ปภ.ประชุมวอร์รูม 22 จังหวัดเสี่ยงรับมือพายุ ‘วิภา’ ระดมคน-เครื่องจักรเข้าพื้นที่
เมื่อวันที่ 20 ก.ค. ที่ห้องประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายภาสกร บุญญลักษม์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เป็นประธานการประชุมกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยและดินถล่ม รวมถึงการเตรียมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยแบบเชิงรุก ที่อาจได้รับผลกระทบจากพายุ “วิภา” ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมี ผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด 22 จังหวัด ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ พร้อมหัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่ ตลอดจนผู้บริหารส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค
นายภาสกร กล่าวว่า กอปภ.ก. ได้ติดตามสภาพอากาศร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า ในช่วงวันที่ 19-24 ก.ค. 2568 ประเทศไทยได้รับอิทธิพลของพายุ “วิภา” ทำให้เกิดฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคกลางด้านตะวันตก อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากในหลายพื้นที่ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จึงบูรณาการทุกหน่วยงานเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ภัยที่อาจจะเกิดขึ้น โดยการประชุมวันนี้ได้มีการติดตามสถานการณ์อุทกภัยและดินถล่ม รวมถึงการเตรียมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยแบบเชิงรุก ตลอดจนประสานการปฏิบัติในการดำเนินงานเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ภัยที่อาจจะเกิดขึ้นในสัปดาห์นี้ให้เป็นไปอย่างมีเอกภาพสามารถช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้อย่างรวดเร็ว ทั่วถึง และลดผลกระทบจากสถานการณ์ภัยที่อาจจะเกิดขึ้นต่อประชาชนให้มีน้อยที่สุด
นายภาสกร อธิบดี ปภ. กล่าวว่า ทั้งนี้ ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ร่วมกับผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ AIS, True และ NT ส่งข้อความแจ้งเตือนผ่าน Cell Broadcast ควบคู่กับการส่งข้อความสั้น (SMS) ในลักษณะ Infomation Alert ดังนี้ "เตือน!พื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำ ที่ลาดเชิงเขา ระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง ดินโคลนถล่ม ขอให้ผู้อยู่ในพื้นที่เสี่ยง ยกของขึ้นที่สูงเตรียมอพยพหากจำเป็น เคลื่อนย้ายกลุ่มเปราะบางไปที่ปลอดภัย โดยพายุวิภามีแนวโน้มเคลื่อนขึ้นฝั่งเวียดนามตอนบน ในวันที่ 22 ก.ค. 68 และจะอ่อนกำลังลง อิทธิพลพายุทำให้ฝนตกหนักและมีลมแรงในวันที่ 22-24 ก.ค. 68 พื้นที่ น่าน พะเยา เชียงราย ลำพูน ลำปาง แพร่ อุตรดิตถ์ เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ตาก หนองคาย บึงกาฬ นครพนม สกลนคร หนองบัวลำภู เลย อุดรธานี กาญจนบุรี ราชบุรี อุทัยธานี จันทบุรี ตราด ให้ติดตามข่าวสารราชการอย่างใกล้ชิด"
นายภาสกร กล่าวต่อว่า ขอให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการพยากรณ์ แจ้งเตือน และคาดการณ์สถานการณ์ เตรียมความพร้อมตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อแจ้งเตือนไปยังประชาชนให้ทราบล่วงหน้าทันท่วงที ทั้งนี้ ปภ.ได้ประสานจังหวัด ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด ให้เตรียมพร้อมทีมเผชิญเหตุและเครื่องจักรกลสาธารณภัยให้พร้อมปฏิบัติงาน ตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะในช่วงฝนตกหนักวันที่ 22-23 ก.ค. 2568 อาทิ รถปฏิบัติการบรรเทาอุทกภัยพร้อมเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ เครื่องสูบส่งระยะไกล รถปฏิบัติการเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัย เรือพร้อมเครื่องยนต์ เรือท้องแบน ซึ่งขณะนี้ได้กระจายเครื่องจักรกลเข้าประจำพื้นที่จุดเสี่ยง โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำล่วงหน้าแล้ว สั่งการให้ศูนย์ ปภ. เขต 2 สุพรรณบุรี และศูนย์ ปภ. เขต 16 ชัยนาท สนับสนุนทีมเจ้าหน้าที่และเครื่องจักรกลช่วยเหลือพื้นที่ประสบอุทกภัยในภาคเหนือ โดยมีศูนย์ ปภ.เขต 9 พิษณุโลก เป็นจุดระดมทรัพยากรเครื่องจักรกลสาธารณภัย ของปภ. และปภ. ร่วมกับกองทัพบก (ทบ.) ส่งเฮลิคอปเตอร์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย KA-32 พร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัยประจำอากาศยานและทีมช่างประจำอากาศยานไปประจำการที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการออกปฏิบัติการช่วยเหลือในพื้นที่ภาคเหนือ โดยเฉพาะพื้นที่ที่เข้าถึงยาก ส่วนด้านการดำรงชีพเบื้องต้น ปภ. ได้ประสานสำนักงานปภ.จังหวัดซึ่งเตรียมความพร้อมไว้แล้ว และในวันที่ 21 ก.ค. ตนและทีมงาน ปภ. ที่เกี่ยวข้อง จะลงพื้นที่ภาคเหนือเพื่อติดตามและสถานการณ์ พร้อมประสานการปฏิบัติ ให้ความช่วยเหลือประชาชนต่อไป
นายภาสกร อธิบดี ปภ. กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ แนวทางการดำเนินงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แยกเป็นพื้นที่ที่ยังคงมีสถานการณ์อุทกภัย ให้เร่งดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามแผนเผชิญเหตุให้ครอบคลุมทุกมิติ รวดเร็ว และทั่วถึง โดยเฉพาะด้านการดำรงชีพ การดูแลความปลอดภัยและสภาพจิตใจ เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ ซ่อมแซมบ้านเรือนและเส้นทางคมนาคมที่ได้รับความเสียหาย ส่วนพื้นที่เสี่ยงที่อาจได้รับผลกระทบจากพายุวิภา กำชับหน่วยงานในพื้นที่ในระดับท้องถิ่นและท้องที่ ติดตามสถานการณ์และปัจจัยเสี่ยงต่างๆ แจ้งเตือนข้อมูลต่างๆ สถานการณ์และแนวทางการปฏิบัติอย่างปลอดภัยและเตรียมความพร้อมหากจำเป็นต้องมีการอพยพออกจากพื้นที่ ทั้งนี้ให้พิจารณาอพยพกลุ่มเปราะบางเป็นอันดับแรก รวมถึงจัดพื้นที่รองรับการอพยพ/ศูนย์พักพิงชั่วคราวที่มีมาตรฐาน เตรียมความพร้อมดูแลผู้ประสบภัยทุกมิติอย่างเพียงพอ ตลอด 24 ชั่วโมง เมื่อเกิดสถานการณ์ภัยขึ้นในพื้นที่ให้ดำเนินการตามแผนเผชิญเหตุ โดยเร่งระดมสรรพกำลังจากทุกภาคส่วน จัดชุดปฏิบัติการเร่งคลี่คลายสถานการณ์และเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยจนกว่าสถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติ โดยให้ความสำคัญกับการรักษาชีวิตของประชาชนและความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานเป็นลำดับแรก
สำหรับการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ให้ตรวจสอบพื้นที่เสี่ยงภัยโดยเฉพาะพื้นที่ที่เกิดน้ำท่วมบ่อยครั้งหรือพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ และกำหนดจุดเพื่อให้ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถนำเครื่องจักรกลสาธารณภัยเข้าประจำไว้ในพื้นที่เสี่ยงเป็นการล่วงหน้า สำรวจสิ่งก่อสร้าง วัสดุกีดขวางทางน้ำที่ทำให้เกิดอุทกภัย และดำเนินการปรับปรุงแก้ไข และเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นประสานหน่วยงานต่างๆ สำรวจและจัดทำบัญชีความเสียหายครอบคลุมทุกด้าน อย่างละเอียด รอบคอบ เพื่อป้องกันการตกสำรวจ ทั้งนี้จะเร่งดำเนินการให้ความช่วยเหลือตามระเบียบและหลักเกณฑ์อย่างเป็นธรรม
ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยติดตามพยากรณ์อากาศ ข้อมูลข่าวสาร และการแจ้งเตือนภัยจากทางราชการอย่างใกล้ชิด หากมีประกาศหรือคำเตือนขอให้ปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด หากพบเห็นหรือได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์อุทกภัยสามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือได้ทาง Line Official Account “ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784” โดยเพิ่มเพื่อน Line ID @1784DDPM และทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือต่อไป.