“ศาลฎีกาสหรัฐ” ชี้ “เฟด” เป็นหน่วยงานพิเศษที่มีโครงสร้างเฉพาะ ลดโอกาสทรัมป์ปลดพาวเวล
"ศาลฎีกาสหรัฐ" ชี้ "เฟด" เป็นหน่วยงานพิเศษที่มีโครงสร้างเฉพาะ จึงไม่เข้าข่ายให้ประธานาธิบดีปลดได้ตามดุลยพินิจทั่วไป สัญญาณเชิงบวกต่อความเป็นอิสระของธนาคารกลาง
วันที่ 23 พฤษภาคม 2568 เวลา 06.33 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ศาลฎีกาสหรัฐ มีคำตัดสินเมื่อวันพฤหัสบดี (23 พฤษภาคม) ในคดีที่โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ปลดเจ้าหน้าที่คณะกรรมการแรงงานกลางของรัฐบาลกลาง (NLRB) สองคน ซึ่งมีข้อความสำคัญที่ช่วยบรรเทาความกังวล ในขณะนี้ว่าคดีดังกล่าวอาจกลายเป็นช่องทางให้ทรัมป์สามารถปลด นายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้อย่างอิสระในอนาคต
คำสั่งของศาลอนุญาตให้ทรัมป์สามารถกันตัวสมาชิกพรรคเดโมแครตทั้งสองราย ได้แก่ กวินน์ วิลคอกซ์ จาก NLRB และแคธี แฮร์ริส จากคณะกรรมการคุ้มครองระบบคุณธรรม (MSPB) ออกจากตำแหน่ง ระหว่างที่พวกเธอกำลังดำเนินการฟ้องร้องเพื่อโต้แย้งความชอบธรรมในการปลดออกจากตำแหน่ง
ทนายความของวิลคอกซ์และแฮร์ริสโต้แย้งว่า หากศาลตัดสินเข้าข้างรัฐบาลทรัมป์ อาจกระทบต่อหลักการคุ้มครองตำแหน่งของผู้กำหนดนโยบายในธนาคารกลางสหรัฐ ซึ่งในอดีตถือว่าได้รับการคุ้มครองจากการถูกปลดโดยประธานาธิบดี เว้นแต่มีความผิดร้ายแรงหรือประพฤติผิด
แต่ผู้พิพากษาเสียงข้างมากในศาลฎีกา กล่าวว่า “พวกเราไม่เห็นด้วย” โดยในคำวินิจฉัยสั้น ๆ และไม่ระบุชื่อผู้เขียน ศาลระบุว่า “เฟดเป็นหน่วยงานพิเศษที่มีโครงสร้างเฉพาะ เป็นลักษณะกึ่งเอกชน ซึ่งดำเนินรอยตามประวัติศาสตร์ของธนาคารแห่งชาติรุ่นแรกและรุ่นที่สองของสหรัฐ”
คดีทั้งสองถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด เพราะอาจถูกนำมาใช้เป็นแบบอย่าง (precedent) สำหรับการตัดสินว่าทรัมป์มีอำนาจปลดเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเฟดหรือไม่ โดยเฉพาะในกรณีของพาวเวล
ทั้งนี้ตามกฎหมายธนาคารกลางปี 1913 ซึ่งก่อตั้งเฟดในปัจจุบัน ระบุชัดว่าเจ้าหน้าที่ของเฟดจะสามารถถูกปลดได้เฉพาะด้วยเหตุผลชอบธรรมเท่านั้น ไม่ใช่เพราะเห็นต่างทางการเมืองหรือนโยบาย
นักวิเคราะห์ เดเร็ค ถัง จาก LH Meyer กล่าวว่า “มุมมองของศาลฎีกาครั้งนี้ช่วยลดความกังวลของผมเกี่ยวกับการที่ศาลอาจจะขยายผลคำวินิจฉัยจากคดี NLRB มาถึงกรณีของเฟด ผมรู้สึกโล่งใจ”
ก่อนหน้านี้ทรัมป์ได้แสดงความไม่พอใจต่อพาวเวลหลายครั้ง โดยเฉพาะการที่เฟดไม่ลดดอกเบี้ยตามที่เขาต้องการ แม้เขาจะเป็นผู้เสนอชื่อพาวเวลล์ในสมัยแรก และพาวเวลล์ก็ได้รับการเสนอชื่ออีกครั้งโดยประธานาธิบดีโจ ไบเดน จากพรรคเดโมแครต
แม้ทรัมป์เคยกล่าวเมื่อไม่นานมานี้ว่า ไม่มีเจตนาที่จะปลดพาวเวล แต่ความเป็นไปได้นั้นยังสร้างความไม่แน่นอนในตลาดการเงิน ที่ให้ความสำคัญกับความเป็นอิสระของเฟดในการดำเนินนโยบายโดยไม่ถูกแทรกแซงทางการเมือง
พาวเวลเองเคยกล่าวว่า เขาเชื่อว่าการปลดเขาออกจากตำแหน่งไม่สามารถกระทำได้ตามกฎหมาย
ทั้งนี้ผู้ว่าการเฟดทั้ง 7 คน รวมถึงประธานเฟด จะได้รับการแต่งตั้งจากประธานาธิบดีและต้องผ่านการอนุมัติจากวุฒิสภา โดยวาระของพาวเวลล์จะสิ้นสุดในเดือนพฤษภาคม 2569 และคาดว่าทรัมป์อาจเสนอชื่อผู้สืบตำแหน่งในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า
คริชนา กูฮา รองประธาน Evercore ISI กล่าวเสริมว่า ความเห็นของศาลฎีกาครั้งนี้ถือว่าให้ความมั่นใจ แต่ยังไม่เด็ดขาด โดยเขาระบุว่า “ศาลเพียงตัดสินว่า คดีของวิลคอกซ์ไม่จำเป็นต้องเชื่อมโยงถึงกรณีของเฟด”
อ้างอิง : reuters.com