“เวียดนาม” เกินดุลการค้าสหรัฐพุ่ง 6.2 หมื่นล้านดอลล์ ช่วงครึ่งแรกปี 68
"เวียดนาม" เกินดุลการค้าสหรัฐพุ่ง 6.2 หมื่นล้านดอลล์ ช่วงครึ่งแรกปี 68 นักวิเคราะห์ชี้ข้อตกลงภาษี 20% กับสหรัฐฯ ยังเป็นชัยชนะระยะสั้น ขณะเศรษฐกิจเวียดนามโตแรงสุดในรอบ 14 ปี
วันที่ 11 กรกฎาคม 2568 เวลา 15.00 น. สำนักข่าว Nikkei Asia รายงานว่า เวียดนามเกินดุลการค้ากับสหรัฐสูงถึง 6.2 หมื่นล้านดอลลาร์ ในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 เพิ่มขึ้น 29% จากช่วงเดียวกันในปี 2567 ตามข้อมูลทางการ โดยนักวิเคราะห์ชี้ว่าการเร่งส่งออกล่วงหน้าเพื่อหลีกเลี่ยงภาษีตอบโต้จากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มีส่วนสำคัญต่อการเพิ่มขึ้นครั้งนี้
ในเดือนเมษายน สหรัฐเคยประกาศเรียกเก็บภาษี 46% จากสินค้าของเวียดนาม อ้างอิงจากการเกินดุลการค้ากว่า 1 แสนล้านดอลลาร์ในปี 2567 อย่างไรก็ตามมาตรการดังกล่าวถูกเลื่อนออกไปจนถึงวันที่ 9 กรกฎาคม และเปลี่ยนเป็นภาษีชั่วคราว 10% ระหว่างที่มีการเจรจาระหว่างรัฐบาลต่างประเทศกับฝ่ายบริหารของทรัมป์
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ทรัมป์ประกาศกรอบข้อตกลงการค้ากับเวียดนาม ภายใต้ข้อตกลงนี้ สินค้าเวียดนามจะถูกเรียกเก็บภาษี 20% ส่วนสินค้าที่ผ่านการ transship หรือเปลี่ยนต้นทางเพื่อหลีกเลี่ยงภาษี จะต้องเสียภาษี 40% แม้ว่าข้อตกลงนี้ยังไม่สมบูรณ์ แต่ก็ถือว่าภาษีที่กำหนดไว้ต่ำกว่าหลายประเทศอื่น
โดยสินค้าหลักที่หนุนการส่งออก ได้แก่ คอมพิวเตอร์และสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ 1.85 หมื่นล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 65% จากปีก่อนหน้า และ 151% จากปี 2566 รวมถึงเครื่องจักร อุปกรณ์ และอะไหล่ 1.13 หมื่นล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 23% จากปีก่อน
นักวิเคราะห์ระบุว่าแบรนด์ใหญ่อย่าง Nintendo ได้เร่งส่งออกสินค้าอย่าง Switch 2 จากเวียดนามเพื่อลดผลกระทบภาษี และมีแนวโน้มขยายฐานการผลิตในเวียดนามเพิ่มเติม
ทั้งนี้เศรษฐกิจเวียดนามเติบโต 7.5% ในครึ่งปีแรก ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 14 ปี ขับเคลื่อนด้วยการผลิต ส่งออก และโครงการก่อสร้างในประเทศ รัฐบาลตั้งเป้าการเติบโตที่ 8% สำหรับปีนี้ และ 10% ต่อปีในอนาคตโดยความท้าทาย ได้แก่ เวียดนามต้องหลีกเลี่ยงภาษี 40% สำหรับสินค้าที่ผ่านการ transship หน่วยงานในเวียดนามและสหรัฐ เริ่มเข้มงวดในการตรวจสอบต้นทางสินค้าจริง และบริษัทต่าง ๆ ต้องปรับกระบวนการผลิตและเอกสารให้ผ่านเกณฑ์แหล่งกำเนิดสินค้า (Rules of Origin)
ขณะที่แนวโน้ม แม้ว่าภาษีใหม่อาจลดการเติบโต GDP ของเวียดนามราว 0.7–0.8% แต่หากสามารถปรับตัวได้ทัน ก็อาจส่งผลให้เวียดนามกลายเป็นฐานการผลิตที่ยั่งยืนในห่วงโซ่อุปทานโลก โดยเฉพาะในสินค้ามูลค่าสูงอย่างอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องจักร
อ้างอิง : asia.nikkei.com