โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หน้าร้อนเสี่ยงจมน้ำสูงฝึกทักษะป้องกันตัวให้เด็ก

INN News

เผยแพร่ 30 มี.ค. 2566 เวลา 07.09 น. • INN News

กรมควบคุมโรค ชี้ หน้าร้อนเสี่ยงบาดเจ็บ-จมน้ำสูง โคราชฝึกทักษะป้องกันให้เด็กเอาชีวิตรอด

กรมควบคุมโรค ได้เผยแพร่ “พยากรณ์โรคและภัยสุขภาพรายสัปดาห์” ฉบับที่ 10/2566 ประจำสัปดาห์ที่ 11 (วันที่ 19 – 25 มีนาคม 2566) ว่า ในช่วงนี้คาดว่า จะมีโอกาสพบการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุการณ์ตกน้ำ จมน้ำ ในกลุ่มเด็กอายุน้อยกว่า 15 ปีมากขึ้น ประกอบกับระยะนี้เป็นช่วงที่เด็กปิดเทอมและอากาศร้อน เด็กอาจลงเล่นน้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติหรือแหล่งน้ำที่ใช้ในเกษตรกรรมบริเวณใกล้เคียง รวมถึง แหล่งน้ำที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยว เช่น ทะเล น้ำตก สวนน้ำ ที่เป็นที่นิยมในช่วงฤดูร้อน จึงอาจมีความเสี่ยงเกิดเหตุการณ์เด็กตกน้ำหรือจมน้ำเพิ่มขึ้นได้

ซึ่งช่วงวันที่ 1 มกราคม – 16 มีนาคม 2566 ที่ผ่านมา มีรายงานเหตุการณ์จมน้ำเสียชีวิตในหลายจังหวัด ทั้งที่ จ.สงขลา นราธิวาส กระบี่ และ จ.อุบลราชธานี รวมมีผู้จมน้ำเสียชีวิตไปแล้ว 9 ราย ในขณะที่เขตสุขภาพที่ 9 จ.นครราชสีมา นายแพทย์ทวีชัย วิษณุโยธิน ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 หรือ สคร.9 นครราชสีมา เปิดเผยว่า ในปี 2565 มีรายงานสถานการณ์เด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี จมน้ำเสียชีวิต มากถึง 79 ราย ใน 4 จังหวัดที่ดูแล โดย จ.บุรีรัมย์ จมน้ำเสียชีวิต 29 ราย , จ.สุรินทร์ เสียชีวิต 25 ราย , จ.นครราชสีมา เสียชีวิต 15 ราย และ จ.ชัยภูมิ

จมน้ำเสียชีวิต 10 ราย ซึ่งปัจจัยที่ทำให้เสียชีวิตเกิดจากการว่ายน้ำไม่เป็น ไม่มีทักษะการเอาชีวิตรอด ไม่มีป้ายเตือนเมื่ออยู่ใกล้แหล่งน้ำ หรือไปลงเล่นน้ำโดยไม่แจ้งผู้ปกครองหรือไม่มีผู้ปกครองดูแลใกล้ชิดตลอดเวลา จึงถือเป็นภัยเงียบที่เป็นสาเหตุทำให้เด็กไทยอายุต่ำกว่า 15 ปี การเสียชีวิตมากอันดับ 2 ดังนั้น พ่อแม่ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแลเด็ก ไม่ควรปล่อยให้เด็กเข้าถึงแหล่งน้ำตามลำพัง เพราะหากคลาดสายตาเพียงเสี้ยววินาที เด็กอาจจมน้ำเสียชีวิตได้

หลายหน่วยงานจึงบูรณาการป้องกันด้วยการเสริมภูมิคุ้มกันให้กับเด็กๆ ในพื้นที่ โดยที่ จ.นครราชสีมา มูลนิธิพุทธธรรม 31 นครราชสีมา หรือ ฮุก 31 โคราช ได้จับมือกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เขต 9 นครราชสีมา , สคร.เขต 9 นครราชสีมา , องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และสถานศึกษา จัดกิจกรรมฝึกทักษะป้องกันการจมน้ำให้กับเด็กๆ และเยาวชน เพราะส่วนใหญ่จะชอบเล่นน้ำ แต่หลายคน

จะไม่เข้าใจถึงอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น อีกทั้งยังขาดทักษะการเอาตัวรอด ไม่เข้าใจวิธีการช่วยเพื่อนเวลาเพื่อนจมน้ำอย่างถูกวิธี จึงต้องจัดฝึกอบรมเสริมทักษะการลอยตัวเพื่อเอาชีวิตรอดเมื่ออยู่ในน้ำให้กับเด็กๆ รวมถึง ฝึกทักษะการช่วยเหลืออย่างถูกวิธีเมื่อประสบเหตุพบคนตกน้ำ

ซึ่งทักษะการลอยตัวในน้ำ (Float in the water) เป็นเทคนิคที่สำคัญมากๆ แม้จะว่ายน้ำไม่เป็น แต่ถ้ารู้จักวิธีลอยตัวที่ถูกต้องก็สามารถเอาตัวรอดจากการจมน้ำได้ โดยส่วนใหญ่จะฝึกให้เด็กรู้วิธีลอยตัวในน้ำด้วยท่าลอยตัวแบบหงาย หรือบางคนจะเรียกว่า ท่าปลาดาวหงาย หรือ ท่าแม่ชีลอยน้ำ ซึ่งท่านี้จะทำให้เราหายใจเอาอากาศเข้าออกได้ตามปกติ เพราะหน้าเราจะอยู่เหนือผิวน้ำอยู่แล้ว แต่จะต้องพยุงตัวไว้ในลักษณะให้ลำตัวนอนหงายขนานกับผิวน้ำ กางแขนขาเหยียดตึง ยืดอกแอ่นเอว ใบหน้าตรง ใบหูจมน้ำ พยายามยกสะโพกให้สูง เอวไม่งอ ปล่อยตัวตามสบาย และที่สิ่งสำคัญคือ

จะต้องยกหน้าอกให้สูงกว่าผิวน้ำ ซึ่งช่วงแรกๆ อาจจะยังรักษาสมดุลไม่ค่อยได้ จะต้องหมั่นฝึกเพื่อบังคับร่างกายคุ้นชิน ก็จะช่วยให้เอาชีวิตรอดจากการจมน้ำได้ แต่จะต้องไม่ไปเล่นน้ำกันเองตามลำพัง ส่วนเด็กเล็ก อายุต่ำกว่า 5 ปี ยังลอยตัวไม่เป็น ต้องใช้มาตรการ “อย่าใกล้ อย่าเก็บ อย่าก้ม” โดยอย่าเข้าใกล้แหล่งน้ำ เพราะอาจลื่นพลัดตกลงไปในน้ำ , อย่าเก็บสิ่งของที่ตกลงไปในน้ำด้วยตนเอง ต้องให้ผู้ใหญ่ช่วยเก็บ และอย่าก้มหรือชะโงกลงไปในแหล่งน้ำ เพราะอาจหัวทิ่มลงไปในน้ำได้

และสำหรับกรณีพบเห็นคนตกน้ำ ไม่ควรกระโดดลงไปช่วยเพราะอาจจมน้ำพร้อมกันได้ ให้ใช้มาตรการ “ตะโกน โยน ยื่น” ด้วยการตะโกนเรียกขอความช่วยเหลือ และโทรแจ้งทีมแพทย์กู้ชีพ 1669 รวมทั้ง โยนอุปกรณ์ที่อยู่ใกล้ตัว อาทิ ถังแกลลอนพลาสติกเปล่าปิดฝา หรือวัสดุที่ลอยน้ำได้ โดยไปให้คนตกน้ำได้เกาะจับพยุงตัว และให้ผู้ใหญ่ที่มาช่วยส่งอุปกรณ์ที่อยู่ใกล้ตัว เช่น ไม้ เชือก เสื้อ ผ้าขาวม้า ยื่นให้คนตกน้ำจับเพื่อดึงขึ้นมาจากน้ำ ซึ่งหากฝึกปฏิบัติตามมาตรการได้อย่างถูกต้อง ก็จะช่วยป้องกันและลดอัตราการจมน้ำเสียชีวิตลงได้

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...