โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แจ้งจับจนท.บังคับคดีพร้อมพวก ปมสวมสิทธิ์ครอบครองปรปักษ์

INN News

อัพเดต 30 พ.ค. 2568 เวลา 15.34 น. • เผยแพร่ 30 พ.ค. 2568 เวลา 08.34 น. • INN News

ทนายปราบโกง แจ้งจับเจ้าพนักงานบังคับคดีพร้อมพวก 6 คน ปมสวมสิทธิ์ครอบครองปรปักษ์ ยันโดนกลั่นแกล้งให้พ้นจากพื้นที่

วันนี้ ( 30 พ.ค.68 ) ที่ ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ถนนพหลโยธิน เขตจตุจักร กทม. ทนายกฤษฎา อินทามระ หรือทนายปราบโกง เดินทางเข้าร้องทุกข์ต่อ พงส.กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าพนักงานบังคับคดีจังหวัดปริมณฑล 2 นาย พร้อมญาติพี่น้องตนเองอีก 3 คน และทนายความอีก 1 คน รวม 6 คน ในข้อหาความผิดตามมาตรา 157 กรณีสมรู้ร่วมคิดและปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบในการขายทอดตลาดบ้านที่ตนครอบครองปรปักษ์มานานกว่า 10 ปี

ทนายกฤษฎา เปิดเผยว่า เมื่อปลายปี 2567 สำนักงานบังคับคดีได้ประกาศขายทอดตลาดบ้านในหมู่บ้านชื่อดังย่านชานเมือง ซึ่งตนครอบครองปรปักษ์อยู่ และเป็นบ้านที่อยู่ในอาณาบริเวณเดียวกันกับบ้านของพี่น้องอีกประมาณ 3 หลัง โดยไม่มีรั้วกั้น ทำให้ทุกคนในครอบครัวทราบดีว่าตนมีสิทธิในบ้านหลังดังกล่าวในฐานะผู้ครอบครองปรปักษ์อย่างไรก็ตาม เจ้าพนักงานบังคับคดี (จพค.) กลับร่วมมือกับพี่สาวและพี่เขยของตน โดยนำประกาศขายทอดตลาดไปปิดไว้ที่โรงจอดรถของพี่สาวและพี่เขย แทนที่จะปิดที่ตัวบ้านที่ตนครอบครองอยู่ เพื่อไม่ให้ตนรับทราบเรื่องการขายทอดตลาด และไม่สามารถร้องขัดทรัพย์ได้ทันตามกฎหมาย หลังจากการปิดประกาศที่โรงจอดรถแล้ว ก็มีการถ่ายรูปเพื่อรายงานหัวหน้า ก่อนจะดึงประกาศออกไปในทันที

ตนมาทราบเรื่องการขายทอดตลาดจากการตรวจสอบเว็บไซต์ของกรมบังคับคดี และได้เข้าร่วมประมูลในวันนัดแรก คือวันที่ 19 ธันวาคม 2567 ซึ่งมีผู้เข้าร่วมประมูลเพียง 2 ราย คือตนและพี่เขย โดยพี่เขยเป็นผู้ชนะการประมูลไปในราคา 3,500,000 บาท ซึ่งสูงกว่าราคาที่ตนเสนอไปกว่าสี่แสนบาท ทั้งที่บ้านดังกล่าวมีเนื้อที่เพียง 51 ตารางวา สร้างมานานกว่า 30 ปี และอยู่นอกโครงการจัดสรร ไม่มีทางเข้าออกสู่ถนนโครงการ ต้องใช้ทางภาระจำยอมของพี่สาว ทำให้ตนเกิดข้อสงสัยว่าพี่สาวและพี่เขยทุ่มเงินจำนวนมากเพื่อประมูลบ้านหลังนี้ไปเพื่ออะไรต่อมาในวันที่ 14 มีนาคม 2568 ตนได้ทราบความจริงว่ากลุ่มบุคคลดังกล่าวต้องการกำจัดตนออกจากพื้นที่ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 6 นายนำหมายจับของศาลมาจับกุมตนและภรรยาในข้อหาไม่ยอมออกจากอสังหาริมทรัพย์

โดยในวันดังกล่าว ตำรวจ พี่สาว พี่เขย ลูกชาย และทนายความ ได้วางแผนปิดทางเข้าออกซึ่งมีเพียงทางเดียวคือผ่านหน้าบ้านพี่สาว ทำให้ตนและภรรยาถูกจับกุมที่หน้าบ้านพี่สาว ส่งผลให้เสื่อมเสียอิสรภาพและชื่อเสียง เนื่องจากกลุ่มบุคคลดังกล่าวได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่นิติบุคคลของหมู่บ้าน มาดูการจับกุมเพื่อประจานตนและภรรยา อีกทั้งเพื่อนบ้านก็เห็นเหตุการณ์ทำให้ตนเสียชื่อเสียงอย่างมาก ทั้งที่ตนได้ทำงานเพื่อสังคมและประชาชนจนกระทั่งสื่อมวลชนตั้งฉายาว่า "ทนายปราบโกง" การกระทำดังกล่าวอาจทำให้ผู้คนเข้าใจว่าตนกระทำความผิดอาญาร้ายแรง เป็นผู้ร้ายคนสำคัญหลบหนีหมายจับตนเชื่อว่าการกระทำของกลุ่มบุคคลดังกล่าวเป็นการสมรู้ร่วมคิดเป็นขบวนการ ตั้งแต่การปิดประกาศขายทอดตลาด การออกหมายจับ ไปจนถึงการเข้าจับกุมที่เกินกว่าเหตุ ทั้งที่เป็นเพียงความผิดทางแพ่งเรื่องการขับไล่เท่านั้น

การมาแจ้งความ บก.ปปป.ดำเนินคดีในครั้งนี้จึงเป็นการปกป้องชื่อเสียงของตน และเป็นคดีตัวอย่างเพื่อให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ไม่เห็นแก่อามิสสินจ้าง หรือเอื้อประโยชน์ให้คนทุจริต

เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้รับแจ้งความตรวจสอบพยานหลักฐานที่ผู้เสียหายนนำมาแจ้งความร้องทุกข์ก่อนดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook: https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...