โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

ปรับผลทดสอบ Yaris Ativ กระทบทั้ง “แบรนด์” และ “ความเชื่อมั่น”

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 02 พ.ค. 2566 เวลา 05.44 น. • เผยแพร่ 02 พ.ค. 2566 เวลา 04.36 น.

คอลัมน์ : รายงานพิเศษ

ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา (28 เม.ย.) ถือเป็นประเด็นใหญ่สำหรับวงอุตสาหกรรมยานยนต์โลก รวมทั้งประเทศไทย หลังจาก นายอากิโอะ โตโยดะ ประธานคณะกรรมการ บริษัทโตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ได้ออกมาใช้พื้นที่ผ่านสื่อออนไลน์ ของ Toyota Times Global เพื่อแถลงแสดงความรับผิดชอบต่อกรณีที่ได้รับแจ้งเกี่ยวกับข้อบ่งชี้ถึงความไม่สมบูรณ์ของการเตรียมการทดสอบการชนด้านข้าง (UN R95)

หรือเข้าใจง่าย ๆ คือ ผลทดสอบด้านความปลอดภัย ซึ่งดำเนินการโดยบริษัทลูกไดฮัทสุ “คลาดเคลื่อน”

โดยประธาน ไดฮัทสุ มอเตอร์ ซึ่งทำหน้าที่ทดสอบความปลอดภัยของโตโยต้ารุ่นยาริส เอทีฟ ซึ่งเป็นการชนจากด้านข้างด้วยผู้โดยสารความเร็วหลายระดับหลายองศาการชน ยอมรับว่ามีการปรับแต่ง

สั่งรีเช็กอีกรอบ

หลังจากพบข้อบ่งชี้ถึงความไม่สมบูรณ์ของการทดสอบ โตโยต้าปรึกษากับไดฮัทสุ และหยุดการส่งมอบรถชั่วคราวไปยังกลุ่มตลาดที่มีข้อบังคับเกี่ยวกับการทดสอบการชนด้านข้าง UN-R95 ทันที

นอกจากนี้ ทางไดฮัทสุได้ทำการปรึกษาหน่วยงานที่ทำการตรวจสอบและออกใบรับรอง เพื่อดำเนินการทดสอบการชนด้านข้าง UN-R95 ด้วยชิ้นส่วนที่ผลิตเพื่อจำหน่ายในรถรุ่น Yaris Ativ เป็นการภายใน และขอยืนยันว่าเป็นไปตามข้อกำหนด UN-R95 ทั้งหมด

ผลทดสอบ

ลูกค้าใช้งานได้ปกติ

ภายหลังจากการรายงานผลการทดสอบ มีการลงความเห็นว่า สำหรับรถรุ่นปัจจุบันยังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องดำเนินการแก้ไขใด ๆ ซึ่งโตโยต้ายืนยันว่าลูกค้าสามารถใช้งานรถของท่านต่อไปได้ตามปกติ

นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 28 เมษายนที่ผ่านมา ทางบริษัทมีการจัดทดสอบการชนด้านข้างต่อหน้าหน่วยงานที่ทำหน้าที่จัดการทดสอบอีกครั้ง ซึ่งได้รับการอนุมัติว่าเป็นไปตามข้อกำหนด UN-R95

ซึ่งคน “ไดฮัทสุ” ยอมรับว่ามีการตัดหรือปรับเปลี่ยนชิ้นส่วนบุด้านในของประตูที่นั่งด้านหน้าอย่างไม่ถูกต้อง และมีการละเมิดขั้นตอนและวิธีการทดสอบการชนด้านข้างตามข้อบังคับ

4 โมเดล 88,123 คัน

สำหรับรถยนต์ที่เข้าข่ายความคลาดเคลื่อนครั้งนี้มีจำนวนทั้งสิ้น 88,123 คัน โดยในจำนวนนี้แบ่งเป็นรถยนต์ Toyota Yaris ATIV จำนวน 76,289 คัน ผลิตจากโรงงานประเทศไทย เพื่อจำหน่าย ไทย, มาเลเซีย, ประเทศในอ่าวอาหรับ, เม็กซิโก และอื่น ๆ

ส่วนรุ่น Perodua Axia เป็นรุ่นที่ผลิตและขายในมาเลเซีย เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2566 ที่ผ่านมา จำนวน 11,834 คัน ขณะที่รุ่น Toyota Agya ซึ่งอยู่ระหว่างเตรียมผลิตในเดือนมิถุนายนที่จะถึงนี้ที่โรงงานในประเทศอินโดนีเซีย และเตรียมขายในเอกวาดอร์ และโตโยต้า-ไดฮัทสุ ยังมีแผนที่จะพัฒนาและผลิตรถรุ่นอื่น ๆ อีกจำนวนหนึ่งด้วย

ยอดผลิต โตโยต้า

หวั่นกระทบแบรนด์

ทันทีที่ตรวจพบความผิดพลาด อดีตนายใหญ่ อย่าง อากิโอะ โตโยดะ ในฐานะประธานคณะกรรมการ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า “เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย อันเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการผลิตรถยนต์ เราขออภัยจากใจจริงต่อลูกค้าทั่วโลกและผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดสำหรับความไม่สะดวกและความไม่สบายใจ

ปัญหาที่เกิดขึ้นมิได้เป็นเพียงปัญหาของไดฮัทสุอย่างเดียว ซึ่งเราจะเริ่มตรวจสอบอย่างละเอียด และรวบรวมข้อเท็จจริงเพื่อให้เข้าใจถึงสถานการณ์ และทราบถึงสาเหตุที่แท้จริงของปัญหา รวมถึงทำงานอย่างจริงจังเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดขึ้นอีก นอกจากนี้ เราจะชี้แจงข้อเท็จจริงที่พบระหว่างขั้นตอนการตรวจสอบให้สาธารณชนทราบอย่างทันท่วงที”

หยุดขาย-ส่งมอบ

ทั้งนี้ สำหรับประเทศไทยมีความจำเป็นที่ต้องตรวจสอบซ้ำในประเทศญี่ปุ่นตามข้อกำหนดการทดสอบพยาน (witness testing) จึงมีความจำเป็นต้องหยุดจัดส่งและจำหน่ายชั่วคราว หลังจากนี้ บริษัทจะทำการเร่งจัดส่งรถให้เร็วที่สุด ภายใต้คำแนะนำและการตรวจสอบอนุมัติโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทางด้านสาเหตุของความไม่สมบูรณ์ในขั้นตอนการเตรียมการทดสอบ ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ

แต่ประเด็นข้อผิดพลาดเที่ยวนี้ของโตโยต้า ถือว่าหนักหนาเอาการ

เพราะไม่ใช่แค่ผิดพลาดจากกระบวนการผลิต ซึ่งบ่อยครั้งผู้ผลิตจะรับผิดชอบด้วยการ “รีคอล” เพื่อแก้ไขเปลี่ยนชิ้นส่วนอะไหล่ แต่เที่ยวนี้เป็นการปรับปรุงผลการทดสอบ แถมเป็นการทดสอบเกี่ยวกับความปลอดภัย หลังเกิดวิกฤตครั้งนี้มีเสียงสะท้อนออกมาหลากหลาย กลายเป็นการบ้านข้อใหญ่ที่โตโยต้าจะต้องพิสูจน์

เพื่อความเชื่อมั่นและความภักดีต่อแบรนด์ให้กลับคืนมาภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...