โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ส่องทิศทาง “ราคาทองคำ” (14-18 ก.ค.68) ผู้เชี่ยวชาญ-นักลงทุน คาดราคาปรับขึ้นต่อ จับตาประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 14 ก.ค. 2568 เวลา 11.39 น. • เผยแพร่ 14 ก.ค. 2568 เวลา 04.39 น.

ศูนย์วิจัยทองคำ เปิดผลสำรวจทิศทาง "ราคาทองคำ" สัปดาห์นี้ (14-18 ก.ค.68) ผู้เชี่ยวชาญ-นักลงทุน คาดราคาปรับขึ้นต่อ จับตาประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของจีน

ศูนย์วิจัยทองคำ เปิดผลสำรวจมุมมองต่อทิศทาง ราคาทองคำ ในประเทศรายสัปดาห์ระหว่างวันที่ 14-18 ก.ค.68 จากการสำรวจ GRC Gold Survey พบว่า

13 ผู้เชี่ยวชาญในตลาดทองคำที่ได้มีส่วนร่วมตอบแบบสำรวจ ในจำนวนนี้มี 7 ราย หรือเทียบเป็น 54% คาดว่าราคาทองคำในสัปดาห์หน้าจะปรับเพิ่มขึ้น ส่วนจำนวน 2 ราย หรือเทียบเป็น 15% คาดว่าราคาทองคำจะลดลง และ จำนวน 4 ราย หรือเทียบเป็น 31% คาดว่าราคาทองคำจะใกล้เคียงกับสัปดาห์ที่ผ่านมา

สำหรับนักลงทุนทองคำ ได้เข้าร่วมตอบแบบสำรวจ จำนวน 328 ราย ในจำนวนนี้มี 154 ราย หรือเทียบเป็น 47% คาดว่าราคาทองคำในประเทศของสัปดาห์หน้าจะปรับเพิ่มขึ้น ส่วนจำนวน 113 ราย หรือเทียบเป็น 34% คาดว่าราคาทองคำจะลดลง และ จำนวน 61 ราย หรือเทียบเป็น 19% คาดว่าราคาทองคำจะใกล้เคียงกับสัปดาห์ที่ผ่านมา

โดยสถานการณ์ราคาทองคำนั้น ราคาทองคำแท่งในประเทศ 96.5% ตามประกาศ สมาคมค้าทองคำ ในสัปดาห์ที่ผ่านมาเคลื่อนไหวอยู่ระหว่าง 50,850 – 51,450 บาท ต่อบาททองคำ โดยราคาทองคำปิดอยู่ที่ระดับ 51,450 บาท ต่อบาททองคำ เพิ่มขึ้น 300 เมื่อเปรียบเทียบกับราคาปิดของสัปดาห์ก่อนหน้า (สัปดาห์ก่อนหน้าปิดที่ 51,150 บาท)

ทั้งนี้ปัจจัยที่ต้องติดตามดังนี้

  • การประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน โดยการเดินทางเยือนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของ มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ และที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติ เพื่อเข้าร่วมประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ซึ่งมีประเทศมหาอำนาจเข้าร่วมอย่างจีน รัสเซีย ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย อาจเป็นเวทีสำคัญในการหารือ ประเด็นการค้าระหว่างประเทศ และภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งอาจส่งผลทางอ้อมต่อกระแสเงินทุนเคลื่อนย้าย และทิศทางค่าเงิน
  • มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของจีน โดยตลาดกำลังจับตาความเคลื่อนไหวของธนาคารกลางจีน (PBOC) และนักวิชาการ เสนอให้รัฐบาลจีนออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 1–1.5 ล้านล้านหยวน เพื่อรับมือภาวะเงินฝืดและผลกระทบจากภาษีนำเข้าสหรัฐฯ โดยมุ่งกระตุ้นการบริโภคในครัวเรือน สนับสนุนธุรกิจ SME และเพิ่มการลงทุนภาครัฐ พร้อมเสนอให้ ลดอัตราดอกเบี้ย Loan Prime Rate และดูแลเสถียรภาพเงินหยวน เพื่อส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีน
  • รายงานตัวเลขทางเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI), ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI), ตัวเลขยอดค้าปลีก ของเดือน มิถุนายน 2568, ผลสำรวจภาคการผลิตของ FED สาขานิวยอร์ก, ผลสำรวจแนวโน้มธุรกิจของ FED สาขาฟิลาเดลเฟีย, รายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจ (Beige Book) ของ FED และตัวเลขจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์

อ่านข่าว การเงิน-อัตราแลกเปลี่ยน-ราคาทอง ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...