‘ค่าเงินบาท’ เปิดเช้านี้ที่ 32.59 บาท/ดอลลาร์ ‘แข็งค่าขึ้น’ กรอบวันนี้ 32.40-32.70 บาท/ดอลลาร์
Businesstoday
อัพเดต 05 มิ.ย. 2568 เวลา 10.28 น. • เผยแพร่ 05 มิ.ย. 2568 เวลา 03.28 น. • Businesstodayค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ที่ระดับ 32.59 บาท/ดอลลาร์ ‘แข็งค่าขึ้น’ จากระดับปิดวันก่อนหน้าที่ 32.70 บาท/ดอลลาร์ ‘กรุงไทย’ ประเมินกรอบวันนี้ที่ 32.40-32.70 บาท/ดอลลาร์
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยแนวโน้มค่าเงินบาทวันที่ 5 มิ.ย. 2568 ว่า เรายอมรับว่า เงินบาทยังมีโอกาสทยอยแข็งค่าขึ้นได้บ้าง จนกว่าตลาดจะคลายกังวลแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ ซึ่งจำเป็นต้องเห็นรายงานข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ อย่างยอดการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรม (Nonfarm Payrolls) ที่ออกมาดีกว่าคาด สวนทางกับยอดการจ้างงานภาคเอกชนโดย ADP หรืออย่างน้อย ยอดผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงาน (Jobless Claims) ก็ไม่ควรปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องชัดเจน
ซึ่งการแข็งค่าขึ้นของเงินบาทดังกล่าวจะได้แรงหนุนจากทั้ง การอ่อนค่าลงของเงินดอลลาร์ (ที่จะมาพร้อมกับการปรับตัวลงของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ในช่วงตลาดกังวลแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ และเพิ่มโอกาสเฟดเดินหน้าลดดอกเบี้ย) และการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำ
อย่างไรก็ดี การแข็งค่าขึ้นของเงินบาทอาจเป็นไปอย่างจำกัดได้ เนื่องจากในช่วงนี้ เรายังคงเห็นแรงซื้อเงินดอลลาร์จากบรรดาผู้เล่นในตลาดอยู่บ้าง อาทิ ในจังหวะที่ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลง ก็อาจมีโฟลว์ธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับน้ำมันดิบ นอกจากนี้ ก็อาจมีแรงขายสินทรัพย์ไทยจากบรรดานักลงทุนต่างชาติที่ช่วยชะลอการแข็งค่าขึ้นของเงินบาทได้บ้าง
ขณะเดียวกัน ราคาทองคำก็ปรับตัวขึ้นเข้าใกล้โซนแนวต้าน ทำให้มีความเสี่ยงที่ราคาทองคำอาจย่อตัวลงได้ หากไม่มีปัจจัยใหม่ๆ เข้ามาสนับสนุนการปรับตัวขึ้นต่อ (เราคงย้ำว่า ราคาทองคำ คือ Two-Way risk สำหรับเงินบาท ขึ้นกับทิศทางราคาทองคำ) ทำให้โดยรวมในระยะสั้น เงินบาทอาจติดโซนแนวรับแถว 32.40-32.50 บาทต่อดอลลาร์ได้
ขณะที่โซนแนวต้านของเงินบาทนั้น จะอยู่ในช่วง 32.90-33.00 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งการจะเห็นเงินบาทกลับมาอ่อนค่าได้บ้างนั้น เรามองว่า จำเป็นต้องเห็นรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ออกมาดีกว่าคาด หนุนการปรับตัวขึ้นของทั้งเงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ซึ่งจะกดดันราคาทองคำไปพร้อมกันด้วย
ทั้งนี้ หากผลการประชุม ECB ในวันนี้ สะท้อนว่า ECB ยังมีโอกาสเดินหน้าลดดอกเบี้ยเพิ่มเติม ก็อาจสร้างแรงกดดันต่อเงินยูโร (EUR) ในระยะสั้น หนุนให้เงินดอลลาร์รีบาวด์สูงขึ้นได้บ้าง
การเคลื่อนไหวของราคาสินทรัพย์ อย่าง เงินบาทในช่วงระยะสั้นนี้ ยังคงสะท้อนถึงภาวะความผันผวนสูงเกินปกติของตลาดการเงิน ทำให้ เราคงเน้นย้ำความสำคัญของการใช้กลยุทธ์ในการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนที่หลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะกลยุทธ์ Options และการพิจารณาใช้ Local Currency เนื่องจากบางสกุลเงิน อย่าง CNYTHB ก็มีความผันผวนที่ต่ำกว่า USDTHB อย่างเห็นได้ชัด
มองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 32.40-32.70 บาท/ดอลลาร์