โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

นักวิเคราะห์คาด “ดัชนี Nikkei” เพิ่มขึ้น 5% แตะ 39,600 จุด ภายในสิ้นปี 68

การเงินธนาคาร

อัพเดต 28 พ.ค. 2568 เวลา 10.19 น. • เผยแพร่ 28 พ.ค. 2568 เวลา 03.19 น.

นักวิเคราะห์คาด "ดัชนี Nikkei" เพิ่มขึ้น 5% แตะ 39,600 จุด ภายในสิ้นปี 2568 รับความชัดเจนนโยบายการค้าสหรัฐ มองเป้าหมาย 42,000 จุดภายในสิ้นปี 2569

วันที่ 28 พฤษภาคม 2568 เวลา 06.09 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า จากการสำรวจนักกลยุทธ์การลงทุนในตลาดหุ้น มองว่าดัชนีหุ้น Nikkei 225 ของญี่ปุ่นคาดว่าจะเพิ่มขึ้นประมาณ 5% ภายในสิ้นปีนี้ เนื่องจากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับนโยบายการค้าของสหรัฐที่เคยกดดันตลาดเริ่มคลี่คลายลง แม้ว่าความผันผวนระยะสั้นยังคงมีอยู่ก็ตาม

ผลสำรวจนักวิเคราะห์ 17 ราย ระหว่างวันที่ 15–27 พฤษภาคม คาดว่า ดัชนีนิคเคอิจะปิดที่ระดับ 39,600 จุด ณ สิ้นเดือนธันวาคม ซึ่งสูงกว่าระดับปิดของวันอังคารที่ 37,724.11 จุด ในระยะกลางระบุว่า กลางปี 2569 ดัชนี Nikkei จะอยู่ที่ 40,875 จุด เพิ่มขึ้น 8.35% และสิ้นปี 2569 จะอยู่ที่ 42,000 จุด เพิ่มขึ้น 11.33%

นักวิเคราะห์ 3 รายคาดว่า ดัชนี Nikkei จะทำจุดสูงสุดใหม่แซงระดับสูงสุดตลอดกาลที่ 42,426.77 จุด ซึ่งเคยทำไว้ในเดือนกรกฎาคม ได้ภายในกลางปีหน้า ขณะที่อีก 2 รายเห็นว่าจะเกิดขึ้นภายในสิ้นปี 2569

Tony Sycamore นักวิเคราะห์จาก IG กล่าวว่า "ความไม่แน่นอนเรื่องภาษีและนโยบายการค้าสหรัฐฯ จะกลายเป็นอดีตเมื่อเข้าใกล้สิ้นปี และคาดว่านิคเคอิจะปิดที่ 40,000 จุด ในเดือนธันวาคมนี้ และแตะระดับ 44,000 จุด ภายในปีหน้า นั่นจะทำให้ตลาดกลับมาเคลื่อนไหวตามปัจจัยพื้นฐาน เช่น เงินเยนที่อ่อน อัตราดอกเบี้ยที่ยังต่ำ และกำไรบริษัทที่แข็งแกร่ง"

ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเคลื่อนไหวผันผวนรุนแรง หลังทำจุดสูงสุดในประวัติศาสตร์เมื่อต้นปี โดยร่วงลงมากถึง 27% เข้าสู่ตลาดหมีภายในต้นเดือนสิงหาคม จากแรงกดดันของการเทขายในวอลล์สตรีทที่เกิดจากความกังวลต่อเศรษฐกิจสหรัฐ แม้จะฟื้นตัวได้ก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ แต่กลับร่วงลงอีกเกือบ 20% ภายใต้นโยบายภาษีที่ไม่แน่นอนของประธานาธิบดีทรัมป์

ทั้งนี้เงินเยนที่ปกติถือว่าเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย (safe haven) ก็มีความผันผวนเช่นกัน โดยแข็งค่าขึ้นประมาณ 14% จากจุดต่ำสุดในรอบเกือบ 40 ปีเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา แม้จะยังถือว่าราคาถูกเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยในอดีต ค่าเงินเยนที่อ่อนยังเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจญี่ปุ่นที่พึ่งพาการส่งออก เพราะช่วยให้รายได้จากต่างประเทศเมื่อแปลงเป็นเยนมีมูลค่าสูงขึ้น

แม้ว่าธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) จะเริ่มขึ้นดอกเบี้ยแล้ว แต่ก็ยังถือว่าเป็น “ผู้ตามหลัง” (outlier) เมื่อเทียบกับธนาคารกลางทั่วโลก โดยเริ่มจากระดับต่ำมาก และยังคงชะลอการขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไปเพราะความไม่แน่นอนของการค้าโลก

Norihiro Yamaguchi นักเศรษฐศาสตร์จาก Oxford Economics มองว่าความไม่แน่นอนเหล่านี้จะยังคงทำให้ตลาดหุ้นผันผวน และคาดว่าดัชนี Nikkei จะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย โดยจะอยู่ที่ 38,900 จุด ณ สิ้นปี 2569 ทำให้เขาเป็นหนึ่งในนักวิเคราะห์ที่มองตลาดหมีมากที่สุดในกลุ่มนี้

นักวิเคราะห์ 7 จาก 12 รายที่ตอบคำถามเพิ่มเติม เห็นว่าโอกาสเกิดการปรับฐาน (correction) ที่มักหมายถึงการร่วงลงมากกว่า 10% ไม่น่าจะเกิดขึ้น ขณะที่อีก 5 รายเห็นว่ามีแนวโน้ม

ในเรื่องของผลประกอบการบริษัท นักวิเคราะห์แบ่งเป็นสองกลุ่ม โดย 6 รายคาดว่าจะดีกว่าปี 2567 อีก 6 รายคาดว่าจะลดลงเล็กน้อย

Yunosuke Ikeda หัวหน้าฝ่ายวิจัยแมโครของโนมูระ เปิดเผยว่า ประกาศภาษีอย่างกะทันหันของทรัมป์เมื่อวันที่ 2 เมษายน ทำให้บริษัทต้องปรับลดประมาณการกำไรจาก +7% เหลือ -7% หลังจากมีความคืบหน้ากับจีน และมาตรการเลื่อนเก็บภาษี 90 วัน เขาจึงปรับประมาณการใหม่เป็น -3% และคาดว่าดัชนี Nikkei จะปิดที่ 39,500 จุด สิ้นปีนี้ และขึ้นต่อเล็กน้อยแตะ 41,500 จุด ภายในสิ้นปีหน้า

อ้างอิง : reuters.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบรั้วเอเชีย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...