โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กรรมไม่ต้องรอชาติหน้า! 'อดีตพระพรหมเมธี' กลับไทยฮึดสู้ 'คดีเงินทอนวัด'

แนวหน้า

เผยแพร่ 04 มิ.ย. 2568 เวลา 17.00 น.

"กรรม"ไม่ต้องรอถึงชาติหน้า! 'อดีตพระพรหมเมธี' กลับไทยฮึดสู้ 'คดีเงินทอนวัด'

จากมหากาพย์ "คดีเงินทอนวัด" ที่สั่นสะเทือนวงการสงฆ์และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) มานานหลายปี ดูเหมือนว่าคำว่า "กรรมตามทันตาเห็น" กำลังปรากฏเป็นรูปธรรมให้ได้เห็นเป็นบทสรุปของเรื่องราวที่เคยเป็นปริศนาและคำถามค้างคาใจสังคมไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อผู้ต้องหาคนสำคัญที่หลบหนีไปต่างประเทศ กำลังถูกนำตัวกลับมาเผชิญหน้ากับกระบวนการยุติธรรม

คดีเงินทอนวัดเริ่มต้นขึ้นจากการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป.) ตรวจสอบพบความผิดปกติในการใช้งบประมาณของ พศ. ที่จัดสรรให้กับวัดต่างๆ เพื่อบูรณะหรือเผยแผ่ศาสนา โดยมีกลโกงสำคัญคือการที่วัดจะต้อง "ทอนเงิน" ส่วนหนึ่งคืนให้กับข้าราชการ พศ. และพระสงฆ์บางรูปที่เกี่ยวข้อง มูลค่าความเสียหายรวมกันหลายร้อยล้านบาท

ในช่วงปี 2561 การจับกุมพระเถระชั้นผู้ใหญ่และอดีตข้าราชการระดับสูงของ พศ. จำนวนมาก สร้างความตกตะลึงให้กับสังคมไทย พระสงฆ์หลายรูปต้องถูกจับสึกระหว่างการดำเนินคดี ซึ่งถือเป็นเหตุการณ์ที่สะเทือนขวัญและความศรัทธาอย่างมาก ทว่า ท่ามกลางกระบวนการยุติธรรมที่ดำเนินไป ผู้ต้องหาบางรายสามารถหลบหนีออกนอกประเทศไปได้ ทำให้คดีนี้ยังไม่จบสิ้นลงอย่างสมบูรณ์ และทิ้งไว้ซึ่งคำถามถึงความรับผิดชอบของผู้ที่เกี่ยวข้องที่ยังลอยนวล

แต่ "กรรม" ก็ดูเหมือนจะเริ่มส่งผลตามติดอย่างใกล้ชิดตั้งแต่ช่วงต้นปี 2568

กรณีนายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ หนึ่งในผู้ต้องหาคนสำคัญที่หลบหนีไปพำนักอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกามานานหลายปี ท้ายที่สุดก็ไม่สามารถหลีกหนีกระบวนการยุติธรรมได้ เมื่อทางการสหรัฐฯ ได้จับกุมตัวเขาและอยู่ระหว่างการประสานงานเพื่อส่งตัวกลับมาดำเนินคดีในประเทศไทย

และล่าสุดวันนี้ (5 มิถุนายน 2568) อดีตพระพรหมเมธี (จำนงค์ เอี่ยมอินทรา) อายุ 84 ปี อดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม ที่เคยหลบหนีไปลี้ภัยในประเทศเยอรมนี ก็ได้เดินทางกลับมาประเทศไทย เพื่อมอบตัวและเข้าสู่กระบวนการต่อสู้คดีของศาล หลังจากที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ในต่างแดนอย่างหลบซ่อนมานาน

การที่ผู้ต้องหาคนสำคัญทั้งสองราย ซึ่งเคยหลบหนีการจับกุมไปได้ กลับต้องมาเผชิญหน้ากับกฎหมายในที่สุด สะท้อนให้เห็นถึงพลังของ "กรรม" ที่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเพียงใด หรือจะหลบหนีไปไกลแค่ไหน ก็ไม่อาจหลีกพ้นผลจากการกระทำของตนเองได้

คดีเงินทอนวัดไม่ได้เป็นเพียงคดีทุจริตทั่วไป แต่ยังเป็นบทเรียนสำคัญที่ตอกย้ำว่า การใช้ศาสนาเป็นเครื่องมือในการแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตนนั้น สุดท้ายแล้วย่อมนำมาซึ่งความเสื่อมเสียทั้งต่อตนเอง ต่อวงการศาสนา และต่อความศรัทธาของประชาชน และการที่ผู้กระทำผิดได้รับผลกรรมในที่สุด ย่อมเป็นเครื่องเตือนใจให้เห็นว่า "กรรม" นั้นมีอยู่จริง และเป็นสิ่งที่ไม่มีใครสามารถหลีกเลี่ยงได้ - 001

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...