โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

อัปเดต พายุโซนร้อนวิภา กระทบไทย ฝนถล่มหลายจังหวัด เสี่ยงน้ำท่วม

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 20 ก.ค. 2568 เวลา 08.05 น.
พายุโซนร้อนวิภา เคลื่อนตัวเข้าสู่อ่าวตังเกี๋ย ส่งอิทธิพลฝนตกหนักทั่วไทย 20–24 ก.ค. หลายจังหวัดเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลันและคลื่นลมแรงในทะเล

พายุโซนร้อนวิภาเคลื่อนใกล้เวียดนาม ไทยเตรียมรับฝนหนักหลายวัน

ขณะที่ฤดูฝนเข้าสู่ช่วงวิกฤตของปี สายตาของนักพยากรณ์อากาศและหน่วยงานด้านภัยพิบัติกำลังจับจ้องการเคลื่อนไหวของพายุโซนร้อนกำลังแรงลูกใหม่ที่กำลังปั่นป่วนอยู่ในทะเลจีนใต้ตอนบน “วิภา” คือชื่อของพายุลูกนี้ ซึ่งขณะนี้กำลังเคลื่อนเข้าใกล้ฝั่งประเทศเวียดนามตอนบน และมีแนวโน้มสูงว่าจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อประเทศไทย

จากรายงานของกรมอุตุนิยมวิทยา ณ เวลา 04.00 น. ของวันที่ 20 กรกฎาคม พายุโซนร้อนวิภามีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 21.5 องศาเหนือ ลองจิจูด 115.8 องศาตะวันออก โดยอยู่ห่างจากเมืองจ้านเจียงของจีนประมาณ 560 กิโลเมตร ความเร็วลมใกล้ศูนย์กลางอยู่ที่ประมาณ 93 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุเคลื่อนตัวไปทางตะวันตกค่อนเหนือด้วยความเร็ว 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และคาดว่าจะเข้าสู่อ่าวตังเกี๋ยในช่วงวันที่ 21–22 กรกฎาคม ก่อนจะขึ้นฝั่งเวียดนามและอ่อนกำลังลงอย่างต่อเนื่อง

ฝนตกหนักขยายวงกว้างจากเหนือลงใต้

แม้พายุจะยังไม่ขึ้นฝั่ง แต่ผลกระทบเริ่มแผ่ขยายเข้ามาในหลายจังหวัดของไทยตั้งแต่เช้าของวันที่ 20 กรกฎาคม โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่อยู่ใกล้เส้นทางพายุโดยตรง หลายพื้นที่ต้องเผชิญกับฝนตกต่อเนื่องทั้งวัน และยังมีแนวโน้มว่าปริมาณฝนจะเพิ่มขึ้นตลอดช่วงวันที่ 21–24 กรกฎาคม

จังหวัดที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงฝนตกหนักถึงหนักมากมีทั้งภาคเหนือ เช่น เชียงราย พะเยา น่าน แพร่ และอุตรดิตถ์ ขณะที่ภาคอีสานก็ครอบคลุมพื้นที่ตั้งแต่หนองคายไปจนถึงอุบลราชธานี ภาคกลางอย่างลพบุรี สระบุรี กาญจนบุรี ไปจนถึงพื้นที่ชายฝั่งตะวันออกอย่างจันทบุรีและตราด ต่างก็มีรายชื่อติดอยู่ในบัญชีเฝ้าระวังจากกรมอุตุฯ

เสริมแรงโดยมรสุม คลื่นลมแรงซ้ำเติม

สิ่งที่ทำให้สถานการณ์วิภากลายเป็นเรื่องที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด คือการเสริมแรงจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พาดผ่านทะเลอันดามัน อ่าวไทย และภาคใต้ของประเทศ มรสุมลูกนี้ไม่เพียงเร่งให้พายุเคลื่อนตัวเร็วขึ้น แต่ยังเป็นตัวกระตุ้นให้ฝนตกหนักต่อเนื่องในภาคใต้ตอนบน และภาคตะวันตกของไทย

คลื่นลมในทะเลอันดามันตอนบนถูกคาดการณ์ว่าจะสูงถึง 2–4 เมตร โดยเฉพาะในช่วงฝนฟ้าคะนองอาจสูงกว่านั้น เช่นเดียวกับอ่าวไทยที่คลื่นอาจสูงถึง 3 เมตรในบางพื้นที่ กรมอุตุฯ แนะนำให้เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงนี้อย่างเด็ดขาด

ความเสี่ยงที่ต้องไม่มองข้าม

ภัยธรรมชาติในลักษณะนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ความเปียกชื้น ฝนตกหนักติดต่อกันหลายวันเสี่ยงทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่ม โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มต่ำ หรือภูเขาที่มีดินอุ้มน้ำไว้มากเกินไป การเตือนภัยจึงไม่ได้เป็นเพียงมาตรการตามพิธีการ แต่เป็นความพยายามลดผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนอย่างแท้จริง

ชาวบ้านในพื้นที่เสี่ยงควรเตรียมอพยพไว้ล่วงหน้า หากอยู่ใกล้ทางน้ำหรือลำห้วย ส่วนผู้ใช้รถใช้ถนนในเส้นทางผ่านภูเขาและป่าไม้ควรหลีกเลี่ยงการเดินทางในช่วงที่ฝนตกหนักที่สุด

ความจำเป็นของการรับรู้และติดตามข้อมูล

บทเรียนจากภัยพิบัติในอดีตชี้ให้เห็นว่า “ความรู้เท่าทัน” เป็นปัจจัยสำคัญในการเอาชีวิตรอด ข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยา เว็บไซต์และช่องทางสื่อสารของหน่วยงานท้องถิ่น คือแหล่งข่าวที่ประชาชนควรติดตามอย่างสม่ำเสมอ ข้อมูลอัปเดตอย่างต่อเนื่องสามารถเปลี่ยนแปลงการตัดสินใจเล็กๆ ให้กลายเป็นเรื่องใหญ่ เช่น การเลือกอยู่บ้านแทนที่จะเดินทาง หรือการอพยพก่อนที่ระดับน้ำจะสูงถึงจุดวิกฤต

จากวิภาถึงอนาคต ภัยพิบัติในยุคเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ

พายุวิภาอาจเป็นเพียงพายุลูกหนึ่งในฤดูฝนปีนี้ แต่เส้นทางของมันและผลกระทบที่กระจายออกไปสะท้อนความซับซ้อนของระบบอากาศในปัจจุบัน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้รูปแบบพายุยากจะคาดเดา และความถี่ของภัยธรรมชาติเหล่านี้มีแนวโน้มจะสูงขึ้นทุกปี

สิ่งที่ต้องเตรียมจึงไม่ใช่แค่ร่มและกระสอบทราย แต่เป็นระบบรับมือที่เชื่อมโยงกันระหว่างรัฐ ท้องถิ่น และประชาชน พร้อมรับความเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นอีกครั้งไม่ช้าก็เร็ว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...