โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

KResearch เตือนหมูไทยอาจเสียหายกว่าแสนล้าน หากเปิดเสรีนำเข้าเนื้อหมูสหรัฐฯ

The Better

อัพเดต 11 ก.ค. 2568 เวลา 09.44 น. • เผยแพร่ 11 ก.ค. 2568 เวลา 09.35 น. • THE BETTER
ตลาดเนื้อหมูไทยอาจเผชิญความเสียหายทางเศรษฐกิจ หากรัฐบาลไทยเปิดเสรีให้นำเข้าเนื้อหมูจากสหรัฐอเมริกามีแนวโน้มกดดันให้ไทยต้องเปิดตลาดสินค้า เพื่อแลกกับการยกเลิกภาษีนำเข้า

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย (KResearch) ออกรายงานเตือนว่า ตลาดเนื้อหมูไทยอาจเผชิญความเสียหายทางเศรษฐกิจกว่า 112,330 ล้านบาท หากรัฐบาลไทยเปิดเสรีให้นำเข้าเนื้อหมูและเครื่องในจากสหรัฐอเมริกา หลังจากสหรัฐฯ มีแนวโน้มกดดันให้ไทยต้องเปิดตลาดสินค้าดังกล่าว เพื่อแลกกับการยกเลิกภาษีนำเข้าระดับสูงที่เตรียมบังคับใช้กับสินค้าไทย

หมูไทยเสียเปรียบทุกมิติ

ข้อมูลจาก KResearch ระบุว่า หมูไทยมีต้นทุนการผลิตสูงกว่าหมูสหรัฐฯ อย่างชัดเจน โดยตลอดช่วงปี 2563–2567 ราคาเนื้อหมูไทยเฉลี่ยอยู่ที่ 2.3 ดอลลาร์สหรัฐฯ/กิโลกรัม สูงกว่าราคาเนื้อหมูสหรัฐฯ ที่เฉลี่ย 1.7 ดอลลาร์สหรัฐฯ/กิโลกรัม หรือราว 1.3 เท่า

ขณะที่หมูสหรัฐฯ มาจากฟาร์มอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง มีระบบการผลิตแบบ Economy of Scale และสามารถผลิตได้มากกว่าความต้องการบริโภคภายในประเทศถึง 1.27 เท่า ส่วนหมูไทยยังพึ่งพาฟาร์มขนาดเล็กที่มีประสิทธิภาพต่ำ และต้นทุนสูงเป็นหลัก

ผลกระทบต่อห่วงโซ่การผลิตในประเทศ

การเปิดตลาดให้หมูสหรัฐฯ ไหลทะลักเข้าสู่ไทยอย่างเสรี อาจสร้างแรงกระแทกต่อเกษตรกรและผู้ประกอบการไทยทั่วห่วงโซ่ ตั้งแต่ผู้เลี้ยงหมูไปจนถึงเขียงหมู โดยเฉพาะเกษตรกรรายย่อยซึ่งมีสัดส่วนสูงถึง 97% จากเกษตรกรผู้เลี้ยงหมูทั้งหมด 149,000 ราย ขณะที่ผู้ปลูกพืชอาหารสัตว์ เช่น ข้าวโพด รำสด และปลายข้าว ซึ่งมีจำนวนรวมราว 5 ล้านครัวเรือน ก็จะได้รับผลกระทบทางรายได้จากราคาตกต่ำตามไปด้วย

KResearch ประเมินว่า โรงชำแหละสุกรขนาดเล็กถึงกลางอาจต้องปิดตัวลงทั้งหมด หากถูกแย่งตลาดโดยผลิตภัณฑ์แปรรูปนำเข้าที่พร้อมบริโภคได้ทันที ขณะที่ผู้ค้ารายย่อยอย่างเขียงหมู ก็อาจสูญเสียรายได้บางส่วน

ความกังวลด้านสุขภาพจากสารเร่งเนื้อแดง

แม้ผู้บริโภคไทยอาจได้ประโยชน์จากราคาหมูที่ถูกลงในระยะสั้น แต่ KResearch เตือนว่าอาจมีความเสี่ยงต่อสุขภาพในระยะยาว โดยเฉพาะจากการบริโภคหมูสหรัฐฯ ที่ใช้ สารเร่งเนื้อแดง ซึ่งยังคงถูกห้ามใช้ในไทย

กรมอนามัย เผยว่า สารดังกล่าวอาจส่งผลต่อระบบประสาทและกล้ามเนื้อ และมีความเสี่ยงต่อระบบสืบพันธุ์ของสตรี รวมถึงอาจเกี่ยวข้องกับโรคมะเร็ง กลุ่มเสี่ยงที่ต้องระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ เด็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และผู้ป่วยโรคเรื้อรัง

การเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ

การผลักดันให้ไทยเปิดตลาดเนื้อหมู เป็นหนึ่งในประเด็นที่สหรัฐฯ ใช้ในการเจรจาการค้าภายใต้แนวทาง “Reciprocal Tariffs” ที่ประกาศใช้เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยไทยจะถูกเรียกเก็บภาษีนำเข้าสูงถึง 36% เริ่มมีผลบังคับใช้วันที่ 1 สิงหาคม 2568

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยจึงเตือนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทยเตรียมแผนรับมือทั้งด้านเศรษฐกิจ เกษตรกรรม สุขภาพ และการเจรจาทางการค้าอย่างรอบคอบ เพื่อปกป้องอุตสาหกรรมหมูในประเทศที่ยังคงเปราะบางในหลายด้าน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...