‘ดีเอสไอ’ เผยคดีฮั้วสว. พบเส้นเงินโยงพรรค-นักการเมือง 3 ภาค
"อธิบดีดีเอสไอ" เผยคดีฮั้วสว.พบเส้นเงินโยงพรรคการเมือง-นักการเมือง 3 ภาค อีสาน เหนือ ใต้ ส่วนหมายเรียกพยานลอตแรก 7 ราย สอบ 1 ก.ค. ลุยตรวจโหวตเตอร์-จัดตั้งผู้สมัคร พร้อมใช้ เอไอ วิเคราะห์เงินฟอกและอั้งยี่
20 มิถุนายน 2568 - จากกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ 24/2568 กรณีความผิดฐานฟอกเงินของบุคคลหรือคณะบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) รวมถึงผู้ที่เป็นสมาชิกอั้งยี่และผู้สนับสนุน ได้ดำเนินการสืบสวนสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน ลงพื้นที่จริงและจำลองเหตุการณ์ ณ อิมแพ็ค ฟอรัม ฮอลล์ 4 เมืองทองธานี จ.นนทบุรี ซึ่งเป็นสถานที่ใช้ในการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ระดับประเทศ เมื่อวันที่ 26 มิ.ย.67
เพื่อนำข้อมูลที่ได้ไปจัดทำเป็นระบบแผนที่อัจฉริยะ GEO-AI คือ การนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) และระบบภูมิสารสนเทศ (Geospatial Technology) ในการแสดงเหตุการณ์การเลือก สว. ระดับประเทศ พิจารณาพฤติกรรมกลุ่มบุคคลที่ปกปิดวิธีการดำเนินการและความมุ่งหมายเพื่อการอันมิชอบด้วยกฎหมายในการเลือก สว. จำนวน 138+2 ราย
อีกทั้งยังมีการใช้ระบบเอไอ ในการตรวจจับใบลงคะแนนที่มีลักษณะผิดปกติ เพื่อตรวจสอบว่ามีการกาหมายเลขชุดเรียงกันซ้ำ ๆ หลายฉบับ หรือโหวตลงคะแนนตามโพย รวมถึงมีการตรวจสอบเส้นทางการเงินของบุคคลที่เกี่ยวข้องกับขบวนการจัดฮั้ว ล่าสุดได้มีการออกหมายเรียกพยานลอตแรก จำนวน 7 ราย มาให้การชี้แจงเรื่องเส้นทางการเงินในวันที่ 1 ก.ค.นี้ ตามที่มีการนำเสนอข่าวแล้วนั้น
วันนี้ ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีดีเอสไอ เปิดเผยว่า สำหรับหมายเรียกพยานลอตแรก 7 รายที่เชิญมาให้การกับคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษนั้น ตนต้องเรียนว่าตอนนี้เป็นในส่วนของคดี สว. ที่มีการกล่าวหาว่ามีการจัดตั้ง หรือมีการฮั้วกัน ซึ่งในส่วนของดีเอสไอเองก็ดำเนินคดีความผิดฐานฟอกเงินและอั้งยี่
โดยความผิดฐานดังกล่าวนี้ ก็จำเป็นต้องรอหลักฐานรายการเดินบัญชีของบุคคลต่าง ๆ ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการ และเมื่อพนักงานสอบสวนนำมาวิเคราะห์ จึงเห็นเส้นทางการเงินว่าในแต่ละพื้นที่จังหวัด ทั้งภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ มีกลุ่มใดบ้างที่มีเส้นทางการเงินโยงโยกับใคร เบื้องต้นเราพบเส้นทางการเงินว่ามีการโอนเงินจากกลุ่มที่มีความสัมพันธ์กับพรรคการเมือง ได้มีการโอนมายังผู้ที่มีการจัดตั้งให้มีการเลือก ก็คือโหวตเตอร์ โดยพบว่ามีการโอนเงินบางส่วน จึงได้มีการออกหมายเรียกพยานให้เข้าพบพนักงานสอบสวนตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. เป็นต้นไป
เมื่อถามว่าบทบาทของพยานทั้ง 7 รายนี้ เป็นโหวตเตอร์ หรือเป็นผู้จัดหาคนมาลงสมัคร สว. อย่างไรบ้างนั้น พ.ต.ต.ยุทธนา กล่าวว่า เป็นทั้งสองกรณี เพราะเป็นทั้งผู้โอนเงินและรับเงินเองด้วย โดยจำนวนเงินที่ตรวจพบ อาจไม่เยอะมาก เพราะจำนวนหลักพันบาท แต่ก็ต้องสอบสวนต่อไป เพราะเส้นทางการเงินเหล่านั้นปรากฏขึ้นในช่วงของการเลือกตั้ง และใกล้เคียงวันเลือกตั้ง
แต่มีการโอนเงินให้กับกลุ่มบุคคลที่มีการจัดตั้งให้ไปเป็นโหวตเตอร์ในการที่จะเลือกบุคคลของกลุ่มของตนเองเข้ามาเป็นสว. ในชั้นต่าง ๆ ทั้งระดับอำเภอ ระดับจังหวัด และระดับประเทศ ทั้งนี้ จะยังมีการทยอยออกหมายเรียกพยานในลักษณะดังกล่าวอีกจำนวนมาก ซึ่ง 7 รายนี้เป็นเพียงจำนวนเบื้องต้นเท่านั้น.