โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สรุป Opp Day : COCOCO ลั่นธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงปีนี้โตแรง 70% ชูกลุ่มมะพร้าวยังขายดีทั่วโลก

efinanceThai

เผยแพร่ 23 พ.ค. 2568 เวลา 07.39 น.

Investor Relations Info : COCOCO สรุป Opp Day : COCOCO ลั่นธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงปีนี้โตแรง 70% ชูกลุ่มมะพร้าวยังขายดีทั่วโลก

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -23 พ.ค. 68 14:39 น.

COCOCO รุกหนักธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง หลังประเมินแนวโน้มผลงานปีนี้โตแรง 60-70% ด้านธุรกิจน้ำมะพร้าว-ผลไม้ ยังรุกออกสินค้าและตลาดใหม่ต่อเนื่อง ฟากโรงงานในฟิลิปปินส์พร้อมเดินเครื่องปี 69

นายวรวัฒน์ ชิ้นปิ่นเกลียว ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทย โคโคนัท จำกัด (มหาชน) หรือ COCOCO เปิดเผยในงาน Opportunity Day ว่า แนวโน้มธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงในช่วงปี 68 คาดว่าจะเติบโตจากปีก่อนได้ 60-70% หรือมียอดขายจากปี 67 ที่เติบโตได้ถึง 92%

โดยปีนี้บริษัทฯ มีแผนงานธุรกิจ Thai Awesome ซึ่งเป็นธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงสุนัข-แมว ส่วนของการรับจ้างผลิต(OEM) บริษัทเน้นขยายลูกค้าเพิ่มเติมในฝั่งสหรัฐฯ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย

ด้านแบรนด์สินค้า Moochie สำหรับการส่งออกคาดว่าจะสามารถปิดลูกค้าได้อีก 5 ประเทศ นอกจากนี้จะเน้นการรับรู้ในตลาดหลักทั้งมาเลเซีย ฟิลลิปปินส์ อินเดีย เพื่อเพิ่มปริมาณการสั่งซื้อ ส่วนตลาดในประเทศไทยยังเน้นสร้างแบรนด์ Moochie ต่อเนื่องโดยเฉพาะในภาคใต้ อีสาน และจะออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ออกมาต่อเนื่อง

ส่วนแผนงานธุรกิจ Thai Coconut ซึ่งดำเนินธุรกิจผลิตภัณฑ์มะพร้าว ยังคงจัดแสดงงานเพื่อเพิ่มตัวแทนการจัดจำหน่าย (Distributors) อย่างต่อเนื่องโดยในช่วงเม.ย.ที่ผ่านมามีสิงคโปร์งาน FHA, เบอร์มิงแฮม ในสหราชอาณา งาน UK FOOD&DRINK SHOWS และเดือนพ.ค.ได้แก่

ซาอุดิอาระเบีย ซึ่งเป็นตลาดใหม่ที่อยู่ระหว่างหา Distributors และคู่ค้าเพิ่มเติม, เนเธอแลนด์เพื่อพบลูกค้าซึ่งหลังจากฟิลลิปปินส์สร้างโรงงานเสร็จคาดว่าจะช่วยหนุนตลาดยุโรปได้จำนวนมาก, จีน ได้อกบูธนำเสนอสินค้า และช่วง 27-31 พ.ค. นี้ที่ไทยในงาน thaifex 2025 รวมถึงผลิตสินค้าใหม่ๆ ออกมาต่อเนื่อง เช่น Cha Siam, Sparkling coconut

ด้านธุรกิจใหม่อย่าง Thai Premium Street Food ซึ่งทำธุรกิจผลิตภัณฑ์อาหารจากผลไม้เมืองร้อน ถือว่าเป็นธุรกิจใหม่โดยปัจจุบันได้เจรจากับคู่ค้าแล้ว เช่นในสหรัฐฯ ซึ่งได้รับการตอบรับจากห้าง Albertsons โดยคาดว่าช่วงไตรมาส 2-3/68 จะเริ่มส่งสินค้าได้ ด้านสวิสเซอร์แลนด์คาดส่งออกช่วงไตรมาส 3/68 ส่วนจีน ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ อยู่ในขั้นตอนการนำเสนอสินค้าให้คู่ค้า

ทั้งนี้ในเชิงกำลังการผลิต(Capacity) ปี 68 คาดว่าอัตราการใช้ (Utilize rate) ธุรกิจน้ำมันพร้าว 70%, กะทิ 50%, ธุรกิจ Thai Awesome ประมาณ 45% และ Thai Premium Street Food ประมาณ 30%

สำหรับปรากฏการณ์เอลนีโญส่งผลให้ต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้น มองว่ายังส่งผลต่อเนื่องมาจนถึงไตรมาส 2 อย่างไรก็ตามบริษัทฯ ได้ปรับราคากับลูกค้าแล้ว ดังนั้นภาพรวมอัตรากำไรขั้นต้นจะปรับตัวดีขึ้น ส่วนกรณีภาษีสหรัฐฯ จะเพิ่มขึ้น 10% มองว่าในช่วงไตรมาส 2/68 ยังมีคำสั่งซื้อ เข้ามาเป็นปกติเนื่องจากเข้าใกล้ฤดูกาลการขาย โดยแนวโน้มผู้นำเข้าเร่งให้ส่งมอบสินค้าก่อนโดนภาษีตอบโต้

ด้านโรงงานใหม่ในฟิลิปปินส์ที่ใช้เงินลงทุน 430 ล้านบาท ใช้ชื่อบริษัทว่า Novococonut Inc ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างเซ็นสัญญาเริ่มก่อสร้าง คาดว่าจะดำเนินธุรกิจเชิงพาณิชย์ได้ต้นปี 69 ซึ่งจะช่วยหนุนกำลังผลิตส่งออกกะทิในระยะยาว รองรับความต้องการในตลาดอเมริกาและยุโรป คาดจะมีอัตรากำไรสุทธิในระดับ 30%

เรียบเรียง โดย ชุติมา อภิชัยสุขสกุล
อีเมล์. reporter@efinancethai.comอนุมัติ โดย สุรเมธี มณีสุโข
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...