โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

มัสก์วิจารณ์ร่างกฎหมายงบประมาณของทรัมป์ 'น่ารังเกียจ' ทำให้ชาวอเมริกันแบกหนี้มหาศาล

JS100

อัพเดต 04 มิ.ย. 2568 เวลา 15.12 น. • เผยแพร่ 04 มิ.ย. 2568 เวลา 14.55 น. • JS100:จส.100
มัสก์วิจารณ์ร่างกฎหมายงบประมาณของทรัมป์ 'น่ารังเกียจ' ทำให้ชาวอเมริกันแบกหนี้มหาศาล

นายอีลอน มัสก์ มหาเศรษฐีด้านเทคโนโลยีโพสต์ข้อความบน X วิพากษ์วิจารณ์ร่างกฎหมายงบประมาณรายจ่ายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าเป็น "สิ่งที่น่ารังเกียจและน่าขยะแขยง” ทำให้สหรัฐฯ ขาดดุลงบประมาณมากขึ้นและทำให้ชาวอเมริกันต้องแบกรับภาระหนี้จำนวนมหาศาล

ร่างกฎหมายงบประมาณของประธานาธิบดีทรัมป็ มีเนื้อหาสำคัญคือการลดหย่อนภาษีจำนวนมหาศาลและเพิ่มการใช้จ่ายด้านการป้องกันประเทศ ผ่านความเห็นชอบในสภาผู้แทนราษฎรเมื่อเดือนพฤษภาคม และขณะนี้อยู่ในระหว่างการพิจารณาของวุฒิสมาชิก

นายมัสก์ กล่าวว่า ร่างกฎหมายงบประมาณที่เอื้อประโยชน์เฉพาะกลุ่มฉบับนี้ เป็นสิ่งที่น่ารังเกียจและน่าขยะแขยง จึงเป็นเรื่องที่น่าละอายสำหรับผู้ที่ออกเสียงสนับสนุนร่างกฎหมายงบประมาณฉบับนี้

นายมัสก์ลาออกจากการทำงานร่วมกับรัฐบาลอย่างกะทันหันเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว หลังจากที่ทำงานในกรมประสิทธิภาพของรัฐบาล (Department of Government Efficiency : DOGE) เพื่อลดต้นทุนให้กับหน่วยงานของรัฐบาลกลาง เป็นเวลา 129 วัน

และเป็นการแสดงความเห็นคัดค้านในที่สาธารณะครั้งแรกนับตั้งแต่ออกจากรัฐบาล โดยก่อนหน้านี้เขาเคยกล่าวว่าเป็นร่างกฎหมายงบประมาณที่น่าผิดหวัง

ประธานาธิบดีทรัมป์เรียกร่างกฎหมายฉบับนี้ ว่า "ยิ่งใหญ่และสวยงาม" แต่สำนักงานงบประมาณของสภาคองเกรสซึ่งไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดออกมาเตือนว่า ร่างงบประมาณฉบับนี้จะทำให้รัฐบาลกลางมีหนี้เพิ่มขึ้นอีก 3 ล้าน 8 แสนล้านดอลลาร์ จากปัจจุบันซึ่งอยู่ที่ระดับ 36 ล้าน 2 แสนล้านดอลลาร์เข้าไปแล้ว

#อีลอนมัสก์

#กฎหมายงบประมาณ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...