Moody’s เตือนเสี่ยงซ้ำรอยวิกฤต SVB หลังนักลงทุนรายย่อยบูมลงทุนสินเชื่อเอกชน
Moody’s เผยนักลงทุนรายย่อยแห่ลงทุนในกองทุนสินเชื่อเอกชนหลังโควิด-19 ผ่านกองทุนเปิดและ ETF ที่เติบโตเร็ว เตือนความยืดหยุ่นสูงในกองทุนอาจนำไปสู่ความเสี่ยงคล้ายวิกฤตธนาคาร
วันที่ 8 พฤษภาคม 2568 เวลา 08.54 น. สำนักข่าวรายงานว่า Moody’s บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ ออกรายงานล่าสุดเตือนถึงความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจากนักลงทุนรายย่อย (retail investors) ที่นำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์สินเชื่อเอกชน (private credit) ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของเศรษฐกิจสหรัฐ
หลังจากช่วงการระบาดของโควิด-19 ส่วนแบ่งของตลาดสินเชื่อในสหรัฐและทั่วโลกได้ค่อย ๆ เปลี่ยนจากธนาคารและตลาดสาธารณะ ไปสู่บริษัทสินเชื่อเอกชน โดยมูลค่าทรัพย์สินภายใต้การบริหาร (AUM) ของภาคสินเชื่อเอกชนเติบโตเกิน 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐนับตั้งแต่เริ่มก่อตั้งในปี 2557
กระแสดังกล่าวยังคงเดินหน้าต่อเนื่อง แม้ตลาดจะเผชิญความปั่นป่วนจากมาตรการเก็บภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ต่อจีนและประเทศอื่น ๆ
นักวิเคราะห์ของMoody’s ระบุในรายงานว่า “แม้ความผันผวนในตลาดยังคงอยู่ แต่บริษัทจัดการสินทรัพย์ทางเลือกก็ยังคงเปิดตัวกองทุนใหม่ เพื่อดึงดูดนักลงทุนรายย่อยเข้าสู่ตลาดสินเชื่อเอกชนและสินทรัพย์ทางเลือกอื่น ๆ”
Moody’s ชี้ว่าการเข้าถึงตลาดสินเชื่อเอกชนของนักลงทุนรายย่อยขยายตัวเร็วขึ้นหลังการระบาดของโควิด-19 โดยเฉพาะผ่านทางกองทุนแบบเปิด (open-ended evergreen funds) ที่มีข้อจำกัดในการลงทุน “ผ่อนคลายกว่า” กองทุนแบบปิด (closed-end funds) แบบดั้งเดิม
กองทุน ETF (Exchange-Traded Funds) ที่เน้นลงทุนในสินเชื่อเอกชนก็ได้รับความนิยมมากขึ้น โดย Moody’sระบุว่าการเติบโตของ ETF เหล่านี้อาจเปลี่ยนโฉมการเข้าถึงตลาดสินเชื่อเอกชนได้ หากมีการกำกับดูแลที่เหมาะสม และตั้งข้อสังเกตว่ากองทุน ETF และกองทุน evergreen ที่เน้นนักลงทุนรายย่อยมีความยืดหยุ่นสูงกว่ากองทุนแบบปิดในการรับเงินลงทุนและการไถ่ถอนหน่วยลงทุน ซึ่งแม้จะดูน่าสนใจ แต่ก็มีความเสี่ยงแฝงอยู่
นักวิเคราะห์เตือนว่า ความยืดหยุ่นนี้อาจนำไปสู่ความเสี่ยงคล้ายภาวะวิกฤตธนาคาร (bank run) อย่างที่เกิดขึ้นกับ Silicon Valley Bank และธนาคารในระดับภูมิภาคหลายแห่งในปีที่ผ่านมา
Moody’sระบุว่า “ความไม่สอดคล้องระหว่างเงื่อนไขด้านสภาพคล่องของกองทุน กับความคาดหวังของนักลงทุน อาจบั่นทอนความเชื่อมั่นในตัวผู้จัดการกองทุน”
นอกจากนี้รายงานยังระบุเพิ่มเติมว่า กองทุน evergreen มักมีข้อตกลงด้านสินเชื่อที่ผ่อนปรนมากกว่ากองทุนแบบปิด โดยเฉพาะในเรื่องเงื่อนไขหรือข้อกำหนดของผู้ให้กู้และผู้กู้ (covenants)
Moody’sสรุปว่า “เงินทุนจากนักลงทุนรายย่อยอาจขยายตลาดสินเชื่อเอกชนได้อย่างมาก แต่การบริหารจัดการด้านสภาพคล่องและการสร้างความโปร่งใสจะเป็นหัวใจสำคัญของความสำเร็จในระยะยาว”
อ้างอิง : reuters.com