โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หมอเจด เตือนด่วน! 5 โรคที่ตามมา หากไม่ควบคุมความดัน เสี่ยงถึงชีวิตได้

News In Thailand

เผยแพร่ 29 มิ.ย. 2568 เวลา 07.54 น. • ทีมข่าวสยามนิวส์
หมอเจด เตือนด่วน! 5 โรคที่ตามมา หากไม่ควบคุมความดัน เสี่ยงถึงชีวิตได้

วันที่ 29 มิ.ย. 68 ด้าน นายแพทย์เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา คุณหมออารมณ์ดีเจ้าของเพจ "หมอเจด" ออกมาเตือนถึงโรคที่คนไทยเป็นมากที่สุดนั่นก็คือ ความดันโลหิตสูง (Hypertension)

วันนี้เรามาคุยกันว่า "5 โรคที่คุณจะเจอถ้าไม่คุมความดันให้ดี" มีอะไรบ้าง และลดความดันยังไงนะครับ

1. โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke)

ถ้าความดันของคุณสูงต่อเนื่อง สิ่งแรกที่มีปัญหาได้เลยคือ “สมอง” เพราะเส้นเลือดที่เลี้ยงสมองมันบอบบางมากๆ พอความดันสูงไปเรื่อย ๆ ผนังหลอดเลือดก็อ่อนแอ สุดท้ายมันก็อาจแตกหรืออุดตันได้ เมื่อหลอดเลือดในสมองแตก จะเกิดภาวะเลือดออกในสมอง ผู้ป่วยจะมีอาการทันที เช่น ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด แขนขาอ่อนแรงข้างใดข้างหนึ่ง หรืออาจถึงขั้นหมดสติ ส่วนถ้าหลอดเลือดอุดตัน สมองก็จะขาดเลือดไปเลี้ยง ทำให้เนื้อสมองส่วนที่ขาดเลือดตายทำให้อาการอัมพาต ติดเตียง หรือการสูญเสียความสามารถบางอย่าง เช่น การพูดหรือการรับรู้ ใครที่ความดันสูงแล้วยังปล่อยไปไม่สนใจ ระวังนะ โรคนี้มันมาเร็วแบบไม่ทันตั้งตัว

2. โรคหัวใจขาดเลือด (Ischemic Heart Disease)

หัวใจของเราคือปั๊มที่ทำงานตลอดเวลา ถ้าความดันโลหิตสูง หัวใจก็ต้องทำงานหนักขึ้นเรื่อยๆ กล้ามเนื้อหัวใจจะหนาขึ้นเพื่อรับมือกับความดันที่สูง แต่การหนาขึ้นนี้ไม่ได้ทำให้หัวใจแข็งแรงขึ้น มันทำให้หัวใจทำงานหนักขึ้นและเสี่ยงที่จะเกิดปัญหา เส้นเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจ (หลอดเลือดโคโรนารี) ก็จะเริ่มเสื่อมสภาพ หลอดเลือดแข็งและตีบแคบ ทำให้เลือดไปเลี้ยงหัวใจไม่พอ อาจทำให้รู้สึกเจ็บแน่นหน้าอกเวลาเดินหรือออกแรง และถ้าอาจเกิดเส้นเลือดอุดตันกะทันหัน ตามมาด้วยหัวใจวายเฉียบพลันได้ (Myocardial Infarction)อาจทำให้เสียชีวิตได้ทันที

3. โรคไตเรื้อรัง (Chronic Kidney Disease)

ไตของเราทำหน้าที่กรองของเสียและควบคุมสมดุลของเกลือและน้ำในร่างกาย ถ้าความดันโลหิตสูงต่อเนื่อง หลอดเลือดเล็ก ๆ ที่ไปเลี้ยงไตจะเริ่มเสียหาย การไหลเวียนของเลือดในไตแย่ลง ไตก็เริ่มเสื่อม โรคไตเรื้อรังมักไม่แสดงอาการในระยะแรก แต่เมื่อไตเสื่อมมากขึ้น คุณจะเริ่มรู้สึกเหนื่อยง่าย บวมที่เท้าและขา ปัสสาวะน้อยลง หรือปัสสาวะมีฟองมากเพราะโปรตีนรั่วออกมา และในกรณีที่ร้ายแรงสุดก็คือไตวาย ต้องฟอกไตหรือปลูกถ่ายไต การที่ต้องฟอกไต 3 ครั้งต่อสัปดาห์คือสิ่งที่ไม่มีใครอยากเจอ ถ้าคุมความดันโลหิต ก็จะลดความเสี่ยงไตวายได้นะ

4. ภาวะหัวใจล้มเหลว (Heart Failure)

ถ้าความดันโลหิตสูงทำให้หัวใจต้องทำงานหนักตลอดเวลา กล้ามเนื้อหัวใจจะหนาขึ้นจนถึงจุดที่มันเริ่มอ่อนแรงไม่สามารถบีบตัวได้เต็มที่ สูบฉีดเลือดไปเลี้ยงร่างกายไม่พอ เกิดภาวะหัวใจล้มเหลว คนที่ป่วยหัวใจล้มเหลวจะรู้สึกเหนื่อยง่าย เดินนิดหน่อยก็หอบ บางคนต้องนอนหนุนหมอนสูงเพราะนอนราบแล้วหายใจไม่ออก อาจมีอาการบวมที่ขาและเท้าเพราะร่างกายสะสมของเหลว

5. ภาวะจอประสาทตาเสื่อมจากความดันโลหิตสูง (Hypertensive Retinopathy)

ความดันโลหิตสูงไม่ได้ทำร้ายแค่หัวใจ สมอง หรือไต แต่มันยังทำร้ายดวงตาของคุณได้ด้วย เส้นเลือดเล็ก ๆ ที่จอประสาทตามีความบอบบางมาก ถ้าความดันสูงต่อเนื่อง เส้นเลือดเหล่านี้จะแข็งและเปราะ ทำให้เกิดเลือดออกในจอประสาทตา หรือจอประสาทตาบวมคุณจะเริ่มมองเห็นไม่ชัดเหมือนมีหมอกบาง ๆ บดบัง อาจเห็นจุดดำลอยไปมา หรือแย่กว่านั้นคือสูญเสียการมองเห็นอย่างถาวร

พร้อมกันนี้ยังได้แนะนำว่าถ้าใครที่มีความดันสูง และต้องการลดความเสี่ยง 5 โรคร้าย ที่จะตามมาต้องรีบคุมดีๆ วิธีก็ไม่ยาก ทำตามนี้เลย

-วัดความดันเป็นประจำ ทั้งที่บ้านและที่คลินิก

-กินอาหารสุขภาพ ลดเกลือ น้ำตาล และไขมันทรานส์

-ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ไม่ต้องหนักมาก แต่ให้สม่ำเสมอ

-เลิกบุหรี่ ลดแอลกอฮอล์ เพราะทั้งสองอย่างนี้ทำให้ความดันพุ่ง

-นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อให้หัวใจและร่างกายได้ฟื้นฟู

-จัดการความเครียด ซึ่งก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความดันโลหิต

-ถ้าหมอให้ยาคุมความดัน อย่าลืมทานยา อย่าคิดว่า "ไม่มีอาการก็ไม่ต้องกิน"

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...