โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

วิเคราะห์ 3 ทางเลือก ศาลรัฐธรรมนูญ 1 ก.ค. กับชะตา 'นายกฯ' บนเส้นทางการเมือง

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 30 มิ.ย. 2568 เวลา 05.02 น.
ศาลรัฐธรรมนูญกับ 3 ทางเลือก คำร้องถอดถอนแพทองธาร และทิศทางการเมืองหลังวันที่ 1 ก.ค. 2568

ศาลรัฐธรรมนูญมีกำหนดพิจารณาคำร้องถอดถอน น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2568 หลังมีการยื่นคำร้องโดยสมาชิกวุฒิสภา โดยอ้างถึงข้อกังวลเกี่ยวกับคุณสมบัติและสถานะของนายกรัฐมนตรีในทางการเมือง ซึ่งอาจเข้าข่ายข้อห้ามตามรัฐธรรมนูญ

การพิจารณาครั้งนี้เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่อาจส่งผลต่อเสถียรภาพรัฐบาล ทั้งในเชิงโครงสร้างบริหารและทิศทางเศรษฐกิจในช่วงครึ่งหลังของปี ข้อมูลจากการรายงานข่าวต่างๆ สรุปได้ว่า ศาลรัฐธรรมนูญมีทางเลือกหลัก 3 แนวทาง โดยแต่ละแนวทางมีนัยสำคัญต่างกัน

แนวทางแรก ตีกลับเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติม

ทางเลือกนี้จะเกิดขึ้นหากศาลเห็นว่าคำร้องที่ยื่นมายังไม่สมบูรณ์เพียงพอ อาจขาดพยานหลักฐานบางประการ หรือยังมีข้อเท็จจริงที่ต้องการคำชี้แจงเพิ่มเติมจากผู้ร้อง ศาลจึงอาจมีคำสั่งให้ยื่นข้อมูลใหม่เพื่อประกอบการพิจารณา

ในกรณีนี้ยังไม่มีการตัดสินว่าจะรับหรือไม่รับคำร้อง หมายถึง การขยายกระบวนการออกไปอีกระยะ ซึ่งแม้ไม่กระทบสถานะของนายกรัฐมนตรีโดยตรง แต่จะทำให้สถานการณ์การเมืองยังอยู่ในภาวะค้างคา ความไม่ชัดเจนดังกล่าวอาจสร้างแรงกดดันต่อรัฐบาลในแง่การบริหารงบประมาณ และแผนนโยบายที่อยู่ระหว่างการผลักดัน

แนวทางที่สอง รับคำร้องไว้พิจารณา

หากศาลเห็นว่าคำร้องมีมูลเบื้องต้นพอสมควร และเข้าเงื่อนไขตามรัฐธรรมนูญอาจมีมติรับไว้พิจารณา ซึ่งเมื่อเข้าสู่กระบวนการไต่สวนแล้ว ศาลจะต้องตัดสินใจอีกชั้นหนึ่งว่าจะให้ผู้ถูกร้องหยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่

กรณีที่ศาลมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ น.ส.แพทองธาร จะต้องเว้นวรรคจากตำแหน่งทั้งในฐานะนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่ควบตำแหน่งอื่นไว้ โดยจะต้องมีการมอบหมายบุคคลใดบุคคลหนึ่งในคณะรัฐมนตรีขึ้นทำหน้าที่รักษาการ

แต่หากไม่มีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ แม้คำร้องจะถูกไต่สวนต่อ แต่รัฐบาลสามารถเดินหน้านโยบายได้ตามปกติในทางปฏิบัติ อย่างไรก็ตาม บรรยากาศทางการเมืองอาจถูกกดดันเพิ่มขึ้น ทั้งจากฝ่ายค้านและภาคประชาชนที่ติดตามกระบวนการอย่างใกล้ชิด

แนวทางที่สาม ไม่รับคำร้อง

ศาลอาจมีคำวินิจฉัยว่าคำร้องที่ยื่นมายังไม่เข้าข่ายบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ หรือไม่มีมูลเพียงพอที่จะรับไว้พิจารณา กรณีนี้จะจบกระบวนการทันที โดยไม่มีผลกระทบใดต่อการดำรงตำแหน่งของนายกรัฐมนตรี

ในมุมมองของฝ่ายบริหาร ทางเลือกนี้จะส่งผลให้รัฐบาลมีความมั่นคงในระดับหนึ่งในระยะสั้น สามารถดำเนินนโยบายสำคัญได้ต่อเนื่อง แต่ในแง่การเมือง อาจยังมีแรงกดดันจากผู้ที่เชื่อว่าประเด็นนี้ควรได้รับการตรวจสอบในชั้นศาลมากกว่านี้

ผลกระทบและสิ่งที่ต้องจับตา

ไม่ว่าแนวทางใดจะเกิดขึ้นในวันที่ 1 กรกฎาคม ผลลัพธ์จะส่งผลต่อความมั่นใจของสาธารณชน ภาคธุรกิจ และนักลงทุนในประเทศและต่างประเทศ

ในช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนลดลงต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยจากความไม่แน่นอนทางการเมืองเป็นหนึ่งในตัวแปรสำคัญ การที่ศาลจะพิจารณาคำร้องด้วยความรอบคอบ เป็นธรรม และมีเหตุผลตามกรอบรัฐธรรมนูญ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยรักษาเสถียรภาพของทั้งระบบการเมืองและเศรษฐกิจในภาพรวม

ขณะเดียวกัน สังคมควรติดตามกระบวนการอย่างมีเหตุมีผล และเปิดพื้นที่ให้เกิดการรับฟังที่หลากหลาย เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านทางการเมืองในอนาคต ไม่ว่าจะในทิศทางใด สามารถเกิดขึ้นได้อย่างสร้างสรรค์และอยู่บนพื้นฐานของความเข้าใจร่วมกัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...