โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

แก๊งคอลเซ็นเตอร์เมียนมาไม่สะเทือน! ‘Starlink’ ต่อชีพหลังไทยตัดเน็ต

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 21 ก.ค. 2568 เวลา 03.51 น. • เผยแพร่ 21 ก.ค. 2568 เวลา 11.00 น.

แม้ประเทศไทยจะใช้มาตรการ “สามตัด” เพื่อจัดการกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติในเมียนมา โดยเฉพาะการตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ตที่เชื่อมโยงจากฝั่งไทยไปยังพื้นที่ปฏิบัติการของแก๊งเหล่านี้ แต่ดูเหมือนว่า “ปัญหา” จะยังคงอยู่ และแถมยังทวีความซับซ้อนยิ่งขึ้น เมื่อกลุ่มอาชญากรในฝั่งเมืองเมียวดีหันมาใช้ “อินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม Starlink” ของอีลอน มัสก์ เป็นช่องทางใหม่ในการสื่อสารและดำเนินกิจการหลอกลวงอย่างไม่สะดุด

จากข้อมูลของ International Justice Mission (IJM) องค์กรสิทธิมนุษยชนจากสหรัฐฯ ที่ทำงานต่อต้านการค้ามนุษย์ เปิดเผยกับสำนักข่าว Nikkei Asia ว่า หลังจากไทยตัดสายสื่อสารทางเคเบิล กลุ่มอาชญากรรมในเมียวดีได้เพิ่มการใช้งานอินเทอร์เน็ต Starlink มากกว่า “สองเท่า” ภายในเวลาเพียงหนึ่งปี โดยเฉพาะบริเวณศูนย์ใหญ่ของแก๊งใน KK Park และอาคารหลายแห่งรอบเมือง

ข้อมูลโทรศัพท์มือถือจากอุตสาหกรรมโฆษณาและผู้ให้บริการเครือข่ายเผยว่า ในเดือนเมษายน 2025 มีการเชื่อมต่อ Starlink ในพื้นที่เป้าหมายถึง 2,492 ครั้ง เพิ่มขึ้นเท่าตัวจากเดือนเมษายนปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นช่วงก่อนหน้าที่ไทยจะเริ่มตัดสัญญาณอย่างจริงจัง ตัวเลขนี้อาจยังต่ำกว่าความเป็นจริง แต่เพียงพอที่จะสะท้อนภาพแนวโน้มที่น่ากังวลได้อย่างชัดเจน

ภาพถ่ายดาวเทียมจาก Google Earth เองก็ยืนยันความเคลื่อนไหวดังกล่าว เมื่อปรากฏ “จานรับสัญญาณสีขาว” ซึ่งเป็นอุปกรณ์ของ Starlink ปรากฏอยู่เต็มหลังคาอาคารของกลุ่มอาชญากร ทั้งในเขตเมืองเมียวดีและพื้นที่ใกล้เคียง จานเหล่านี้มีขนาดเล็กเพียง 40 x 60 เซนติเมตร น้ำหนักเบา พกพาง่าย และสามารถลักลอบนำเข้าข้ามแดนได้อย่างแนบเนียน

เจคอบ ซิมส์ นักวิจัยรับเชิญจากศูนย์เอเชีย มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า แม้ Starlink จะไม่ได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการในเมียนมา แต่ก็กลายเป็น “ช่องทางหลัก” สำหรับการเข้าถึงโทรคมนาคมในเครือข่ายของแก๊งอาชญากรรม ด้วยความสามารถในการส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ตจากกลุ่มดาวเทียมกว่า 8,000 ดวงในวงโคจรต่ำของโลก โดยไม่ต้องพึ่งโครงสร้างพื้นฐานภาคพื้นดิน

ในมุมมองจากฝั่งไทยมิเชลล์ มัวร์ ผู้บริหารภูมิภาคเอเชียของ Global Alms องค์กรไม่แสวงกำไรที่ทำงานช่วยเหลือผู้คนที่ถูกหลอกลวงให้ทำงานในแก๊งคอลเซ็นเตอร์ กล่าวอย่างชัดเจนว่า เธอสามารถมองเห็น “จาน Starlink” ผุดขึ้นอย่างรวดเร็วตามอาคารของกลุ่มอาชญากรจากฝั่งแม่สอด จังหวัดตาก “มันมีอยู่ทุกที่ หลังคา ระเบียง ผนัง ฉันไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าตอนนี้มีอาคารไหนในชายแดนเมียนมาที่ไม่มี Starlink ติดอยู่”

พล.ต.อ. ธัชชัย ปิตะนีละบุตร ผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยอมรับว่า แม้มาตรการของไทยจะเริ่มส่งผลบ้าง แต่ยังไม่มีข้อมูลชัดเจนว่าจำนวนการโทรหลอกลวงไปยังต่างประเทศลดลงมากน้อยเพียงใด พร้อมระบุว่า อาจมีแรงงานหลงกลมากถึง 100,000 คนที่ยังคงทำงานอยู่ในเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์

ที่สำคัญ พล.ต.อ.ธัชชัยยอมรับว่าการลักลอบนำเข้าเชื้อเพลิงและอุปกรณ์ Starlink เข้าเมียนมายังเป็นปัจจัยสำคัญที่บั่นทอนประสิทธิภาพของมาตรการตัด “น้ำมัน-ไฟฟ้า-เน็ต” อย่างรุนแรง ไทยได้มีการติดต่อประสานกับหน่วยงานต่างประเทศ เพื่อพยายามให้บริษัท Starlink ยุติการให้บริการในพื้นที่ชายแดนดังกล่าว แม้ยังไม่มีความคืบหน้าที่เปิดเผยได้

“เรากำลังดำเนินการเรื่องนี้อยู่ และผมหวังว่า เราจะสามารถทำให้ Starlink ปิดการใช้งานเครื่องมือเหล่านั้นได้ มิฉะนั้น ผมคิดว่าค่อนข้างยากที่เราจะหยุดยั้งปฏิบัติการของพวกเขาได้ หากพวกเขายังคงใช้ Starlink สำหรับอินเทอร์เน็ต” พล.ต.อ.ธัชชัยกล่าว

อ้างอิง: Nikkei

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...