โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชัวร์ก่อนแชร์ : 12 สัญญาณผิดปกติของลูกแรกเกิดที่ควรรีบพบแพทย์ จริงหรือ ?

ชัวร์ก่อนแชร์

อัพเดต 17 ก.ค. 2568 เวลา 19.09 น. • เผยแพร่ 17 ก.ค. 2568 เวลา 12.09 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

บนสื่อสังคมออนไลน์มีการแชร์ 12 สัญญาณผิดปกติของลูกแรกเกิดที่ควรรีบพบแพทย์ ตั้งแต่ตัวเหลืองผิดสังเกต ไปจนถึงมีน้ำไหลออกจากรูหู จริงหรือ ?

🎯 ตรวจสอบข้อเท็จจริงและคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ พญ.ลลิตวดี ทังสุภูติ กลุ่มงานกุมารเวชศาสตร์ – งานทารกแรกเกิด สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข

“12 สัญญาณผิดปกติของลูกแรกเกิดที่ควรรีบพบแพทย์” สามารถเชื่อถือได้บางส่วน และต้องมีการลงรายละเอียดเพิ่มเติมในแต่ละอาการ

สัญญาณข้อ 1 : ตัวเหลืองผิดสังเกต ?

“ตัวเหลือง” เป็นอาการปกติที่สามารถพบได้ในเด็กทารกแรกเกิด แต่การดูเด็กทารกแรกเกิด “ตัวเหลือง” ด้วยสายตานั้น ความน่าเชื่อถือค่อนข้างน้อย เนื่องจากแต่ละคนมีการประเมินไม่เท่ากัน

อาการตัวเหลืองของเด็กทารกแรกเกิดที่พบมักจะเหลืองจากศีรษะลงไปที่เท้า ดังนั้น ถ้าเห็นว่าลูกมีอาการตัวเหลืองมากขึ้น แนะนำว่าควรพาไปพบแพทย์

สัญญาณข้อ 2: สะดือมีกลิ่นเหม็น มีหนองหรือมีเลือดออก ?

ภาวะนี้จะต้องสงสัยเรื่องของ “สะดืออักเสบ” เป็นอาการที่จะต้องพาไปพบแพทย์

สัญญาณข้อ 3: ลูกซึม ไม่ยอมดูดนม ?

“ซึม” และ “ไม่ยอมดูดนม” เป็นอาการที่ค่อนข้างกว้าง เกิดได้จากหลาย ๆ สาเหตุ

สาเหตุความรุนแรงที่เกิดขึ้นได้จากอาการ “ซึม” และ “ไม่ยอมดูดนม” ก็คือเรื่องการติดเชื้อ ความเจ็บป่วย ไม่สบาย

ถ้าเด็กมีอาการซึมลง คุณแม่ปลุกลูกแล้วลูกไม่ยอมรับนมเลย หรือว่าดูดนมได้น้อยลง และเวลาดูดนมหลับตลอดเวลา ก็ควรพาไปพบแพทย์

สัญญาณข้อ 4 : อาเจียน ?

การอาเจียนของเด็กทารกพบได้หลากหลาย ในเด็กบางคนอาเจียนแหวะนมเป็นปกติ แต่ถ้าเด็กอาเจียนร่วมกับมีอาการท้องอืดมาก ซึม ไม่ถ่ายอุจจาระด้วย พวกนี้เป็นอาการที่ควรไปพบแพทย์ เพื่อหาสาเหตุว่ามีเรื่องภาวะลำไส้อุดตันร่วมด้วยหรือไม่

สัญญาณข้อ 5: ท้องเสีย ถ่ายหลายครั้งต่อวัน ?

เรื่องนี้ต้องเข้าใจก่อนว่าปกติเด็กทารกแรกเกิดจะมีอาการถ่ายได้บ่อยอยู่แล้ว

โดยเฉลี่ยเด็กทารกแรกเกิดอาจจะถ่ายประมาณ 4-8 ครั้งต่อวัน แต่การสังเกตลักษณะของอุจจาระเป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง เช่น อุจจาระที่มีเลือดปน มีมูกปน ลักษณะของสีที่เปลี่ยนไป เช่น สีซีดลง ควรพาไปพบแพทย์เพื่อประเมินดูว่ามีความผิดปกติอะไรบ้าง

สัญญาณข้อ 6: ท้องอืด ?

อาการ “ท้องอืด” ของเด็กทารกเกิดได้จากหลายสาเหตุมาก เช่น เด็กที่ดูดนมจะดูดลมเข้าไปด้วย จึงทำให้มีอาการท้องอืดได้ สามารถแก้ไขเบื้องต้นได้ด้วยการอุ้มเรอ หรือจัดท่าการเข้าเต้าให้ถูกต้อง

หลังจากแก้ไขเบื้องต้นแล้วอาการท้องอืดยังไม่ดีขึ้น ร่วมกับมีอาเจียน ไม่ถ่ายอุจจาระ อาจจะเป็นเรื่องของลำไส้อุดตัน

อาการท้องอืดในเด็กทารกที่เกิดขึ้นนั้นเด็กมักร้องกวนตลอดเวลา ไม่ยอมรับนม ดูดนมไม่ได้เลย ควรพาไปพบแพทย์

สัญญาณข้อ 7: ฝ้าขาวในปาก ?

“ฝ้าขาวในปาก” ที่พบมีทั้งเป็นลักษณะปกติและผิดปกติ

ปกติมักพบฝ้าขาวในเด็กที่กินนมแล้วเหลือคราบนมติดอยู่บริเวณลิ้น เบื้องต้นแนะนำให้ใช้ผ้าชุบน้ำสะอาดเช็ดออก แต่ถ้าเป็นฝ้าขาวจำนวนมาก หนา เช็ดไม่ออก จะต้องเฝ้าระวังภาวะการติดเชื้อราในช่องปากและควรพาไปพบแพทย์

สัญญาณข้อ 8: มีน้ำไหลออกจากรูหู ?

เด็กทารกที่พบ “น้ำไหลออกจากรูหู” ถือว่าเป็นเรื่องไม่ปกติ

พ่อแม่จะต้องสังเกตลักษณะของน้ำที่ไหลออกมา ว่ามีกลิ่นผิดปกติหรือไม่ ลักษณะเป็นหนองหรือไม่ เพราะโดยปกติหูไม่ควรจะมีน้ำไหลออกมาได้

ดังนั้น ถ้ามีน้ำไหลออกมาได้ต้องสงสัยเรื่องภาวะการอักเสบติดเชื้อในช่องหู ควรพาไปพบแพทย์

สัญญาณข้อ 9: มีไข้สูง หรืออุณหภูมิต่ำผิดปกติ ?

อุณหภูมิปกติของเด็กทารกแรกเกิด อยู่ที่ประมาณ 36.5-37.5 องศาเซลเซียส

เมื่อไหร่ก็ตามที่อุณหภูมิสูงเกิน 37.5 องศาเซลเซียส ร่วมกับมีอาการอื่น ๆ เช่น ร้องกวน งอแง ซึมลง บ่งชี้ได้ว่าน่าจะมีเรื่องของการติดเชื้อเกิดขึ้น

ในขณะเดียวกัน อุณหภูมิต่ำผิดปกติของเด็กทารกแรกเกิดก็เป็นสัญญาณอันตรายสำหรับเรื่องของการติดเชื้อเหมือนกัน

สัญญาณข้อ 10: มีอาการชัก ?

ทารกแรกเกิดบางคนอาจจะมีอาการกระตุก ขยับสั่น หรือผวาเกิดขึ้นได้ แต่อาการเหล่านี้ต้องแยกออกจากอาการ “ชัก”

ถ้าเป็นอาการ “ปกติ” จับแล้วมักจะหยุด ถ้าเป็นอาการ “ชัก” ให้สังเกตว่าเด็กทารกอาจจะเกร็งเฉย ๆ มีลักษณะตาลอยค้าง หรืออาจจะมีลักษณะปั่นจักรยานหรือว่ายน้ำ เพราะฉะนั้น ถ้าพบลักษณะแบบนี้แนะนำให้จับลูกนอน ถ้าในปากมีนมหรือมีอะไรอยู่ให้พยายามจับเด็กตะแคง เพื่อป้องกันการสำลัก ถ้าไม่แน่ใจว่าสิ่งที่เห็นนั้นเป็นอาการชักหรือไม่ ให้รีบพาลูกไปโรงพยาบาล

สัญญาณข้อ 11: ลูกดูดนมจนเหนื่อยหอบ ?

เด็กทารกแรกเกิด ถ้าดูดนมแล้วมีอาการแตกต่างไปจากเดิม เช่น ระหว่างดูดนมเด็กมีอาการตัวเขียว หรือดูดนมแล้วหายใจหอบมากขึ้น แสดงว่าอาจจะมีภาวะผิดปกติเกี่ยวกับปอดหรือหัวใจเกิดขึ้นได้ จะต้องรีบพาลูกไปโรงพยาบาลทันที

สัญญาณข้อ 12 : โรคตาที่พบในเด็ก ?

พ่อแม่จะต้องระวังเรื่องภาวะ “เยื่อบุตาขาวอักเสบ” ให้สังเกตจากขี้ตา ดูว่ามีสีเหลือง หรือสีเขียว และบริเวณตาขาวเปลี่ยนเป็นสีแดง หรือเปลือกตาบวม จะต้องพาไปพบแพทย์

📌สรุป : จริงสามารถแชร์ต่อได้ ✅ แต่มีรายละเอียดเพิ่มเติมที่พ่อแม่ดูแล้วควรจะต้องปรึกษากุมารแพทย์ควบคู่กัน เพื่อจะได้แก้ไขอาการต่าง ๆ ที่เกิดกับเด็กทารกได้อย่างถูกต้องและทันเวลา

สัมภาษณ์โดย ณัฐวัฒน์ จิตรมั่น

เรียบเรียงโดย คมส์ธนนท์ ศุขอัจจะสกุล

ดูเพิ่มเติมรายการ ชัวร์ก่อนแชร์ : 12 สัญญาณผิดปกติของลูกแรกเกิดที่ควรรีบพบแพทย์ จริงหรือ ?

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...