โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชัวร์ก่อนแชร์ FACTSHEET : เตรียมตัวรักษาต้อกระจก

ชัวร์ก่อนแชร์

อัพเดต 01 ก.ค. 2568 เวลา 14.41 น. • เผยแพร่ 01 ก.ค. 2568 เวลา 07.41 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

บทความนี้เรียบเรียงโดยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence : AI) โดนมีเนื้อหาหลักจากคลิปวิดีโอ

21 มิถุนายน 2568

การผ่าตัดต้อกระจก ต้องเตรียมตัวอย่างไร ?

“ต้อกระจก” เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดภาวะตาบอดทั่วโลก และเป็นปัญหาด้านสายตาที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ โดยเฉพาะในประเทศไทย

ต้อกระจกเกิดขึ้นเมื่อเลนส์ตาตามธรรมชาติของเราเริ่มขุ่นมัวลง ทำให้การมองเห็นไม่ชัดเจน ราวกับมองผ่านกระจกฝ้า แต่ข่าวดีคือ ด้วยความก้าวหน้าทางการแพทย์ในปัจจุบัน การรักษาต้อกระจกสามารถทำได้ง่ายขึ้นและมีประสิทธิภาพสูงขึ้นมาก

ต้อกระจกคืออะไร และรักษาอย่างไร ?

ต้อกระจกเกิดจากความเสื่อมของเลนส์ตาตามวัย ซึ่งทำให้เลนส์ที่เคยใสกลายเป็นสีขุ่นมัว ส่งผลให้การมองเห็นพร่ามัวลงเรื่อย ๆ

การรักษาต้อกระจกในปัจจุบันได้พัฒนาไปอย่างมากโดยวิธีการรักษาหลักคือ การนำเลนส์ตาธรรมชาติที่ขุ่นมัวออก แล้วใส่เลนส์แก้วตาเทียมเข้าไปแทนที่ ซึ่งจะช่วยคืนการมองเห็นที่ชัดเจนกลับมา

การเตรียมตัวก่อนผ่าตัดต้อกระจก

การเตรียมตัวที่ดีก่อนการผ่าตัดเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่จะช่วยให้การรักษามีประสิทธิภาพสูงสุด และลดความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อน

  • ปรึกษาจักษุแพทย์แต่เนิ่น ๆ : หากเริ่มมีอาการมองเห็นพร่ามัว หรือรู้สึกเหมือนมีหมอกบังตา นี่อาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของต้อกระจก ควรรีบไปพบจักษุแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยการตรวจตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยให้วางแผนการรักษาได้เหมาะสม และเพิ่มโอกาสในการฟื้นฟูสายตาให้กลับมาเป็นปกติ
  • ควบคุมโรคประจำตัว : หากมีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้ดีก่อนที่จะเข้ารับการผ่าตัด การควบคุมโรคประจำตัวจะช่วยลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนในระหว่างและหลังการผ่าตัด
  • แจ้งเรื่องยาที่ใช้อยู่ : ควรแจ้งให้แพทย์ทราบถึงยาที่คุณรับประทานเป็นประจำทั้งหมด โดยเฉพาะยาละลายลิ่มเลือด หรือยาที่อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการมีเลือดออก เพราะแพทย์อาจแนะนำให้หยุดยาก่อนการผ่าตัด เพื่อความปลอดภัย
  • เลือกแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน : การผ่าตัดต้อกระจกเป็นการผ่าตัดที่ต้องอาศัยความชำนาญของจักษุแพทย์ และต้องทำในสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน เพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ดี
  • ทำความเข้าใจเรื่องการระงับความรู้สึกและความร่วมมือ : การผ่าตัดต้อกระจกในปัจจุบันส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องใช้ยาสลบ แพทย์จะใช้ยาชาเฉพาะที่โดยการฉีดยาบริเวณรอบดวงตา หรือบางกรณีอาจใช้เพียงยาชาชนิดหยอดตาเท่านั้น สิ่งสำคัญคือผู้ป่วยต้องฝึกการลืมตาให้กว้างและนิ่ง ไม่ขยับศีรษะ เพื่อช่วยให้แพทย์ผ่าตัดได้อย่างปลอดภัย

การดูแลตนเองหลังผ่าตัด

ช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดหลังการผ่าตัดต้อกระจกคือ เดือนแรก เพราะดวงตายังคงอยู่ในช่วงฟื้นตัว และแผลผ่าตัดอาจยังไม่ปิดสนิท การดูแลตัวเองอย่างถูกวิธีจะช่วยป้องกันการติดเชื้อและภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ

  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสและโดนน้ำ : ห้ามสัมผัสบริเวณที่ผ่าตัด ห้ามขยี้ตา และหลีกเลี่ยงไม่ให้น้ำเข้าตา เพื่อป้องกันการติดเชื้อ
  • ใช้ยาหยอดตาตามแพทย์สั่ง : ควรใช้ยาหยอดตาปฏิชีวนะและยาแก้อักเสบตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด
  • ควบคุมโรคประจำตัว : หากมีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ ต้องควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้ดี
  • มาตรวจตามนัด หลังผ่าตัดประมาณหนึ่งเดือน แพทย์จะนัดเพื่อตรวจเช็กสายตา ซึ่งโดยปกติแล้วการมองเห็นจะดีขึ้นกว่าก่อนที่จะเป็นต้อกระจกอย่างชัดเจน

ไม่ต้องรอให้ “ต้อสุก” : รักษาได้ทันทีที่พร้อม

ในอดีต อาจมีความเชื่อว่าต้องรอให้ต้อกระจก “สุก” ก่อนจึงจะผ่าตัดได้ แต่ด้วยเทคโนโลยีการผ่าตัดที่ทันสมัยขึ้นในปัจจุบัน ไม่จำเป็นต้องรออีกต่อไป หากต้อกระจกเริ่มส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน และผู้ป่วยพร้อมที่จะเข้ารับการรักษา แพทย์ก็สามารถวางแผนการผ่าตัดได้ทันที

การรักษาที่เข้าถึงได้

การผ่าตัดต้อกระจกเป็นบริการที่ครอบคลุมภายใต้ระบบประกันสุขภาพต่าง ๆ ในประเทศไทย ทั้งบัตรทอง ประกันสังคม สิทธิข้าราชการ รวมถึงประกันสุขภาพเอกชน หากจักษุแพทย์แนะนำให้ผ่าตัดต้อกระจก การเตรียมตัวที่ดีทั้งก่อน ระหว่าง และหลังการผ่าตัด จะช่วยให้คุณกลับมามองเห็นได้ชัดเจนขึ้น และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างแน่นอน

ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดย : พีรพล อนุตรโสตถิ์
ตรวจสอบบทความโดย : ชยานิษฐ์ ผ่องใส

ดูเพิ่มเติมรายการ ชัวร์ก่อนแชร์ FACTSHEET : เตรียมตัวรักษาต้อกระจก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...