โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ตม.1 รวบหนุ่มแดนมังกรตุ๋นเงินลงทุนธุรกิจสุรา เหมาไถ 12 ล้าน หนีซุกไทย

สยามนิวส์

เผยแพร่ 02 มิ.ย. 2568 เวลา 13.11 น. • สยามนิวส์
ตม.1 รวบหนุ่มแดนมังกรตุ๋นเงินลงทุนธุรกิจสุรา เหมาไถ 12 ล้าน หนีซุกไทย

จากกรณีที่ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.ปรัชญา ประสานสุข และ พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดยกระดับการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม โดยเฉพาะความผิดที่เกี่ยวกับคนเข้าเมือง และชาวต่างชาติที่มีลักษณะเป็นอาชญากร หรือเป็นสมาชิกองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งเป็นความรับผิดชอบหลักของ สตม. โดยสั่งการและกำชับให้เพิ่มความเข้มในการตรวจสอบบังคับใช้กฎหมาย โดยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองที่รับผิดชอบงานสืบสวนเน้นลงพื้นที่สืบสวนหาข่าวอย่างต่อเนื่อง

โดยตั้งแต่ช่วงต้นเดือนพฤษภาคม 2568 ที่ผ่านมาพล.ต.ต.ประสาธน์ เขมะประสิทธิ์ ผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1 พร้อมด้วย พ.ต.อ.ระพีพัฒน์ อุตสาหะ รองผู้บังคับการฯ รับผิดชอบงานตรวจคนเข้าเมืองในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ได้สั่งการให้ ว่าที่ พ.ต.อ.พลสิทธิ์ สุทธิอาจ ผกก.สืบสวน บก.ตม.1, พ.ต.ท.สุริยะ พ่วงสมบัติ รองผู้กำกับการสืบสวนฯ พร้อมชุดปฏิบัตินำโดย พ.ต.ท.ทวีทรัพย์ ชัยภูมิ และ พ.ต.ท.ธงไทย ไพเราะ สว.กก.สืบสวน บก.ตม.1 เรียกประชุมชุดสืบสวนในการลงพื้นที่สืบสวนหาข่าว หลังได้รับข้อมูลจากพลเมืองดีว่ามีบุคคลต่างด้าวสัญชาติจีน 2 ราย มีพฤติกรรมหลบๆซ่อนๆ เชื่อว่าน่าจะลักลอบหลบหนีเข้าเมือง หรือกระทำความผิดอื่นๆ ตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมืองฯ และมาซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานครชั้นใน

หลังได้รับสั่งการดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง สังกัด บก.ตม.1 ชุดสืบสวน ได้นำกำลังลงพื้นที่สืบสวนหาข่าวในพื้นที่ซึ่งได้รับข้อมูลจากสายลับว่าบุคคลต่างด้าวที่เป็นเป้าหมายพักอาศัยอยู่ ซึ่งมีลักษณะเป็นคอนโดหรูตั้งอยู่ใกล้กับย่านทองหล่อ กรุงเทพมหานคร โดย เจ้าหน้าที่ตำรวจได้กระจายกำลังกันสังเกตการณ์เนื่องจากชุดสืบสวนเชื่อว่า บุคคลต่างด้าวเป้าหมายจะลงมารับอาหาร เนื่องจากไม่ต้องการเดินทางออกไปนอกคอนโดมิเนียม เพื่อหลีกเลี่ยงการปรากฏตัวต่อสาธารณะ จนกระทั่งเวลาประมาณ 17.00 น. เจ้าหน้าที่ได้พบบุคคลต่างด้าวลักษณะคล้ายคนจีนเพศชาย 2 คน เดินลงมาบริเวณล็อบบี้คอนโดมิเนียม เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจและแสดงบัตรประจำตัวให้ดูเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงได้ขอตรวจสอบเอกสารประจำตัวหรือหนังสือเดินทางของผู้ถูกจับ ผู้ถูกจับรายแรกแสดงหนังสือเดินทาง ชื่อเซียว อายุ 30 ปี เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรถูกต้อง แต่การอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรสิ้นสุดแล้วประมาณ 2 เดือน ส่วนอีกรายแจ้งว่าชื่อนายหลิว อายุ 29 ปี สัญชาติจีน แต่ไม่สามารถแสดงหนังสือเดินทางได้ ตรวจสอบลายนิ้วมือของผู้ถูกจับในระบบสารสนเทศของ สตม. เบื้องต้น ไม่พบข้อมูลการเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่นายเซียวว่า “เป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด” ส่วนนายหลิวนั้น เจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหา “เป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” พร้อมแจ้งสิทธิ์ของผู้ถูกจับให้ทราบ และได้เชิญตัวผู้ถูกจับทั้ง 2 รายมาที่ กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.สตม. เพื่อทำบันทึกจับกุมและนำตัวผู้ถูกจับส่ง พงส. กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.สตม. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

อย่างไรก็ตาม ระหว่างการทำบันทึกจับกุม นายหลิว หนึ่งในผู้ถูกจับ มีพฤติกรรมกระวนกระวายอย่างมาก พยายามแจ้งกับเจ้าหน้าที่ว่าตนมีหนังสือเดินทางแต่ได้ทำหายไป และให้การกลับไปกลับมา เจ้าหน้าที่เกิดความสงสัยจึงได้ประสานข้อมูลกับองค์กรบังคับใช้กฎหมายระหว่างประเทศ จนได้ข้อมูลยืนยันว่าบุคคลต่างด้าวรายดังกล่าว คือ นายต้า หลิว บุคคลต่างด้าวสัญชาติจีน ที่ก่อนหน้านี้ช่วงปี 2566 ได้ก่อคดีฉ้อโกงเงิน โดยการหลอกระดมทุนจากผู้เสียหายหลายราย โดยอ้างว่าตนได้ร่วมธุรกิจกับบริษัทจำหน่ายสุราชื่อดังของประเทศจีน ผู้เสียหายเห็นว่านายต้าหลิว ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการจำหน่ายสุราอยู่ก่อนแล้ว หลงเชื่อโอนเงินลงทุนให้กับนายต้าหลิวเป็นจำนวนมาก คิดเป็นมูลค่าความเสียหายประมาณ 2.5 ล้านหยวน หรือกว่า 12 ล้านบาท ก่อนจะหลบหนีจากที่พักในมณฑลกุ้ยโจว นั่งรถมามณฑลยูนนาน ก่อนจะลักลอบเข้ามาในประเทศลาวและไทยตามลำดับ บริเวณสามเหลี่ยมทองคำ หลังจากได้ข้อมูลภาพถ่ายเพิ่มเติมแล้ว เจ้าหน้าที่จึงได้ใช้ระบบตรวจพิสูจน์อัตลักษณ์ไบโอเมตริกซ์ ตรวจเปรียบเทียบ ผลการตรวจสอบพบเป็นบุคคลเดียวกันจริง ซึ่ง สตม.จะได้แจ้งข้อมูลดังกล่าวไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไปเพื่อนำตัวนายต้า หลิว ไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ปฏิบัติการดังกล่าวเป็นผลสืบเนื่องมาจากการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศตรวจคนเข้าเมือง และระบบไบโอเมตริกซ์ เป็นเครื่องมือช่วยเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงาน รวมไปถึงเบาะแสสำคัญจากพี่น้องประชาชน จนนำไปสู่ความสัมฤทธิ์ผลในการจับกุมคนร้ายข้ามชาติรายสำคัญที่หลบหนีคดี และใช้ประเทศไทยเป็นที่ซ่อนตัว และขอฝากประชาสัมพันธ์พี่น้องประชาชนผ่านผู้สื่อข่าวว่า การแจ้งที่พักอาศัยต่อสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองกรณีคนต่างด้าวเข้ามาพักอาศัย เป็นหน้าที่ตามกฎหมาย ซึ่งเจ้าบ้าน เจ้าของหรือผู้ครอบครองดูแลเคหสถาน รวมไปถึงผู้จัดการโรงแรม จะต้องตระหนักและให้ความสำคัญ นอกจากนี้หากพี่น้องประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแส การกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายังสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองที่สายด่วนหมายเลข 1178 ตลอด 24 ชม.

ผู้สื่อข่าวนครบาล ทีมข่าวสยามนิวส์ รายงาน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...