โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คดีหมิ่นประมาท อ้างฟ้องปิดปาก (SLAPP) ก็ไม่รอดหากไร้ข้อมูลจริง

SpringNews

อัพเดต 30 มิ.ย. 2568 เวลา 06.23 น. • เผยแพร่ 30 มิ.ย. 2568 เวลา 06.15 น.

สังคมออนไลน์ต้องตระหนัก การวิพากษ์วิจารณ์หรือเปิดโปงใดๆ ต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของความจริงและมีหลักฐานรองรับ ย้ำชัดการใช้ข้อมูลเท็จสร้างความเสียหายให้ผู้อื่น แม้จะอ้างว่าเป็นคดีฟ้องปิดปาก (SLAPP) ก็ไม่อาจรอดพ้นความผิดฐานหมิ่นประมาทได้ ชี้การฟ้องเพื่อปกป้องสิทธิ์โดยสุจริตเป็นสิ่งที่กฎหมายคุ้มครอง

ในยุคที่ข้อมูลข่าวสารและกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมออนไลน์เป็นไปอย่างรวดเร็ว มีกรณีพิพาทจากการแสดงความคิดเห็นจนนำไปสู่การฟ้องร้องดำเนินคดีฐานหมิ่นประมาทให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งหลายกรณีฝ่ายที่ถูกฟ้องมักยกประเด็นเรื่อง "การฟ้องคดีเพื่อปิดปาก" หรือ SLAPP (Strategic Lawsuit Against Public Participation) ขึ้นมาต่อสู้ อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายย้ำเตือนว่า สิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นต้องมาพร้อมกับความรับผิดชอบ และการกล่าวหาผู้อื่นด้วยข้อมูลเท็จ หรือการแสดงความเห็นโดยปราศจากหลักฐาน ย่อมสุ่มเสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดีและมีโอกาสสูงที่จะแพ้คดี

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือกรณีที่บุคคลมีชื่อเสียง เช่น ดารา นักแสดง ถูกผู้ใช้อินเทอร์เน็ต (นักเลงคีย์บอร์ด) กล่าวหาในทางเสื่อมเสีย เช่น การกล่าวหาว่าแย่งชิงคู่สมรสของผู้อื่น จนเกิดความเข้าใจผิดและสร้างความเสียหายต่อชื่อเสียง การที่ผู้เสียหายลุกขึ้นมาฟ้องร้องดำเนินคดีหมิ่นประมาทนั้น ถือเป็นการปกป้องเกียรติยศและสิทธิตามกฎหมายของตนเอง ซึ่งหากผู้กล่าวหาไม่มีหลักฐานมาพิสูจน์ข้อกล่าวอ้าง ก็จะต้องรับผิดตามกฎหมาย

เช่นเดียวกับกรณีที่สื่อมวลชนหรือนักข่าวบางรายนำเสนอข้อมูลที่บิดเบือน หรือกล่าวหาองค์กรใดๆ โดยไม่มีข้อเท็จจริงมารองรับ หากองค์กรผู้เสียหายสามารถพิสูจน์ได้ว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นเท็จและส่งผลกระทบต่อองค์กรจริง ก็สามารถฟ้องร้องฐานหมิ่นประมาทได้เช่นกัน

เส้นแบ่งระหว่าง "ฟ้องปิดปาก" กับ "การปกป้องสิทธิ์"

แม้ปัจจุบันจะมีการตื่นตัวเรื่องกฎหมายต่อต้านการฟ้องคดีปิดปาก (Anti-SLAPP) มากขึ้น แต่จำเป็นต้องทำความเข้าใจถึงเจตนารมณ์ที่แท้จริงของคดีประเภทนี้

คดีที่อาจเข้าข่ายการฟ้องปิดปาก (SLAPP) มีลักษณะสำคัญคือ

  • มีเจตนาเพื่อข่มขู่: ผู้ฟ้องมุ่งหวังที่จะคุกคามหรือปิดปากผู้ที่กำลังใช้สิทธิตรวจสอบเรื่องที่เกี่ยวกับประโยชน์สาธารณะ เช่น การทุจริตของเจ้าหน้าที่รัฐ หรือผลกระทบจากโครงการขนาดใหญ่
  • ฟ้องโดยไม่มีมูล: เป็นการฟ้องเพื่อกลั่นแกล้ง ทำให้ผู้ถูกฟ้องต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการต่อสู้คดี จนเกิดความหวาดกลัวและยอมยุติการเคลื่อนไหวไปเอง
  • ผู้ฟ้องมีอำนาจเหนือกว่า: มักเป็นกรณีที่องค์กรขนาดใหญ่ฟ้องร้องประชาชนรายย่อย หรือผู้มีอำนาจรัฐฟ้องร้องนักเคลื่อนไหว

ในทางกลับกัน การฟ้องที่ไม่ใช่คดีปิดปาก จะมีลักษณะดังนี้

  • ฟ้องเพื่อปกป้องสิทธิ์: ผู้ฟ้องเป็นผู้เสียหายที่ถูกใส่ความด้วยข้อมูลเท็จ และต้องการปกป้องชื่อเสียงของตนตามกฎหมาย
  • จำเลยหมิ่นประมาทจริง: ผู้ถูกฟ้องได้กระทำการหมิ่นประมาทหรือมีเจตนาใส่ร้ายจริง โดยปราศจากหลักฐานข้อเท็จจริง
  • ไม่ได้มุ่งระงับการมีส่วนร่วมของสาธารณะ: การฟ้องไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อให้จำเลยหยุดแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต แต่เพื่อเรียกร้องความรับผิดชอบต่อข้อมูลเท็จที่เผยแพร่ออกไป

ดังนั้น การที่บุคคลหรือองค์กรจะฟ้องร้องดำเนินคดีเพื่อปกป้องตนเองจากการถูกใส่ความด้วยข้อมูลที่ไม่เป็นความจริง จึงไม่ถือเป็นการฟ้องปิดปาก แต่เป็นการใช้สิทธิ์อันชอบธรรมตามกฎหมาย

ท้ายที่สุดแล้ว หลักการสำคัญของการแสดงความคิดเห็นในที่สาธารณะคือการตั้งอยู่บนพื้นฐานของ "ความจริง" ก่อนจะวิพากษ์วิจารณ์หรือส่งต่อข้อมูลใดๆ ควรตรวจสอบให้แน่ใจถึงความถูกต้อง เพื่อหลีกเลี่ยงการสร้างความเสียหายให้แก่ผู้อื่น อันจะนำมาซึ่งความรับผิดชอบทางกฎหมายที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...