โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เปิดแนวโน้มอาหารโลกบนเส้นด้ายกลางศึกสงคราม-อากาศ-การค้าป่วน

เดลินิวส์

อัพเดต 29 ก.ค. 2568 เวลา 14.00 น. • เผยแพร่ 29 ก.ค. 2568 เวลา 23.00 น. • เดลินิวส์
องค์การอาหารและเกษตรแห่งสห ประชาชาติ (FAO) และ องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) รายงานแนวโน้มการเกษตรของโลกปี 68–77 ได้คาดการณ์ว่า การบริโภคสินค้าโภคภัณฑ์เกษตร ปศุสัตว์ และประมงทั่วโลก จะเติบโต 13% เทียบจากระดับปัจจุบัน ในอีก 10 ปีข้างหน้า ตามจำนวนประชากรและรายได้ต่อหัวที่เพิ่มขึ้นในประเทศรายได้น้อยและปานกลาง

สะท้อนความจำเป็นของการใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิผล ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และใช้กฎเกณฑ์การค้าระหว่างประเทศที่ได้ตกลงในระดับพหุภาคี

รายงานนี้นำเสนอการประเมินแนวโน้มตลาดสินค้าโภคภัณฑ์เกษตร ปศุสัตว์และประมงในระดับชาติ ระดับภูมิภาค และระดับโลก เพื่อข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการวางนโยบายบนพื้นฐานของข้อมูล และคาดการณ์นี้ภูมิทัศน์ของโลกที่เต็มไปด้วยความท้าทายทางเศรษฐกิจ การเมือง และสิ่งแวดล้อม

คนกินอาหารมีคุณภาพขึ้น

พบว่าประชากรโลกจะมีการบริโภคอาหารที่หลากหลายและมีคุณค่าทางโภชนาการมากขึ้น โดยพลังงานที่มาจากผลิตภัณฑ์จากปศุสัตว์และปลาจะเพิ่มขึ้น 6% ทำให้ปริมาณการบริโภคอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการต่อหัวเฉลี่ยต่อวันในภูมิภาคเหล่านี้อยู่ที่ 360 กิโลแคลอรี สูงกว่า 300 กิโลแคลอรีตามมาตรฐานของ FAO

หากภาคการเกษตรนำเทคโนโลยีลดการปล่อยก๊าซที่มีอยู่ในปัจจุบันมาใช้อย่างแพร่หลาย เช่น เกษตรแม่นยำ การบริหารดินและน้ำที่ดีขึ้น การปรับปรุงอาหารสัตว์ในระบบปศุสัตว์ และแนวทางปฏิบัติที่ขยายผลได้ในวงกว้างและมีต้นทุนต่ำ เช่น การปลูกพืชหมุนเวียน การปลูกพืชแซม และการปรับปรุงดินโดยใช้ปุ๋ยหมัก จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกดังกล่าวได้7% ทำให้ผลผลิตอาหารเพิ่ม 10% และประสิทธิผลทางการเกษตรเพิ่ม 15%

เปิดตัวเลขความต้องการแต่ละประเภท

รายงานเน้นย้ำว่า การค้าระหว่างประเทศจะยังคงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับภาคเกษตรและอาหารโลก เนื่องจากประเทศต่าง ๆ มีข้อได้เปรียบและกำลังการผลิตแตกต่างกัน โดยคาดการณ์ว่า 22% ของแคลอรีทั้งหมดที่ประชากรโลกบริโภคจะมาจากการค้าข้ามพรมแดน ดังนั้นการค้าสินค้าเกษตรที่ยึดกฎเกณฑ์และความร่วมมือพหุภาคีจะมีความจำเป็น อีกทั้งจะส่งเสริมมาตรฐานความยั่งยืนและความยืดหยุ่นในการรับมือกับปัญหาด้านอุปทานที่อาจเกิดขึ้น

คาดว่าการบริโภคธัญพืชทั่วโลกจะเติบโตในระดับปานกลางที่ระดับ1.1% ต่อปี นำโดยการบริโภค ตามมาด้วยการผลิตอาหารสัตว์ และเชื้อเพลิงชีวภาพตามลำดับ การบริโภคข้าวทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นเฉลี่ย1% ต่อปี เทียบกับ1.1% ต่อปีในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา โดยส่วนใหญ่มาจากประชากรในเอเชีย

การบริโภคเนื้อสัตว์ปีก เนื้อแกะ เนื้อวัว และเนื้อหมูทั่วโลกคาดว่าจะเติบโตประมาณ21%, 16%, 13% และ5% ตามลำดับภายในปี77 ตามการเติบโตอย่างรวดเร็วของจำนวนประชากรและรายได้ การผลิตเนื้อสัตว์มากกว่าครึ่งจะอยู่ในแถบเอเชีย ส่วนใหญ่มาจากการผลิตสัตว์ปีกในประเทศจีน ตามมาด้วยอินเดีย สหรัฐอเมริกา และเวียดนาม และคาดว่าละตินอเมริกาจะมีส่วนแบ่งการผลิตเพิ่มอย่างต่อเนื่อง มาจากความได้เปรียบในการแข่งขันด้านที่ดิน อาหารสัตว์ และการปรับปรุงพันธุกรรมสัตว์

มรสุมความเสี่ยงดันต้นทุนสูง

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาการผลิตเนื้อสัตว์ทั่วโลกกำลังเผชิญกับแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นในหลายด้าน ผู้ผลิตต้องเผชิญกับต้นทุนปัจจัยการผลิตที่สูง กฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมและชีวอนามัยสัตว์ที่เข้มงวดขึ้น รวมถึงการระบาดของโรคต่าง ๆ แม้ต้นทุนอาหารสัตว์ที่พุ่งสูงขึ้นในช่วงต้นทศวรรษเริ่มลดลง แต่ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและแรงงานอื่น ๆ ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผู้ประกอบการจึงมุ่งเน้นไปที่การเพิ่มผลผลิตมากขึ้นผ่านเทคนิคการเพาะพันธุ์ การจัดการฝูงสัตว์ และการเพิ่มน้ำหนักของสัตว์ มาตรการเหล่านี้มีความสำคัญต่อการจัดการต้นทุน และเสริมสร้างความยั่งยืนในการเผชิญกับแรงกดดันด้านการแข่งขันจากแหล่งโปรตีนทางเลือก

ภาคปศุสัตว์กำลังเผชิญกับการตรวจสอบที่เข้มงวดมากขึ้นเกี่ยวกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การปรับปรุงประสิทธิภาพเพื่อเพิ่มน้ำหนักหลังการชำแหละจะเพิ่มผลผลิต 27% ของเนื้อหมู 19% ในสัตว์ปีก และ 8% สำหรับเนื้อวัว

ปศุสัตว์ปล่อยก๊าซฯพุ่ง

รายงานคาดว่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของภาคปศุสัตว์จะเพิ่มขึ้น 6% จาก 3.4 กิกะตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า เป็น 3.5 กิกะตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าภายในปี 2577 โดยแอฟริกาจะมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากที่สุดซึ่งจะสูงกว่า 18% ส่วนยุโรปจะลดลง 7%

การเลี้ยงวัวปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากกว่า 60% ของภาคปศุสัตว์ทั้งหมด ในภาพรวมการเพิ่มขึ้นของการปล่อยก๊าซ เรือนกระจกจากปศุสัตว์ทั่วโลกจะต่ำกว่าการเพิ่มขึ้นของการผลิตเนื้อสัตว์เฉลี่ย 13% อันเนื่องมาจากการเปลี่ยนไปสู่การผลิตสัตว์ปีกและโครงการริเริ่มระดับชาติที่มุ่งส่งเสริมการผลิตปศุสัตว์คาร์บอนต่ำ และการเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต

นิยมอาหารทะเลมากขึ้น

รายงานดังกล่าว คาดว่า การบริโภคอาหารทะเลจะเพิ่มขึ้นทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศเอเชีย การประมงและการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำกำลังเผชิญกับความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้น อันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม ความตึงเครียดทางการค้า และการให้ความสำคัญต่อความยั่งยืนที่มากขึ้นทั่วโลก โดยน่าจับตามองที่นโยบายของประเทศจีน ซึ่งมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาอย่างยั่งยืนมากขึ้น

การบริหารจัดการประมงที่ดีขึ้นอาจช่วยบรรเทาผลกระทบบางส่วนได้ นอกจากนี้นโยบายการค้าอันเนื่องมาจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ยังนำไปสู่ความไม่แน่นอนที่เพิ่มมากขึ้น.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...