โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สหรัฐฯ เรียกร้องให้จีนกดดันอิหร่านไม่ให้ปิดช่องแคบฮอร์มุซ

PostToday

อัพเดต 22 มิ.ย. 2568 เวลา 18.43 น. • เผยแพร่ 23 มิ.ย. 2568 เวลา 01.38 น.

มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ ออกแถลงการณ์เมื่อวันอาทิตย์ เรียกร้องให้รัฐบาลจีนดำเนินบทบาทในการโน้มน้าวให้อิหร่านยุติแนวคิดปิดช่องแคบฮอร์มุซ หลังจากที่สหรัฐฯ ได้ดำเนินการโจมตีแหล่งโครงการนิวเคลียร์หลักของอิหร่าน

คำกล่าวของรูบิโอมีขึ้นระหว่างการให้สัมภาษณ์ในรายการ Sunday Morning Futures ทางสถานี Fox News ซึ่งเกิดขึ้นภายหลังสื่อ Press TV ของทางการอิหร่านรายงานว่า รัฐสภาอิหร่านได้ลงมติเห็นชอบต่อมาตรการในการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงพลังงานที่มีความสำคัญระดับโลก โดยประมาณร้อยละ 20 ของการขนส่งน้ำมันและก๊าซทั่วโลกต้องผ่านบริเวณดังกล่าว

“ผมขอเรียกร้องให้รัฐบาลจีนติดต่อกับอิหร่านเกี่ยวกับเรื่องนี้ เนื่องจากจีนเองก็พึ่งพาการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซเป็นอย่างมาก” รูบิโอกล่าว พร้อมเตือนว่า “หากอิหร่านดำเนินการเช่นนั้น จะถือเป็นความผิดพลาดอย่างร้ายแรงและเท่ากับการฆ่าตัวตายทางเศรษฐกิจ”

เขาเสริมว่า การปิดช่องแคบฮอร์มุซจะเป็นการยกระดับสถานการณ์ความตึงเครียดอย่างมีนัยสำคัญ และสหรัฐฯ พร้อมตอบโต้ พร้อมเรียกร้องให้ประเทศอื่นๆ เตรียมรับมือ เนื่องจากผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกจะรุนแรงยิ่งกว่าผลกระทบที่สหรัฐฯ ต้องเผชิญ

กระทรวงการต่างประเทศจีนในกรุงวอชิงตันยังไม่มีการแสดงความคิดเห็นต่อกรณีนี้

ทั้งนี้ สหรัฐฯ เปิดเผยว่าได้ใช้ระเบิดเจาะเกราะ (bunker-buster) จำนวน 14 ลูก ขีปนาวุธโทมาฮอว์กกว่า 24 ลูก และเครื่องบินรบมากกว่า 125 ลำในการโจมตีแหล่งนิวเคลียร์ของอิหร่าน ซึ่งถือเป็นการยกระดับความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางอย่างมีนัยสำคัญ

อิหร่านได้ประกาศว่าจะตอบโต้การโจมตีดังกล่าว โดยรูบิโอเตือนว่า การตอบโต้เช่นนั้นจะถือเป็น “ความผิดพลาดครั้งใหญ่ที่สุด”

แต่เขายืนยันว่าสหรัฐฯ ยังเปิดช่องทางเจรจากับอิหร่านอยู่

ช่องแคบฮอร์มุซ: จุดยุทธศาสตร์ที่โลกจับตามอง

ช่องแคบฮอร์มุซเป็นทางน้ำแคบ ๆ ที่เชื่อมอ่าวโอมานเข้ากับอ่าวเปอร์เซีย โดยมีความกว้างเพียง 20 ไมล์ในจุดที่แคบที่สุด และในเส้นทางเดินเรือที่ปลอดภัยสำหรับเรือเดินสมุทรนั้นแคบลงเหลือไม่ถึงสองไมล์ในแต่ละทิศทาง ทำให้เสี่ยงต่อการถูกโจมตีหรือติดกับดักใต้น้ำ

การเดินเรือผ่านช่องแคบแห่งนี้ต้องแล่นผ่านเขตน่านน้ำของอิหร่านและโอมาน ภายใต้ข้อกำหนดว่าด้วย “การผ่านทางเพื่อการเดินเรือแบบเปลี่ยนผ่าน” ตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล

ช่องแคบนี้ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ด้านพลังงานที่สำคัญที่สุดของโลก โดยประมาณหนึ่งในห้าของปริมาณน้ำมันโลกและหนึ่งในสามของก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ลำเลียงผ่านบริเวณนี้

กองเรือที่ห้าของสหรัฐฯ รวมถึงกองทัพเรือจากประเทศตะวันตกหลายประเทศคอยลาดตระเวนบริเวณดังกล่าวอยู่ตลอดเวลา เนื่องจากพื้นที่นี้อยู่ในภูมิภาคที่เปราะบางและสำคัญเชิงยุทธศาสตร์

หากช่องแคบนี้ถูกปิดจะก่อให้เกิดความผันผวนในตลาดพลังงานโลก อาจนำไปสู่ภาวะเงินเฟ้อพุ่งสูง และก่อให้เกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลก โดยเฉพาะในเอเชียที่ต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันผ่านเส้นทางนี้ ได้แก่ จีน อินเดีย ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้

จีนซึ่งเป็นผู้ซื้อน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของอิหร่าน และเป็นพันธมิตรสำคัญของเตหะราน อาจได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงหากเกิดการปิดช่องแคบจริง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...