โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

UTA เร่งคิกออฟ “อู่ตะเภา” ลุ้นรัฐแก้ปมรถไฟเชื่อม 3 สนามบิน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 04 เม.ย. 2567 เวลา 08.15 น. • เผยแพร่ 04 เม.ย. 2567 เวลา 08.15 น.

โครงการพัฒนาสนามบิน “อู่ตะเภา” และเมืองการบินภาคตะวันออก นับเป็นเมกะโปรเจ็กต์สำคัญของระบบโครงสร้างพื้นฐานหลักของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกหรือ EEC

โดยผู้ที่ได้รับสัมปทานดำเนินการคือ บริษัท อู่ตะเภาอินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัด หรือ UTA ซึ่งได้รับสิทธิการพัฒนาและบริหารโครงการ 50 ปี บนพื้นที่ 6,500 ไร่ ตั้งแต่ 19 มิถุนายน 2563

ติดปม “รถไฟเชื่อม 3 สนามบิน”

ล่าสุด“วีรวัฒน์ ปัณฑวังกูร” ซีอีโอ UTA บอกว่า ในเดือนมิถุนายน 2567 นี้จะครบ 4 ปีของการลงนามพัฒนาโครงการแล้ว และยอมรับว่าการดำเนินงานมีความล่าช้าจากแผนเดิมที่วางไว้ และปัจจุบันก็ยังไม่สามารถเริ่มงานก่อสร้างได้

โดยส่วนหนึ่งเป็นผลจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่มีผลกระทบ และทำให้มีการปรับแผนแม่บทการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา รวมทั้งยังติดเงื่อนไขข้อตกลงร่วมกับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน ซึ่งเป็นโครงการคู่แฝดกับการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก

เมื่อโครงการรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีด) เชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ยังไม่มีความชัดเจน ทำให้คู่สัญญายังไม่สามารถกำหนดเวลาส่งมอบพื้นที่และออกหนังสือ NTP (Notice to Proceed) ให้ UTA เริ่มงานได้

“ส่วนเงื่อนไขอื่นของ NTP ได้แก่ การทำ EHIA หรือรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ การเจรจากับกองทัพเรือว่าพื้นที่ไหนบ้างที่จะใช้งานร่วมกัน (Joint Use) และพื้นที่ที่ต้องสร้างใหม่เพิ่มเติม ประเด็นเหล่านี้เราได้ดำเนินการเรียบร้อยแล้ว”

คาดคิกออฟได้ปลายปี’67

“วีรวัฒน์” บอกว่า ระหว่างนี้ UTA ยังต้องรอความชัดเจนเรื่องรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินต่อไป อย่างไรก็ตาม คาดว่ารัฐบาลกำลังเร่งดำเนินการเจรจากับคู่สัญญาอยู่ โดยเชื่อว่าน่าจะได้ข้อยุติประมาณไตรมาส 2-3 ของปีนี้ และมั่นใจว่า NTP จะออกได้ประมาณปลายปี 2567

จากนั้นจะเร่งรัดดำเนินการก่อสร้าง เพื่อให้สามารถเปิดให้บริการระยะที่ 1 ได้ภายในปี 2571 ซึ่งจะช่วยสนามบินอู่ตะเภามีขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารเพิ่มจากปัจจุบัน 3 ล้านคนต่อปี เป็น 12 ล้านคนต่อปี เท่ากับสนามบินภูเก็ตในปัจจุบัน และเพิ่มเป็น 60 ล้านคนในอนาคต (เท่ากับสุวรรณภูมิ) ในปี 2603

“ข้อสรุปของโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินนั้น เป็นเรื่องของรัฐบาลกับคู่สัญญาที่รับสัมปทาน ซึ่งรัฐบาลต้องเร่งเคลียร์ และเราก็เชื่อว่าสุดท้ายจะต้องมีจุดสิ้นสุด และจะต้องเกิดขึ้นแน่นอน ส่วนจะเป็นผู้รับสัมปทานรายเดิม หรือจะเป็นรายใหม่ตามแผนพัฒนามันต้องมี เพราะรถไฟฟ้าความเร็วสูงเป็นตัวแปรสำคัญในการเพิ่มมูลค่าให้สนามบินอู่ตะเภา หากรถไฟความเร็วสูงไม่เกิด จะทำให้อู่ตะเภามีอุปสรรคและอาจจะกระทบแผนดึงนักลงทุนเข้าพื้นที่อีอีซี”

อีกทั้งยังเป็นตัวแปรสำคัญที่จะสนับสนุนให้สนามบินอู่ตะเภาเป็น “สนามบินนานาชาติเชิงพาณิชย์หลัก” แห่งที่ 3 เชื่อมสนามบินดอนเมืองและสุวรรณภูมิ และทำให้ 3 สนามบินสามารถรองรับผู้โดยสารรวมกันได้มากถึง 200 ล้านคนต่อปี

เพิ่มทุนรอตั้งแต่ปีที่แล้ว

อย่างไรก็ตาม ในระหว่างที่รอออก NTP ทาง UTA ก็ได้ดำเนินงานในส่วนอื่นไปบ้างแล้ว ซึ่งใช้เงินลงทุนแล้วกว่า 4,000 ล้านบาท อาทิ การออกแบบรายละเอียดการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา และการปรับแบบแอร์พอร์ตซิตี้ ฯลฯ

“วีรวัฒน์” บอกด้วยว่า บริษัท อู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัด หรือ UTA มีการเดินหน้าพัฒนาโครงการสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออกอย่างมาก โดยได้เพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 4,500 ล้านบาท เป็น 15,000 ล้านบาทไปตั้งแต่ปีที่ผ่านมา และเรียกชำระแล้ว 7,100 ล้านบาท

ทั้งนี้ ตามแผนพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาจะเป็นสนามบินแห่งแรกของประเทศไทยที่จะเป็นทั้งสนามบิน และดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยมีโครงการ “แอร์พอร์ตซิตี้” เป็นจุดขายหลักของเมืองการบินภาคตะวันออก ที่จะช่วยสนับสนุนด้านการท่องเที่ยวของประเทศด้วย

U-Tapao

นอกจากนี้ ยังจะตอบโจทย์ประเทศในด้านการขนส่งสินค้า ทั้งทางอากาศ (สนามบิน) ทางบก (มอเตอร์เวย์) ทางราง (รถไฟความเร็วสูง) และทางน้ำ (ท่าเรือ) ที่เชื่อมต่อไปยังทุกภูมิภาคของประเทศ

เรียกว่า เป็นทั้ง Logistics & Aviation และศูนย์กลางของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว

ประมูล “รันเวย์ 2” 1.6 หมื่นล้าน

“นาวาเอกรตน วันภูงา” หัวหน้าฝ่ายอำนวยการการท่าอากาศยานอู่ตะเภา ให้ข้อมูลว่า เมื่อปลายปี 2566 ที่ผ่านมา กองบัญชาการกองทัพเรือ (ทร.) ได้ออกประกาศเชิญชวนการจ้างก่อสร้าง (TOR) โครงการก่อสร้างทางวิ่งที่ 2 และทางขับ (รันเวย์ 2) สนามบินนานาชาติอู่ตะเภา วงเงินประมาณ 16,000 ล้านบาท

มีเอกชนเข้ามาซื้อทีโออาร์รวม 30 บริษัท โดยกำหนดให้ยื่นทีโออาร์ในวันที่ 20 พฤษภาคม 2567 นี้

“เรามั่นใจว่าจะได้ตัวผู้รับเหมาในช่วงกลางปี 2567 หลังจากนั้นจะเริ่มงานก่อสร้าง ใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 3 ปี และทดสอบอีกประมาณ 1 ปี คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2571”

อีก 10 ปีไทยขึ้น No.9 ของโลก

ด้าน “สุทธิพงษ์ คงพูล” ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) หรือ CAAT คาดว่า ในอีก 10 ปีข้างหน้าประเทศไทยจะมีจำนวนเที่ยวบินรวมที่ประมาณ 2 ล้านเที่ยวบินต่อปี และจะเป็นตลาดการบินที่ใหญ่เป็นอันดับ 9 ของโลก

โดยในปี 2562 ประเทศไทยมีปริมาณเที่ยวบินสูงสุดที่ 1.07 ล้านเที่ยวบิน ซึ่งถือว่ามีความหนาแน่นมากแล้วในช่วงนั้น ดังนั้นต้องคิดว่าหากประเทศไทยขึ้นเป็นอันดับ 9 ของโลก ด้วยจำนวนเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว ต้องมาดูว่าจะต้องวางแผนรองรับอย่างไร ทั้งในส่วนของสนามบินและเส้นทางบิน

แน่นอนว่า แค่สนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมือง ไม่เพียงพอรองรับอีกต่อไป จึงเป็นเหตุให้ต้องพัฒนา “อู่ตะเภา” ควบคู่ไปด้วย

ทั้งนี้ ในส่วนของ กพท. หรือ CAAT นั้น ได้มองด้านการเติบโตและสนับสนุนในด้านมาตรฐาน เพื่อให้สนามบิน “อู่ตะเภา” เป็นสนามบินหลักของประเทศในอนาคต

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : UTA เร่งคิกออฟ “อู่ตะเภา” ลุ้นรัฐแก้ปมรถไฟเชื่อม 3 สนามบิน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...