกิจและมหาวิทยาลัย

รวมไปถึงการบรรลุการเพิ่มค่าจ้างสร้างอย่างยั่งยืน และส่งเสริมการลงทุนผ่านความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน พร้อมกันนี้รัฐบาลจะสร้างวิสัยทัศน์ความร่วมมือใหม่กับอาเซียนสำหรับอีก 5 ทศวรรษข้างหน้า

ญี่ปุ่นกำลังเดินหน้าปรับโครงสร้างเศรษฐกิจครั้งใหญ่ในรอบ 30 ปี ขณะที่คนรุ่นใหม่เป็นผู้บริโภคมากขึ้น มีความกล้าในการใช้จ่าย และเริ่มมีบทบาทต่อเศรษฐกิจมากขึ้น ส่งผลให้กำไรของบริษัทจดทะเบียน ในตลาดหลักทรัพย์ญี่ปุ่นเติบโตได้ดีขึ้นอย่างค่อนข้างชัดเจนในระยะหลังมานี้ เศรษฐกิจที่เติบโตได้ดีขึ้น รัฐบาลญี่ปุ่นชุดนี้คาดการณ์ว่า แผนการใช้จ่ายกระตุ้นเศรษฐกิจนี้จะเพิ่ม GDPโตเฉลี่ยประมาณ 1.2% ในช่วงเวลา 3 ปีข้างหน้า

นักวิเคราะห์เห็นพ้อง ตลาดหุ้นญี่ปุ่นพุ่งต่อ แล้วหุ้นกลุ่มที่วิ่งแรง

ในปีนี้ ตลาดหุ้นญี่ปุ่น เป็นหนึ่งในกลุ่มประเทศพัฒนาที่คาดว่า จะสดใสกว่าประเทศหลักๆ ที่กำลังตกอยู่ในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวจนถึงภาวะถดถอย

ผลสำรวจนักวิเคราะห์ของสำนักข่าวรอยเตอร์สเมื่อปลายปี 2566 พบว่า นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังคาดการณ์ว่า ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในญี่ปุ่นจะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง

นายมาซายูกิ คิชิกาวะ นักวิเคราะห์จากบริษัทซูมิโตโม มิตซุย ดีเอส แอสเซต แมเนจเมนต์ในกรุงโตเกียวระบุว่า อุปสงค์ในด้านการลงทุนและอุปสงค์ในกลุ่มผู้บริโภคเป็นปัจจัยหนุนตลาดหุ้นญี่ปุ่น พร้อมกับคาดการณ์ว่า ดัชนีนิกเกอิอาจพุ่งขึ้นแตะระดับ 39,500 จุด ในเดือน มิ.ย. 2567 และอาจพุ่งขึ้นแตะระดับ 40,900 จุด ภายในช่วงสิ้นปี 2567 ซึ่งถือเป็นการคาดการณ์ที่สดใสที่สุดในการสำรวจครั้งนี้

ส่วนมุมมองของ Nomura ระบุว่า ปัจจัยที่มีผลต่อตลาดหุ้นญี่ปุ่น คือ เศรษฐกิฐกิจญี่ปุ่นยังคงฟื้นตัว โดยคาดว่าจะฟื้นตัวต่อเนื่องจนถึงปี 2568 แต่อาจจะเติบโตช้าลงนับตั้งแต่ครึ่งปีหลังนี้ การเติบโตของผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนจะเป็นแรงขับเคลื่อนตลาดหุ้นญี่ปุ่น

โดยคาดว่า กลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการส่งออก เช่น ผู้ผลิตอุปกรณ์ชิ้นส่วนเซมิคอนดักเตอร์ ที่จะได้ประโยชน์จากการมีสินค้าคงคลังอยู่ในระดับต่ำสุด และอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ ที่กำลังผ่านจุดสูงสุด ส่วนกลุ่มที่ขึ้นกับความต้องการในประเทศ ที่เกี่ยวข้องกับระบบ และแอปพลิเคชั่น จะได้ประโยชน์จากการปรับขึ้นราคาและความต้องการที่แข็งแกร่ง ท่ามกลางการขาดแคลนแรงงาน ขณะที่กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ และอาหาร จะได้ประโยชน์จากราคาที่ปรับขึ้นอย่างยั่งยืนในระยะยาว

แม้ว่าเงินเยนจะแข็งค่าขึ้นตั้งแต่ต้นเดือนพฤศจิกายน 2566 แต่หุ้นญี่ปุ่นยังคงแข็งแกร่งเนื่องจากสกุลเงินยังคงค่อนข้างถูก และรายได้ของบริษัทก็อ่อนแอต่อความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศน้อยลง นักลงทุนในต่างประเทศยังชื่นชมการผลักดันของญี่ปุ่น

อีกมุมมองที่น่าสนใจ ‘มาซาชิ อาคุสึ’ หัวหน้านักยุทธศาสตร์ด้านตราสารทุนของ BofA Securities ในโตเกียว ระบุว่า “นักลงทุนนอกเอเชีย เช่น สหรัฐอเมริกา ยุโรป และตะวันออกกลาง ก็สนใจหุ้นของญี่ปุ่นเช่นกัน หากพวกเขาเชื่อมั่นจริงๆ ว่าญี่ปุ่นจะดีขึ้น พวกเขาจะปรับอันดับเครดิตขึ้น

โดยกลุ่มอุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่ปรับขึ้นในปีที่แล้ว ได้แก่ ธุรกิจการค้าที่ไต่ระดับขึ้นหลังจากมหาเศรษฐี Warren Buffett เพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัทที่ใหญ่ที่สุดในกลุ่มนี้ ในบรรดาดัชนีย่อย 33 รายการของ TOPIX บริษัทยาเป็นเพียงกลุ่มเดียวที่ลดลงในปีนี้ หลังจากพบความล้มเหลวในการทดลองทางคลินิกหลายครั้งหลายครา

ด้านบลูมเบิร์กระบุว่าภาคธุรกิจที่โดดเด่น ได้แก่ เซมิคอนดักเตอร์ นำโดย หุ้นของ Screen Holdings Co. เพิ่มขึ้น 172% ในปีที่แล้ว ทำให้เป็นหนึ่งในหุ้นที่มีผลงานดีที่สุดของ Nikkei 225 ขณะที่ หุ้นของ Advantest Corp. และ Renesas Electronics Corp. พากันปรับเพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่า เนื่องจาก Taiwan Semiconductor Manufacturing Co. ยักษ์ใหญ่ด้านเซมิคอนดักเตอร์จากไต้หวันสนใจสร้างโรงงานแห่งที่ 3 ในญี่ปุ่น ซึ่งจะผลักดัน ให้ใช้งบประมาณเพิ่มเติมเพื่อรองรับโครงสร้างพื้นฐานของชิป นักวิเคราะห์ระบุว่า หุ้นชิปของญี่ปุ่นพุ่งขึ้นเป็นประวัติการณ์จากสัญญาณความต้องการที่ฟื้นตัว

ภาคผู้ผลิตรถยนต์ ภาคยานยนต์ติดรายชื่อกลุ่มที่มีผลการดำเนินงานอันดับต้น ๆ เนื่องจากเงินเยนอ่อนค่าลง ช่วยให้ผู้ส่งออกมีรายได้สูงเป็นประวัติการณ์ ดัชนีย่อย Topix สำหรับบริษัทรถยนต์เพิ่มขึ้น 36% เมื่อเทียบเป็นรายปี Toyota Motor Corp. เติบโต 40% ถือเป็นปีที่ดีที่สุดนับตั้งแต่ปี 2556

กลุ่มการค้า บริษัทการค้า 5 แห่งที่ปู่ Warren Buffett ชื่นชอบเมื่อต้นปี 2566 ได้แก่ Mitsubishi Corp., Mitsui & Co., Sumitomo Corp., Marubeni Corp. และ Itochu Corp. ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 35% นับตั้งแต่รายงานในเดือนเมษายน ระบุว่าได้เพิ่มการถือครองหุ้น ส่งผลให้ดัชนีการค้าขายส่งของ Topix ซึ่งรวมถึงบริษัทเหล่านั้น ได้เพิ่มขึ้นมากกว่า 37% ในปีนี้

ตั้งแต่ต้นปีมานี้ดัชนี Nikkei 225 ทำสถิติสูงสุดในรอบเกือบ 34 ปี โดยเริ่มทำสถิติสูงสุดครั้งแรก วันที่ 9 ม.ค. 2567 จากนั้นก็ยังทำสถิติสูงสุดต่อเนื่องจนถึงวันที่ 17 ม.ค. 2567

นอกจาก บริษัทจดทะเบียนในญี่ปุ่นมีแนวโน้มผลประกอบการ (Earning) ที่เติบโตตามโมเมนตัมเศรษฐกิจญี่ปุ่นในระยะข้างหน้าแล้ว บริษัทส่วนใหญ่ยังมีฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง หรือมีเงินสดมากกว่าหนี้สิน ทำให้มีแนวโน้มจะเห็นการเข้ามาซื้อหุ้นคืนของบริษัทเหล่านี้ ซึ่งจะยิ่งทำให้ ROE ปรับตัวดียิ่งขึ้น

เลือกหุ้นรายตัวให้ปัง จากขุมทรัพย์ที่แรงข้ามปี

อีกหนึ่งแรงสนับสนุนให้ตลาดหุ้นญี่ปุ่นมีโอกาสไปต่อ นั่นคือ รัฐบาลได้ปรับปรุงโปรแกรม Nippon Individual Saving Account (NISA) ซึ่งเป็นบัญชีเพื่อการลงทุน สำหรับนักลงทุนที่เปิดและลงทุนตามเงื่อนไข จะได้รับยกเว้นภาษีเงินปันผล ส่วนต่างราคา และดอกเบี้ยรับ

โดยเพิ่มขนาดการลงทุนให้ใหญ่ขึ้นเป็น 3.6 ล้านเยน/คน/ปี และเพิ่มการลงทุนในโครงการ รวม 18 ล้านเยน/คน เริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2567 ซึ่งเป็นการดึงเงินออมของคนญี่ปุ่น ให้ออกมากระจายการลงทุนหาผลตอบแทนที่สูงกว่าการฝากเงิน

ขณะเดียวกันยังมีการปฏิรูปตลาดหุ้นญี่ปุ่น ให้เน้นเรื่องธรรมาภิบาลมากขึ้น สนับสนุนให้บริษัทจดทะเบียนมีการปรับโครงสร้างอย่างจริงจัง ซึ่งจะยิ่งเพิ่มมูลค่าหุ้นและส่งผลดีในระยะยาวให้หุ้นญี่ปุ่นยังมีอัพไซด์ได้สำหรับนักลงทุน

ผมเชื่อว่า ตลาดหุ้นญี่ปุ่น ยังเป็นเสมือนขุมทรัพย์ที่ยังมีเสน่ห์ให้ลงทุนได้ จากปัจจัยบวกข้างต้น

แต่คุณก็ยังต้องระวังความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนทั้งจากเศรษฐกิจโลก ความเสี่ยงจากดอกเบี้ยโลกที่อาจเปลี่ยนทิศเร็วกว่าคาด ซึ่งจะกระทบต่ออัตราแลกเปลี่ยน และเงินเยนจะได้รับผลกระทบมากเนื่องจากสัมพันธ์กับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ และยังต้องจับตาความเสี่ยงทางการเมือง ที่จะมาจากการเลือกตั้งผู้นำพรรค LDP ในเดือนกันยายนนี้ อาจทำให้เกิดความเสี่ยงที่ตลาดหุ้นจะผันผวนได้ในระยะสั้น

อย่างไรก็ตาม โดยธรรมชาติของตลาดหุ้นย่อมมีขึ้นและมีลงในระหว่างทาง แต่หากสถานการณ์ผ่านไป ก็จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ สิ่งสำคัญในการลงทุน คือ สร้างเรือให้แข็งแกร่ง เพื่อฝ่ามรสุมต่าง ๆ ได้ การเลือกเฟ้นหุ้นดีมีคุณภาพในราคาเหมาะสม ยังเป็นหลักการที่นักลงทุน VI ยึดมั่นเสมอมา เพื่อให้พอร์ตยังแข็งแกร่ง

พร้อมกันนี้ คุณต้องหมั่นติดตามหุ้นที่ลงทุนว่า โมเดลธุรกิจยังมีอนาคตการเติบโตมากหรือน้อยแค่ไหน ความสามารถในการทำกำไรเมื่อเกิดตัวแปรเปลี่ยนแปลง เช่น ดอกเบี้ย อัตราแลกเปลี่ยน กฎเกณฑ์การลงทุนหรือข้อกฎหมายทางธุรกิจ เป็นต้น ซึ่งจะทำให้คุณได้รับคำตอบที่ดีและมีความเชื่อมั่นต่อการลงทุน

สำหรับใครที่ยังต้องการหาแหล่งข้อมูลเพิ่มเติมในการเลือกหุ้นญี่ปุ่นเพื่อลงทุนในระยะกลางถึงระยะยาว คุณสามารถเข้าไปค้นหาข้อมูลหุ้นญี่ปุ่นได้ง่าย ๆ ที่ Jitta.com ที่มีการจัดอันดับ (Ranking) ไว้ เลือกหุ้นกลุ่ม Defensive ที่ยังมีการเติบโต หรือหุ้นที่มีโมเดลธุรกิจแข็งแรง หุ้นที่ได้ประโยชน์จากธีมดอกเบี้ย หรือการลงทุน ซึ่งมีตั้งแต่หุ้นขนาดใหญ่จนถึงขนาดเล็กที่มีโอกาสเติบโตในระยะยาว

และแน่นอน ผมขอย้ำให้คุณติดอาวุธการลงทุน ไม่ว่าจะเป็นการกระจายการลงทุน ด้วยการจัดสรรสินทรัพย์ (Asset Allocation) ให้บาลานซ์ความเสี่ยง และการลงทุนแบบถัวเฉลี่ย หรือ DCA อย่างสม่ำเสมอด้วย

เพราะนี่เป็นเพียงไม่กี่สิ่งในโลกการลงทุนที่คุณสามารถควบคุมได้ครับ ไม่เหมือนสภาวะตลาด เศรษฐกิจ หรือราคาหุ้น ค่าเงิน ที่คุณไม่สามารถควบคุมหรือคาดการณ์ได้เลย

อย่างน้อยก็ทำให้คุณอุ่นใจในยามที่สินทรัพย์ตัวใดตัวหนึ่งปรับตัวลดลง ก็ยังมีสินทรัพย์อื่น ๆ ในพอร์ตที่ยังมีกำไรให้ชื่นใจ และนอนหลับและตื่นขึ้นมามีความสุขทุกวัน

ผมย้ำว่าการลงทุนในสินทรัพย์ที่ดีช่วงที่ตลาดไม่น่าสนใจมันอาจจะฝืนใจในช่วงสั้น แต่ให้ผลตอบแทนที่หอมหวานในระยะยาว วันนี้คุณอาจจะเห็นว่า คนที่มีหุ้นญี่ปุ่นไว้ก่อนหน้านี้ รวมถึงลูกค้า Jitta Ranking หุ้นญี่ปุ่นกำลังยิ้มหวานได้ในเวลานี้

แต่นั่นก็เพราะเขาเหล่านั้นตัดสินใจฝืนอารมณ์ตลาด ลงทุนหุ้นญี่ปุ่นในเวลาที่ไม่มีคนสนใจมากนัก เป็นหลักการหนึ่งของนักลงทุนสาย VI ในการเลือกหุ้นดีราคาถูกนั่นเอง ยังไม่สายนะครับที่คุณจะเลือกเดินบนเส้นทางสาย VI ที่แม้จะฝ่าลมต้านความรู้สึกที่ต้อง ‘กลัวเมื่อคนอื่นกล้า และกล้าเมื่อคนอื่นกลัว‘ แต่ปลายทางที่ได้เห็นมันสวยงามจริง ๆ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ระวังตกขบวน ปี 2567 ถึงคราว ‘หุ้นญี่ปุ่น’ ผงาด

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...