โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

"จุลพันธ์" รับเจรจาภาษีสหรัฐจบไม่ง่ายลุ้น"ทรัมป์"ขยายเวลา ยันอำนาจต่อรองไม่ด้อยว่าเวียดนาม

Manager Online

เผยแพร่ 04 ก.ค. 2568 เวลา 06.34 น. • MGR Online

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง กล่าวว่า ขณะนี้ ประเทศไทยกำลังเข้าสู่กระบวนการเจรจาเรื่องมาตรการทางภาษีกับสหรัฐฯ ซึ่งส่วนตัวมองว่าเรื่องนี้อาจไม่จบง่าย ๆ เชื่อว่าอาจจะยังไม่ได้ข้อสรุป 100% และอาจจะต้องมีการเปิดเวทีเพื่อให้มีการพูดคุยกันต่อ รวมถึงเชื่ออีกว่าสหรัฐฯ จะเข้าใจ และจะมีการเลื่อนกรอบระยะเวลาที่จะมีผลกระทบออกไปอีก

ส่วนอัตราภาษีสรุปสุดท้ายจะออกมาอยู่ที่อัตราเท่าใดนั้น ยังไม่สามารถบอกได้ เพราะยังอยู่ในขั้นตอนการเจรจา แต่เชื่อมั่นว่าจะมีผลลัพธ์ที่ดี

อนึ่ง เมื่อคืนนี้ (3 ก.ค.) ทีมไทยแลนด์ ภายใต้การนำของนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง มีกำหนดการสำคัญในการหารือกับผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) เพื่อขอเจรจาลดอัตราภาษีนำเข้าสินค้าไทย ลงจากเดิมที่สหรัฐฯ ตั้งเป้าจะเรียกเก็บในอัตรา 36% โดยที่ผ่านมา ไทยยื่นข้อเสนอไปแล้วและมีสัญญาณตอบรับที่ดีจากสหรัฐฯ ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ระหว่างรอฟังว่า ผลเจรจาเมื่อคืนที่ผ่านมาจะมีข่าวดีหรือไม่

อย่างไรก็ดี จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการเปิดเผยอย่างเป็นทางการ ถึงผลการเจรจาล่าสุดระหว่างทีมไทยแลนด์ กับ USTR

*มั่นใจอำนาจต่อรองไทย ไม่แพ้ "เวียดนาม"

นายจุลพันธ์ กล่าวว่า รัฐบาลไม่มองในกรณีเลวร้ายว่าสหรัฐฯ จะกลับไปเก็บภาษีนำเข้าจากไทยที่อัตรา 36% อยู่แล้ว โดยในฐานะผู้ปฏิบัติไทยได้มีการหารือและพูดคุยกับฝ่ายสหรัฐฯ ในหลายระดับมาโดยตลอด และมีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง

ที่ผ่านมา ไทยรู้โจทย์ชัดเจนว่าสหรัฐฯ ต้องการอะไรบ้าง ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์การเกษตร รวมถึงภาคเอกชน ต่างหารือกันอย่างเข้มข้น และรู้ว่าไทยจะต้องปรับตัวอย่างไร เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

"ทราบว่าเราได้มีการพูดคุยแล้ว และเป็นไปในทิศทางที่ดี แต่ถามว่าเราเคยหวังว่าจะอยู่ในระดับที่ดีที่สุด หรือจุดที่ก่อนจะมีการเก็บภาษีที่ 10% หรือไม่ ก็ต้องยอมรับความจริงว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ ไม่มีทางกลับไปที่จุดเดิมได้อยู่แล้ว ทุกคนในโลกรู้ดี และสุดท้ายก็ต้องเดินข้ามไปสู่บาลานซ์ใหม่ที่จะเกิดจากเจรจา ถามว่าเราจะอยู่ในตะกร้าไหน ผมยอมรับลึก ๆ ว่าเราก็หวังว่าเราจะอยู่ในตระกร้า 10% แต่เมื่อเห็นผลการเจรจาของเวียดนามออกมา ตัวเลขค่อนข้างน่าเป็นห่วง

แต่หากมองเรื่องความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศค่อนข้างแตกต่าง ไทยมีสัมพันธ์กับสหรัฐฯ มายาวนาน แม้เรื่องนี้จะใช้ชั่งน้ำหนักในการเจรจามากไม่ได้ แต่ก็เป็นความหวังหนึ่ง และเราก็ยังเชื่อมั่นว่า อำนาจในการเจรจาต่อรองของเราไม่ได้น้อยไปกว่าเวียดนาม และเชื่อว่าโจทย์ทั้งหมดของสหรัฐฯ นั้น ทีมไทยแลนด์รู้ดี และเตรียมตัวมาอย่างดี เพื่อให้การพูดคุยมีผลสำเร็จ และกระทบกับประชาชนกลุ่มเปราะบางน้อยที่สุด" รมช.คลังกล่าว

พร้อมระบุว่า รัฐบาลรจัดสรรเม็ดเงินราว 1 หมื่นล้านบาท จากวงเงินงบประมาณ 1.15 แสนล้านบาท เพื่อใช้ในการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อเข้าไปช่วยเหลือและรองรับภาคเอกชนจากผลกระทบที่อาจจะเกิดจากปัญหาสงครามการค้า และภาษีสหรัฐฯ ซึ่งเชื่อว่าเม็ดเงินในส่วนนี้จะช่วยภาคเอกชนในการประคับประคองการจ้างงาน และภาคการผลิตได้

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...