โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

“รักษามะเร็งแบบมุ่งเป้า” แตกต่างจากการให้คีโมอย่างไร ?

PPTV HD 36

อัพเดต 17 ก.ค. 2568 เวลา 06.20 น. • เผยแพร่ 17 ก.ค. 2568 เวลา 06.07 น.
การรักษามะเร็งด้วยยาเคมีบำบัดมีผลข้างเคียงสูง ปัจจุบันมีการรักษาแบบมุ่งเป้า ซึ่งจำเพาะต่อเซลล์มะเร็ง ลดผลกระทบต่อเซลล์ปกติ ช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตผู้ป่วย

รักษาโรคมะเร็งด้วยการให้คีโม (Chemotherapy) หรือที่ทางการแพทย์เรียกว่า “เคมีบำบัด” นับเป็นวิธีและเทคนิคการแพทย์ที่เรารู้จักและคุ้นหูเป็นอย่างดี ซึ่งเป็นวิธีที่ฆ่าเซลล์ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ซึ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะส่งผลกระทบไปถึงเซลล์ปกติในร่างกายด้วย จึงทำให้ผู้ป่วยเกิดอาการข้างเคียงค่อนข้างมาก วิวัฒนาการด้านการรักษาผู้ป่วยมะเร็งพัฒนาขึ้นมาก มีการเน้นการรักษาที่ตรงจุดซึ่งเรียกว่า “การรักษามะเร็งแบบมุ่งเป้า” การรักษามะเร็งที่กำหนดเป้าหมายการรักษาตรงไปที่เซลล์มะเร็ง

ตำรับแรกของไทย! “ยาอิมครานิบ 100” รักษามะเร็งแบบมุ่งเป้าชนิดเม็ด

สปสช. เปิดบริการรถรับ-ส่งผู้ป่วยมะเร็ง เข้ารักษา 3 เทคโนโลยีขั้นสูง

เพื่อหยุดหรือชะลอการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งเท่านั้น โดยส่งผลต่อเซลล์ปกติเพียงเล็กน้อย ทำให้ผู้ป่วยค่อยๆ มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นจากการรักษา

หลักการการรักษามะเร็งด้วยยามะเร็งมุ่งเป้า

ยามะเร็งมุ่งเป้านั้นมีความแตกต่างกับยาเคมีบำบัด กล่าวคือ มีความจำเพาะเจาะจงในการหยุดหรือชะลอการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งเพียงอย่างเดียว โดยส่งผลต่อเซลล์ปกติของร่างกายเพียงเล็กน้อย

การเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง

นอกจากต้องอาศัยอาหารแล้ว ยังต้องมีสารเคมีที่จำเพาะเจาะจงที่ส่งสัญญาณให้เซลล์มะเร็งสามารถเจริญเติบโตต่อไปได้โดยไม่ตายเหมือนเซลล์ปกติ สารเคมีนี้อาจเรียกว่า โมเลกุลสัญญาณ (Signal molecule) โดยโมเลกุลสัญญาณที่จำเพาะต่อมะเร็งแต่ละชนิดนั้นถูกสร้างมาจากสารพันธุกรรมมะเร็ง (Oncogene) ในเซลล์ปกติของเรานั่นเอง เพียงแต่ในภาวะปกติสารพันธุกรรมมะเร็งนี้จะไม่ทำงาน เพราะร่างกายจะมีกลไกบางอย่างกดการทำงานของมันอยู่ แต่เมื่อใดที่ร่างกายเกิดความผิดปกติ ทำให้กลไกนี้สูญเสียไป สารพันธุกรรมมะเร็งก็จะสามารถทำงานได้ เซลล์ปกติของร่างกายก็จะมีการผลิตโมเลกุลสัญญาณมะเร็งออกมา และเซลล์มะเร็งจะถูกกระตุ้นให้เจริญเติบโต ไม่ตาย กลายเป็นก้อนมะเร็งตามลำดับ

ยารักษามะเร็งแบบมุ่งเป้าทำงานอย่างไร ?

ยามะเร็งแบบมุ่งเป้าจะทำการขัดขวางการทำงานของโมเลกุลสัญญาณมะเร็ง โดยอาจทำการจับโมเลกุลสัญญาณมะเร็งโดยตรงเพื่อให้มันหยุดการทำงาน ไม่สามารถกระตุ้นเซลล์มะเร็งได้ หรือปิดกั้นผิวเซลล์มะเร็งเป้าหมายไม่ให้โมเลกุลสัญญาณมะเร็งเข้าไปในเซลล์มะเร็งเพื่อสั่งการตามปกติ ทำให้เซลล์มะเร็งเจริญเติบโตช้าลงหรือหยุดลง

เนื่องจากยามะเร็งแบบมุ่งเป้านั้นมีความจำเพาะต่อโมเลกุลสัญญาณมะเร็งที่มีความแตกต่างกันไปในแต่ละชนิดมะเร็ง รวมทั้งมะเร็งชนิดเดียวกันยังอาจมีโมเลกุลสัญญาณมะเร็งหลายแบบ แพทย์จึงต้องทำการตรวจเลือดหรือตรวจชิ้นเนื้อมะเร็งของบุคคลนั้นๆ เพื่อดูชนิดของโมเลกุลสัญญาณมะเร็งของผู้ป่วยว่ามีหรือไม่ และเป็นแบบใด เพื่อเลือกใช้ยามะเร็งแบบมุ่งเป้าให้เหมาะสมกับผู้ป่วยรายนั้น หากตรวจไม่พบโมเลกุลสัญญาณมะเร็งดังกล่าว ก็จะไม่สามารถให้ยามะเร็งแบบมุ่งเป้าแก่ผู้ป่วยรายนั้นได้

รูปแบบของยามะเร็งแบบมุ่งเป้า

  • มีทั้งแบบยาเม็ดใช้รับประทาน
  • ให้ทางเส้นเลือด

ซึ่งการรักษาด้วยยากลุ่มนี้อาจจะเป็นการรักษาด้วยยากลุ่มนี้เพียงอย่างเดียว หรือร่วมกับการรักษาแบบอื่น เช่น ยาเคมีบำบัด หรือรังสีรักษา เป็นต้น

ผลข้างเคียงของยามะเร็งแบบมุ่งเป้า

โดยทั่วไปมีน้อยกว่ายาเคมีบำบัดอย่างมากและแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับชนิดของยาที่ผู้ป่วยใช้ ซึ่งโดยทั่วไปผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นนั้นจะไม่รุนแรงและสามารถแก้ไขได้

  • อาการทางผิวหนังเช่น ลมพิษ อาการคันผิวหนัง ปฏิกิริยาภูมิแพ้ ตับอักเสบ
  • ท้องเสียหรือท้องผูก คลื่นไส้และอาเจียน
  • อ่อนเพลีย
  • จำนวนเม็ดเลือดขาวต่ำ การแข็งตัวของเลือดผิดปกติ
  • ความดันโลหิตสูง

ยามะเร็งแบบมุ่งเป้า จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดี ที่จะช่วยให้ผู้ป่วยคลายความกังวลเรื่องการรักษาและผลข้างเคียงลงได้บ้าง แต่ทั้งนี้ผู้ป่วยต้องเข้ารับการตรวจอย่างละเอียด เพื่อฟังผลวินิจฉัยและรับคำแนะนำจากแพทย์เฉพาะทางเท่านั้น

ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลพญาไท นวมินทร์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...