โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ผบ.ทร. แถลงเรือหลวงสุโขทัยอับปาง เสียชีวิตแล้ว 5 นาย

INN News

เผยแพร่ 20 ธ.ค. 2565 เวลา 11.45 น. • INN News

ด่วน! ผบ.ทร. แถลงคืบหน้าเรือหลวงสุโขทัยอับปาง เสียชีวิตแล้ว 5 นาย ชี้น้ำทะลักทำเรือล่ม รอสอบปมชูชีพไม่พอ ย้ำตรงไปตรงมา ไม่ปิดบังข้อมูล ขณะยันเร่งค้นหาอีก 24 นาย

พลเรือเอกเชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ พร้อมด้วย พลเรือเอกชลธิศ นาวานุเคราะห์เสนาธิการทหารเรือ ร่วมกันแถลงข่าวความคืบหน้าเหตุการณ์เรือหลวงสุโขทัยอับปาง ที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยผู้บัญชาการทหารเรือ เปิดเผยว่า เวลาประมาณ 15:00 น. วันนี้ พบผู้ประสบภัยเพิ่ม 6 นาย ในจำนวนนี้ เสียชีวิตแล้ว 5 นาย อีก 1 นาย อยู่ในการดูแลของแพทย์ และขณะนี้อยู่ระหว่างการเร่งค้นหากำลังพลที่ยังสูญหาย

สำหรับเรือหลวงสุโขทัยใช้งานมาแล้ว 36 ปี แต่อุปกรณ์และระบบอาวุธบนเรือทั้งหมด ยังมีศักยภาพใช้งานได้ดีในระดับสูง เพิ่งผ่านการซ่อมบำรุงครั้งใหญ่ เมื่อ2 ปีที่แล้ว เพื่อเตรียมไปประจำการณ์ ชายฝั่งทะเลอันดามัน และมีแผน จะขยาย อายุการใช้งานเรือ ต่อไปอีก ประมาณ10ปี

ทั้งนี้ จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากเรือหลวงสุโขทัย ออกปฏิบัติภารกิจลาดตระเวณ อยู่ในอ่าวไทยและนำกำลังพลไปร่วมงานถวายพระเกียรติกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ที่จังหวัดชุมพร แต่เนื่องจากมีคลื่นลมแรง ทะเลมีคลื่นสูง 3-4 เมตร ตั้งแต่อ่าวไทยตอนกลางไปถึงตอนล่าง น้ำเข้าหัวเรือ เข้าห้องเครื่องยนต์ และเครื่องจักรสำคัญในเรือ กำลังพลพยายามสูบน้ำออกด้วยเครื่องสูบน้ำที่มีอยู่ในเรือ

แต่ไม่ทัน เพราะน้ำทะลักเข้ามาจำนวนมาก แม้ว่าเรือรบจะถูกสร้างขึ้นมาแบบมีระบบผนึกน้ำ เพื่อป้องกันให้เรือลอยอยู่ได้ ต่างจากเรือสินค้าทั่วไป แต่ก็ยังไม่สามารถป้องกันไว้ได้ สุดท้ายระบบไฟฟ้าตัด จึงต้องลอยลำอยู่ ในระยะ 20 ไมล์ทะเล จากท่าเรือบางสะพาน และได้ ประสานกองทัพเรือ เพื่อขอความช่วยเหลือ ขณะเดียวกัน ก็มีเรือสินค้าและเรือบรรทุกน้ำมัน เข้าให้ความช่วยเหลือกำลังพลด้วย

ช่วงแรกที่วางแผน กองทัพเรือจะส่งเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่ช่วยสูบน้ำออกจากเรือหลวงสุโขทัย แต่ปริมาณน้ำมาก ไม่สามาถรถติดตั้ง เครื่องสูบน้ำได้ รวมทั้งการนำเรือหลวงกระบุรี เข้าเทียบช่วยกำลังพล ก็ทำได้ยาก

สำหรับการช่วยเหลือกำลังพลในเรือที่เกิดเหตุ ลูกเรือทุกนาย จะมีเสื้อชูชีพประจำตัวทุกคน และมีแพชูชีพ สำหรับขนย้ายกำลังพล ซึ่งจากการประเมิน พบว่า เรือเอียง 60 องศา คงที่ จึงยังไม่ลำเลียงคนออก แต่ปรากฎว่าน้ำเริ่มเข้าเรือเพิ่ม ทำให้เริ่มจมจากด้านท้าย จึงเกิดเหตุชุลมุนขึ้น และในช่วงนั้น สามารถช่วยเหลือกำลังพลได้ 75 นาย มีหลายนายบาดเจ็บ จากนั้นเช้าวันรุ่งขึ้น จึงเริ่มปฏิบัติหารค้นหากำลังพลที่สูญหาย อีก 30 คน ในช่วงเช้าวันที่ 19 ธ.ค. ที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม กองทัพเรือ จะต้องรายงานเหตุการณ์ ไปถึงนายรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และกระทรวงการคลัง เพื่อทำการสอบสวนข้อเท็จจริง ตามกฎหมาย โดยเฉพาะประเด็นเรื่องข้อเท็จจริงที่ว่าเสื้อชูชีพไม่เพียงพอสำหรับกำลังพลบนเรือ ที่จะต้องหาตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ได้ พร้อมยืนยันว่า กองทัพเรือจะไม่มีการปกปิดข้อเท็จจริงทั้งสิ้น จะสอบสวนอย่างตรงไปตรงมา

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน กองทัพเรือได้จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัย เพื่อเป็นสถานที่ให้ญาติของกำลังพลที่สูญหาย ติดตามข้อมูล ความคืบหน้าในการค้นหา และดูแล ครอบครัวของกำลังพล อีกทั้งตั้งศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือส่วนหน้า เพื่อประสานงาน เกี่ยวกับการค้นหา และช่วยเหลือกำลังพลที่ประสบภัย ทั้งผู้ที่ยังมีชีวิต และเสียชีวิต โดยศูนย์ดังกล่าวจะเปิดไปจนกว่าภารกิจนี้จะเสร็จสิ้น

ขณะเดียวกัน ผู้บัญชาการทหารเรือย้ำอีกว่า หลังจากนี้จะมีการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยคณะกรรมการ เพื่อได้ทราบ สาเหตุ เรืออับปาง โดยจะสอบสวนทุกคนที่เกี่ยวข้อง สำหรับ กล่องดำ หรืออุกรณ์ ที่ใช้วิเคราะห์ เหตุการณ์ ยอมรับว่า ไม่มีอุปกรณ์บันทึกแบบนั้น เนื่องจากเรือมีอายุการใช้งานมานานแล้ว แต่จะใช้วิธีการสอบสวนจากผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ และพยานแวดล้อม มาประกอบการวิเคราะห์ ข้อเท็จจริง พร้อมย้ำว่า ขณะนี้ ยังอยู่ในภารกิจ ค้นหาผู้ประสบภัย แม้จะผ่านมา40กว่าชั่วโมงแล้ว แต่ก็ยังพบผู้รอดชีวิต ซึ่งห่างจากจุดที่เรือจม ถึง 60 กิโลเมตร ดังนั้น กองทัพเรือจะดำเนินการ ค้นหาอย่างเต็มที่

ส่วนการกู้ซากเรือ ได้เตรียมไว้แล้ว ด้วยการตั้งผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ เป็นประธานคณะกรรมการ พิจารณากกู้ซากเรือ เบื้องต้นต้องส่งทีมใต้น้ำลงไปตรวจสอบว่าเรือจมอยู่ในลักษณะใด จะได้นำกลับมาวิเคราะห์ เพื่อหาวิธีการกู้เรือที่จมอยู่ลึกกว่า 40เมตร

ด้าน เสนาธิการทหารเรือ ยืนยัน ขณะนี้ ช่วยเหลือกกำลังพลได้แล้ว 81 นาย เหลือในน้ำ ยังหาไม่พบ อีก 24 นาย และ จะดำเนินการค้นหาผู้สูญหาย ต่อไป ตลอด 24 ชั่วโมงด้วย อุปกรณ์ และเครื่องมือที่ได้รับการสนับสนุน จากทุกภาคส่วน

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...