โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที

ไทยจำเป็นต้องใช้ Gripen ในภารกิจป้องกันประเทศจากกัมพูชาหรือไม่ ?

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 25 ก.ค. 2568 เวลา 12.54 น.
TNN Tech รวบรวมข้อมูลและหลักนิยมทางทหารของกองทัพอากาศไทย หลังจากที่โซเชียลมีเดียตั้งคำถามว่า ทำไม กองทัพของไทยจึงไม่ใช้ Gripen ในปฏิบัติการโต้ตอบป้องกันอย่างได้สัดส่วน (Proportional defense) กับกัมพูชา

TNN Tech รวบรวมข้อมูลและหลักนิยมทางทหารของกองทัพอากาศไทย หลังจากที่โซเชียลมีเดียตั้งคำถามว่า ทำไม กองทัพของไทยจึงไม่ใช้ Gripen ในปฏิบัติการโต้ตอบป้องกันอย่างได้สัดส่วน (Proportional defense) กับกัมพูชา

รูปแบบภารกิจเครื่องบินรบกับกัมพูชา

กองทัพภาคที่ 2 และหน่วยงานความมั่นคงระบุว่า ภารกิจของเครื่องบินขับไล่ที่เกิดขึ้นถือเป็นการขัดขวางทางอากาศในพื้นที่การรบ (Battlefield Air Interdiction : BAI)

ตามหลักนิยมของกองทัพอากาศไทย พ.ศ. 2566 ระบุว่า “การขัดขวางทางอากาศเป็นการใช้กำลังทางอากาศ ในการโจมตีเพื่อทำลาย ตัดรอน หน่วงเหนี่ยว และลดขีดความสามารถของกำลังภาคพื้นของฝ่ายข้าศึก”

“โดยปกติแล้วการขัดขวางทางอากาศ จะมุ่งเน้นการโจมตีเป้าหมายในการส่งกำลังบำรุง การสนับสนุน รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งปวงของฝ่ายข้าศึก ที่อาจนำมาใช้โดยตรงหรือนำมาใช้สำหรับดำเนินกลยุทธ์ในการเสริมกำลังภาคพื้นภายในยุทธบริเวณ” (ยุทธบริเวณแปลว่า พื้นที่ที่เกิดเหตุการณ์ทางทหารสำคัญ เช่น พื้นที่การรบ หรือเป้าหมายการรบ ฯลฯ)

F-16 VS Gripen แบบใดขัดขวางทางอากาศได้ดีกว่า ?

จุดที่ Gripen เหนือกว่า F-16

ในปี 2024 รัฐบาลสวีเดนตัดสินใจที่จะสนับสนุนเครื่องบินขับไล่ Gripen C/D ให้กับยูเครนเพื่อปฏิบัติการทางทหารต่อรัสเซีย ซึ่งในบทวิเคราะห์ของ European Security & Defence สถาบันและนิตยสารด้านความมั่นคงในยุโรป รายงานความเห็นผู้เชี่ยวชาญการบินที่มองว่า Gripen C เหมาะสำหรับภารกิจ BAI มากกว่า F-16 ที่ Block ต่ำกว่า 70

ทั้งนี้ ประเทศไทยมี F-16 ที่ทันสมัยที่สุดคือ F-16 A/B Block 15 MLU ซึ่งประสิทธิภาพเทียบเท่า F-16 Block 50/52

โดยผู้เชี่ยวชาญมองว่า ระบบอิเล็กทรอนิกส์บน F-16 แบบที่นั่งเดียวในรุ่นที่ต่ำกว่า Block 70 นั้นขาดเทคโนโลยีที่เรียกว่า Autothrottle และ SEP (Specific Excess Power) ซึ่งทำให้เพิ่มภาระนักบินที่ต้องรักษาสมดุลการบินไปพร้อมกับการปล่อยอาวุธโจมตีภาคพื้นดิน ในขณะที่ Gripen C มีระบบคอมพิวเตอร์ช่วยบินมากับตัวเครื่องตั้งแต่แรก จึงลดภาระนักบินระหว่างทำภารกิจสนับสนุนภาคพื้นดินแบบ BAI ได้

จุดที่ F-16 เหนือกว่า Gripen

อย่างไรก็ตาม ลักษณะภารกิจของยูเครนนั้นจำเป็นต้องใช้นักบินเพียงคนเดียวต่อลำ เพื่อเพิ่มจำนวนเครื่องบินขับไล่ในภารกิจ และลดการใช้นักบินที่มีอยู่อย่างจำกัด ต่างจากกรณีของไทยที่ใช้ F-16 B ซึ่งเป็นรุ่นนักบิน 2 คน ที่ตำแหน่งนักบินผู้ช่วยจะทำหน้าที่การสั่งการและใช้อาวุธโจมตีภาคพื้นดินได้โดยไม่เป็นภาระนักบินตำแหน่งที่ 1 อยู่แล้ว

นอกจากนี้ Gripen C/D ยังรองรับอาวุธต่าง ๆ ได้ไม่เกิน 5,300 กิโลกรัม ซึ่งน้อยกว่า F-16 Block ที่รองรับได้มากถึง 7,700 กิโลกรัม จุดติดตั้งอาวุธ (Hardpoint) ของ Gripen C/D มีทั้งหมด 8 จุด F-16 มีด้วยกัน 9 จุด และเนื่องจากทั้งสองรุ่นต่างเป็นเครื่องบินขับไล่ที่ใช้ในกลุ่มสมาชิก NATO จรวด ปืนกลอากาศ และระเบิดต่าง ๆ จึงสามารถใช้งานด้วยกันได้ทั้งหมด

Gripen กับ F-16 ในบริบทไทย - กัมพูชา

แม้ว่าจะไม่มีคำตอบที่ชัดเจน แต่การเลือกใช้ Gripen หรือ F-16 จึงขึ้นอยู่กับตัวเลือกเครื่องบิน ประเภทภารกิจ รวมถึงปริมาณและน้ำหนักของอาวุธที่เลือกใช้ ซึ่งการเลือกใช้เครื่องบินรบในภารกิจ BAI ของกองทัพอากาศไทยนั้นเป็นไปตามหลักนิยมและความเหมาะสมของภารกิจที่ได้รับการสั่งการมาแล้ว

ซึ่งหากในอนาคตมีการใช้ Gripen C/D ในภารกิจ BAI ต่อกัมพูชา ก็อาจหมายความว่ากองทัพอากาศและกองทัพบกของไทยพิจารณาแล้วว่าเหมาะสมเช่นกัน

ที่ตั้ง Gripen และ F-16 ในประเทศไทย

ปัจจุบันกองทัพอากาศแบ่งพื้นที่รับผิดชอบเป็นกองบินต่าง ๆ ซึ่ง F-16 รุ่นที่ทันสมัยที่สุดของประเทศอย่าง F-16 A/B Block 15 eMLU จะอยู่ที่กองบิน 4 ตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ ส่วน F-16A/B Block 15 ADF และ F-16A/B Block 15 OCU ซึ่งเก่ากว่าจะประจำการอยู่ที่กองบิน 1 นครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา

ด้าน Gripen C/D ในปัจจุบันประจำการอยู่ที่กองบิน 7 สุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี จำนวน 11 ลำ พร้อมด้วยเครื่องบินตรวจการณ์ส่วนหน้าแบบ Saab 340 AEW อีก 2 ลำ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...