โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

Bitazza Thailand ประกาศเพิ่ม 6 โทเคนใหม่คู่เงินบาท

การเงินธนาคาร

อัพเดต 25 ก.ค. 2568 เวลา 10.44 น. • เผยแพร่ 25 ก.ค. 2568 เวลา 03.44 น.

Bitazza Thailand เพิ่ม 6 โทเคนใหม่คู่เงินบาท เชื่อมต่อคนไทยสู่โปรเจกต์เด่นระดับโลกครบทั้ง DeFi, PayFi, AI จนถึงเหรียญมีม

วันที่ 25 กรกฎาคม 2568 - บริษัท บิทาซซ่า จำกัด หรือ Bitazza Thailand พร้อมเพิ่มโอกาสและตัวเลือกการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลรับตลาดในช่วงขาขึ้นและมาตรการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่มาจากกำไรจากคริปโทเคอร์เรนซีผ่านการเพิ่ม 6 โทเคนใหม่ให้ซื้อขายคู่เงินบาท ครอบคลุมถึงกลุ่ม DeFi, PayFi, AI ไปจนถึงโปรเจกต์สร้างสรรค์อย่างเหรียญมีม

โทเคนใหม่ที่เพิ่มให้ซื้อขายคู่เงินบาทในเดือนกรกฎาคม 2568 ได้แก่ Ondo (ONDO), Huma Finance (HUMA), Jupiter (JUP) รวมถึงอีก 3 เหรียญที่นับว่าเป็นการเปิดให้ซื้อขายคู่เงินบาทเป็นครั้งแรกในประเทศไทยอย่าง Pudgy Penguins (PENGU), Fartcoin (FARTCOIN) และ Bittensor (TAO)

นายธนวัต สุตันติวรคุณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิทาซซ่า จำกัด กล่าวว่า การเพิ่มโทเคนอย่างต่อเนื่องสะท้อนความมุ่งมั่นของเราในการเชื่อมต่อคนไทยเข้าสู่โปรเจกต์ระดับโลกอย่างครอบคลุมและหลากหลาย พร้อมเลือกสรรค์โปรเจกต์คุณภาพในหลายกลุ่มเพื่อให้คนไทยสามารถเข้าถึงโอกาสในการลงทุนและลงทุนได้สะดวกสบายผ่านคู่ซื้อขายกับเงินบาท ทำให้ปัจจุบันเรามีโทเคนให้ซื้อขายกว่า 100 เหรียญ

การเพิ่มโทเคนในครั้งนี้สอดรับกับขาขึ้นของตลาด หลังจากราคา Bitcoin (BTC) สามารถสร้างจุดสูงสุดใหม่ได้เหนือระดับ 120,000 ดอลลาร์สหรัฐ คาดว่านักลงทุนรายย่อยจะเริ่มกลับเข้ามาในตลาดมากขึ้นหลังจากช่วงที่ผ่านมานักลงทุนสถาบันเป็นผู้ที่ผลักดันตลาด โดยเริ่มเห็นสัญญาณจากการที่มีการไหลเข้าของสเตเบิลคอยน์ (Stablecoin) ไปยังเว็บเทรดคริปโตระดับโลกสูงเป็นประวัติการณ์

บ่งบอกว่านักลงทุนรายย่อยเริ่มที่จะกลับเข้ามาในตลาดและมีความเป็นไปได้สูงที่เหรียญทางเลือก (Altcoin) จะเริ่มมีการซื้อขายที่มากขึ้นจากการที่ ก.ล.ต. สหรัฐอเมริกาจะอนุมัติ ETF ของเหรียญ Altcoin ที่ยื่นเข้ามากกว่า 100 รายการ ประกอบกับการที่ประธานาธิบดี Donald Trump เพิ่งเซ็นอนุมัติกฎหมาย GENUIS Act ที่จะทำให้การออก Stablecoin มีกฎระเบียบที่ชัดเจนและส่งผลดีต่อนักลงทุนมากขึ้น

สำหรับตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลในไทย มาตรการละเว้นการเก็บภาษีสินทรัพย์ดิจิทัลของภาครัฐจะมีส่วนช่วยผลักดันให้การซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลมีความคึกคักมากขึ้นเพราะช่วงที่ผ่านมาประเด็นเรื่องภาษีเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้นักลงทุนบางส่วนลังเลในการเข้ามาในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล การที่ Bitazza Thailandเพิ่มโทเคนใหม่จะช่วยให้นักลงทุนไทยมีโอกาสในการลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนและมีตัวเลือกในการบริหารความเสี่ยงจากการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลได้มากยิ่งขึ้น

“มาตรการยกเว้นภาษีสินทรัพย์ดิจิทัลของภาครัฐถือเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยให้การลงทุนของนักลงทุนไทยเป็นเรื่องที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้นและมีความน่าสนใจมากขึ้น การเพิ่มโทเคนใหม่ในครั้งนี้จะช่วยเปิดโอกาสให้นักลงทุนไทยสามารถกระจายการลงทุน บริหารความเสี่ยง และมีส่วนร่วมในยุคใหม่ของการเงินดิจิทัลได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น”

ก่อนหน้านี้ Bitazza Thailandก็ได้เป็นผู้นำในการผลักดันให้คนไทยเข้าถึงโปรเจกต์ใหญ่มาอย่างต่อเนื่องอย่างเช่น การเป็นแพลตฟอร์มธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลแรกที่เชื่อมต่อกระแส DeFi ให้คนไทยเข้าถึงตั้งแต่ปี 2563 ผ่านการเพิ่มเหรียญ Compound (COMP) และพร้อมเปิดให้ซื้อขายโทเคนสำคัญอื่น ๆ ตามมา เช่น Uniswap (UNI) ในปี 2564 ท่ามกลางกระแส DeFi ยุคแรก

คำเตือน
คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนอาจจะสูญเสียเงินทั้งจำนวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ คริปโทเคอร์เรนซี ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...