ส่องทิศทาง “ราคาทองคำ” (14-18 ก.ค.68) ผู้เชี่ยวชาญ-นักลงทุน คาดราคาปรับขึ้นต่อ จับตาประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน
ศูนย์วิจัยทองคำ เปิดผลสำรวจทิศทาง "ราคาทองคำ" สัปดาห์นี้ (14-18 ก.ค.68) ผู้เชี่ยวชาญ-นักลงทุน คาดราคาปรับขึ้นต่อ จับตาประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของจีน
ศูนย์วิจัยทองคำ เปิดผลสำรวจมุมมองต่อทิศทาง ราคาทองคำ ในประเทศรายสัปดาห์ระหว่างวันที่ 14-18 ก.ค.68 จากการสำรวจ GRC Gold Survey พบว่า
13 ผู้เชี่ยวชาญในตลาดทองคำที่ได้มีส่วนร่วมตอบแบบสำรวจ ในจำนวนนี้มี 7 ราย หรือเทียบเป็น 54% คาดว่าราคาทองคำในสัปดาห์หน้าจะปรับเพิ่มขึ้น ส่วนจำนวน 2 ราย หรือเทียบเป็น 15% คาดว่าราคาทองคำจะลดลง และ จำนวน 4 ราย หรือเทียบเป็น 31% คาดว่าราคาทองคำจะใกล้เคียงกับสัปดาห์ที่ผ่านมา
สำหรับนักลงทุนทองคำ ได้เข้าร่วมตอบแบบสำรวจ จำนวน 328 ราย ในจำนวนนี้มี 154 ราย หรือเทียบเป็น 47% คาดว่าราคาทองคำในประเทศของสัปดาห์หน้าจะปรับเพิ่มขึ้น ส่วนจำนวน 113 ราย หรือเทียบเป็น 34% คาดว่าราคาทองคำจะลดลง และ จำนวน 61 ราย หรือเทียบเป็น 19% คาดว่าราคาทองคำจะใกล้เคียงกับสัปดาห์ที่ผ่านมา
โดยสถานการณ์ราคาทองคำนั้น ราคาทองคำแท่งในประเทศ 96.5% ตามประกาศ สมาคมค้าทองคำ ในสัปดาห์ที่ผ่านมาเคลื่อนไหวอยู่ระหว่าง 50,850 – 51,450 บาท ต่อบาททองคำ โดยราคาทองคำปิดอยู่ที่ระดับ 51,450 บาท ต่อบาททองคำ เพิ่มขึ้น 300 เมื่อเปรียบเทียบกับราคาปิดของสัปดาห์ก่อนหน้า (สัปดาห์ก่อนหน้าปิดที่ 51,150 บาท)
ทั้งนี้ปัจจัยที่ต้องติดตามดังนี้
- การประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน โดยการเดินทางเยือนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของ มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ และที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติ เพื่อเข้าร่วมประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ซึ่งมีประเทศมหาอำนาจเข้าร่วมอย่างจีน รัสเซีย ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย อาจเป็นเวทีสำคัญในการหารือ ประเด็นการค้าระหว่างประเทศ และภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งอาจส่งผลทางอ้อมต่อกระแสเงินทุนเคลื่อนย้าย และทิศทางค่าเงิน
- มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของจีน โดยตลาดกำลังจับตาความเคลื่อนไหวของธนาคารกลางจีน (PBOC) และนักวิชาการ เสนอให้รัฐบาลจีนออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 1–1.5 ล้านล้านหยวน เพื่อรับมือภาวะเงินฝืดและผลกระทบจากภาษีนำเข้าสหรัฐฯ โดยมุ่งกระตุ้นการบริโภคในครัวเรือน สนับสนุนธุรกิจ SME และเพิ่มการลงทุนภาครัฐ พร้อมเสนอให้ ลดอัตราดอกเบี้ย Loan Prime Rate และดูแลเสถียรภาพเงินหยวน เพื่อส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีน
- รายงานตัวเลขทางเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI), ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI), ตัวเลขยอดค้าปลีก ของเดือน มิถุนายน 2568, ผลสำรวจภาคการผลิตของ FED สาขานิวยอร์ก, ผลสำรวจแนวโน้มธุรกิจของ FED สาขาฟิลาเดลเฟีย, รายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจ (Beige Book) ของ FED และตัวเลขจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์