โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ดีป้า-สรรพากร ผลักดันมาตรการภาษี 200% ผ่านครม. เพิ่มความสามารถการแข่งขัน SMEs ไทย

สยามรัฐ

อัพเดต 25 มิ.ย. 2568 เวลา 11.50 น. • เผยแพร่ 25 มิ.ย. 2568 เวลา 11.50 น.

ดีป้า - กรมสรรพากร ผลักดันมาตรการภาษี 200% ผ่าน ครม. แบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน SMEs ไทย

วันที่ 25 มิถุนายน 2568 ดีป้า ร่วมกับ กรมสรรพากร ดันมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการแปลงเป็นดิจิทัล (Digital Transformation) ของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ผ่านที่ประชุมคณะรัฐมนตรี โดยสามารถหักรายจ่ายได้ 2 เท่าสำหรับค่าซื้อ หรือค่าจ้างทำ หรือค่าใช้บริการโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ฮาร์ดแวร์ อุปกรณ์อัจฉริยะ หรือบริการด้านดิจิทัลที่ได้รับขึ้นทะเบียนบนบัญชีบริการดิจิทัล หวังกระตุ้นให้เกิดการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ดำเนินธุรกิจ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายให้กับ SMEs ไทย

ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า เปิดเผยว่า วานนี้ คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ตามมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการแปลงเป็นดิจิทัล (Digital Transformation) ของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ที่ กรมสรรพากร กระทรวงการคลัง เสนอ โดยให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีทุนที่ชำระแล้วในวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีไม่เกิน 5 ล้านบาท และมีรายได้จากการขายสินค้าและการให้บริการในรอบระยะเวลาบัญชีไม่เกิน 30 ล้านบาท สามารถหักรายจ่ายได้ 2 เท่า เฉพาะในส่วนที่ไม่เกิน 3 แสนบาท สำหรับค่าซื้อ หรือค่าจ้างทำ หรือค่าใช้บริการโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ฮาร์ดแวร์ อุปกรณ์อัจฉริยะ หรือบริการด้านดิจิทัลที่ได้รับขึ้นทะเบียนบนบัญชีบริการดิจิทัลของ ดีป้า โดยไม่รวมเครื่องคอมพิวเตอร์ ตั้งแต่วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการ (24 มิ.ย.) ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2570

ผศ.ดร.ณัฐพล กล่าวว่า ที่ผ่านมา ดีป้า บูรณาการการทำงานกับ กรมสรรพากร มาอย่างต่อเนื่อง โดยมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการแปลงเป็นดิจิทัลของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมได้รับการยกระดับจากมาตรการภาษี 200% เดิม ซึ่งครั้งนี้ผู้ประกอบการและผู้ให้บริการดิจิทัลจะต้องได้รับ dSURE ตราสัญลักษณ์ที่มอบให้กับผลิตภัณฑ์ประเภทฮาร์ดแวร์และอุปกรณ์อัจฉริยะที่ผ่านการทดสอบมาตรฐานด้านความปลอดภัย (Safety) ความสามารถในการทำงาน (Functionality) และความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Cybersecurity) ขณะที่โปรแกรมคอมพิวเตอร์และโปรแกรมบริการดิจิทัลจะต้องได้รับมาตรฐานสากลตามที่ ดีป้า กำหนด อาทิ ISO/IEC 29110, CMMI Development ฯลฯ ก่อนรับการขึ้นทะเบียนบน บัญชีบริการดิจิทัล แหล่งรวบรวมสินค้า/บริการดิจิทัลจากผู้ประกอบการและผู้ให้บริการดิจิทัลไทยที่มีคุณสมบัติตรงตามข้อกำหนดด้านมาตรฐาน คุณภาพ ราคาสมเหตุสมผล ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้งาน

"ดีป้า หวังเป็นอย่างยิ่งว่า มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการแปลงเป็นดิจิทัลของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมจะกระตุ้นให้ SMEs ไทยนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินธุรกิจเพื่อเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถในการแข่งขัน อีกทั้งเป็นส่วนช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย ขณะเดียวกันยังเป็นแรงผลักดันให้ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมดิจิทัลไทยพัฒนาสินค้าและบริการดิจิทัลที่มีคุณภาพ ซึ่งจะส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมดิจิทัลของประเทศ พร้อมก้าวสู่เศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลต่อไป" ผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า กล่าว

สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจสามารถดูผลิตภัณฑ์และบริการดิจิทัลที่ได้รับการขึ้นทะเบียนบนบัญชีบริการดิจิทัลได้ที่ https://techhunt.depa.or.th/

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...