Nissan เตรียมยุบโรงงานผลิต 7 แห่ง รวมถึงไทย เลย์ออฟทั่วโลก 20,000 คน ปรับโครงสร้างครั้งใหญ่
Nissan เตรียมยุบโรงงานผลิต 7 แห่ง รวมถึงไทย เลย์ออฟทั่วโลก 20,000 คน ปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ รับมือขาดทุนหนักและภาษีสหรัฐ
วันที่ 13 พฤษภาคม 2568 เวลา 18.13 น. สำนักข่าว Nikkei Asia รายงานว่า Nissan Motor บริษัทรถยนต์สัญชาติญี่ปุ่น เตรียมปิดโรงงาน 7 แห่ง จากทั้งหมด 17 แห่งทั่วโลก ภายใต้แผนปรับโครงสร้างขนานใหญ่ของIvan Espinosa ประธานและซีอีโอคนใหม่ของบริษัท โดยมีเป้าหมายเพื่อพลิกฟื้นสถานะทางการเงินของบริษัทที่กำลังขาดทุน
ในงานแถลงข่าวเมื่อวันอังคาร ซีอีโอคนใหม่ Nissan เปิดเผยว่า บริษัทจะควบรวมโรงงานในประเทศไทย และย้ายการผลิตจากอาร์เจนตินาไปยังบราซิล นอกจากนี้ยังมีการประเมินฐานการผลิตในประเทศญี่ปุ่นด้วย
การประกาศดังกล่าวมีขึ้นในวันเดียวกับที่บริษัทเปิดเผยผลขาดทุนสุทธิจำนวนมหาศาล 6.70 แสนล้านเยน หรือประมาณ 4.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับปีงบประมาณที่สิ้นสุดในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา แม้ว่าตัวเลขจะดีกว่าที่คาดการณ์ไว้เมื่อเดือนเมษายนซึ่งอยู่ระหว่าง 700,000–750,000 ล้านเยน
ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานของบริษัทในรอบ 12 เดือนอยู่ที่ 6.98 หมื่นล้านเยน ลดลงถึง 88% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และบริษัทจะยังคงงดจ่ายเงินปันผลเช่นเดียวกับปีที่แล้ว
เมื่อเทียบกับปีงบประมาณก่อนหน้า ซึ่ง Nissanมีกำไรสุทธิถึง 4.266 แสนล้านเยน ผลประกอบการปีล่าสุดถือว่าตกต่ำอย่างมาก โดยสาเหตุหลักมาจากยอดขายที่ซบเซาในตลาดสำคัญอย่างสหรัฐและจีน รวมถึงการตั้งค่าใช้จ่ายด้อยค่าสินทรัพย์ในอเมริกาเหนือ ละตินอเมริกา ยุโรป และญี่ปุ่น
Espinosa ระบุว่า “ผลประกอบการตลอดทั้งปีนี้คือสัญญาณเตือนที่ชัดเจน… เรามีต้นทุนคงที่ที่สูงเกินไป” พร้อมเสริมว่า ปีงบประมาณปัจจุบันจะเป็นปีแห่งการเปลี่ยนผ่านของ Nissan และขณะนี้บริษัทยังไม่สามารถให้ประมาณการผลกำไร เนื่องจากสถานการณ์ไม่แน่นอนเกี่ยวกับนโยบายภาษีของสหรัฐ
ในแถลงการณ์บริษัทระบุว่า ยังไม่สามารถประเมินตัวเลขกำไรจากการดำเนินงาน กำไรสุทธิ และกระแสเงินสดจากธุรกิจยานยนต์ได้ในปีนี้
Nissanกำลังเดินหน้าปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ ซึ่งรวมถึงการลดตำแหน่งงานทั่วโลก การปิดโรงงาน และยกเลิกแผนการลงทุนบางส่วน โดยตั้งเป้าลดต้นทุนคงที่ลง 500 พันล้านเยนภายในเดือนมีนาคม ปี 2570 ผ่านการควบรวมโรงงานและมาตรการอื่น ๆ
“โครงสร้างต้นทุนคงที่ของเราสูงเกินกว่าที่รายได้ปัจจุบันจะรับไหว” Espinosa กล่าว พร้อมเสริมว่าบริษัทจะลดความซับซ้อนของชิ้นส่วนรถยนต์ ปรับระบบซัพพลายเชน และพิจารณาการส่งออกรถยนต์ที่ผลิตในจีนไปยังประเทศอื่น ๆ
ภายใต้แผนนี้ Nissanจะเลิกจ้างพนักงาน 20,000 คนทั่วโลก หรือประมาณ 15% ของกำลังคนทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากแผนเดิมที่ตั้งเป้าลด 9,000 ตำแหน่ง ซึ่งใกล้เคียงกับแผนฟื้นฟูบริษัทในปี 1999 ที่เคยปลดพนักงาน 21,000 คน และปิดโรงงานในญี่ปุ่น
Nissanยังได้รับแรงกดดันจากนโยบายภาษีของประธานาธิบดีทรัมป์ที่เรียกเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์ 25% สำหรับรถยนต์ที่ผลิตนอกสหรัฐ ซึ่งเป็นตลาดหลักของบริษัท โดยราคาหุ้นของNissan ร่วงลงมากกว่า 20% ตั้งแต่ต้นปี ขณะที่ผู้ผลิตรายอื่นในญี่ปุ่นยังได้รับผลกระทบน้อยกว่า
บริษัทคาดว่าจะได้รับผลกระทบจากภาษีนำเข้าสหรัฐสูงถึง 450 พันล้านเยนในปีนี้ โดยเฉพาะรถยนต์ที่ผลิตในญี่ปุ่นและเม็กซิโก ซึ่งจะถูกเรียกเก็บภาษีเพิ่มขึ้น และวางแผนบรรเทาผลกระทบดังกล่าวด้วยการเพิ่มการผลิตภายในสหรัฐ และเร่งขายรถที่ผลิตในสหรัฐเอง
นอกจากนี้ Espinosa ยังให้ความสำคัญกับการเจรจาหาพันธมิตรใหม่ ทั้งในและนอกอุตสาหกรรมยานยนต์ ท่ามกลางต้นทุนพัฒนาเทคโนโลยีขับขี่อัจฉริยะและระบบไฟฟ้าที่สูงขึ้น แม้ก่อนหน้านี้จะมีข่าวว่า Nissanอาจควบรวมกับ Honda แต่การเจรจาถูกยกเลิกไปในเดือนกุมภาพันธ์
ในแถลงข่าวออนไลน์ล่าสุดToshihiro Mibe ประธาน Honda ยืนยันว่าการเจรจากับNissan ถูกรีเซ็ตเป็นศูนย์แล้ว และไม่มีความคืบหน้าเพิ่มเติม แต่ทั้งสองฝ่าย รวมถึง Mitsubishi Motors ซึ่งเป็นพันธมิตรของ Nissan ยังหารือร่วมกันในบางธุรกิจภายใต้กรอบความร่วมมือที่ลงนามเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา
“เรากำลังมองหาโอกาสในการร่วมมือกับ Honda ในตลาดสหรัฐอย่างจริงจัง โดยเฉพาะในสภาวะตลาดปัจจุบัน …แน่นอนว่า Honda คือหนึ่งในตัวเลือกที่เรากำลังหารือด้วย เพื่อมองหาแนวทางสร้างโครงการร่วมกัน …เราพร้อมเปิดรับพันธมิตรหลายฝ่าย ตราบใดที่ความร่วมมือนั้นสามารถเพิ่มมูลค่าของ Nissan ได้”
Espinosa ยอมรับว่า “การตัดสินใจปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ไม่ใช่เรื่องง่าย เป็นการตัดสินใจที่เจ็บปวดและน่าเศร้าอย่างยิ่ง …ขนาดของบริษัทในปัจจุบันไม่ยั่งยืน และหากเราไม่ทำอะไรตอนนี้ ปัญหาจะยิ่งรุนแรงขึ้นในอนาคต”
อ้างอิง : nikkei.com