โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

ยอดผลิตรถยนต์เดือนพ.ค.68 เพิ่มขึ้นครั้งแรกในรอบ 21 เดือน

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 24 มิ.ย. 2568 เวลา 02.53 น. • เผยแพร่ 24 มิ.ย. 2568 เวลา 09.41 น.

กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยตัวเลขยอดผลิต -ยอดขาย -ยอดส่งออกรถยนต์ในเดือนพฤษภาคม 2568 และยอดรวมตั้งแต่มกราคม -พฤษภาคม 2568 โดยในเดือนพฤษภาคม 2568 พบว่ายอดผลิตรถเพิ่มขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 21 เดือน ขณะที่ยอดขายรถยนต์ ก็เติบโตต่อเนื่องเป็นเดือนที่สองต่อจากเมษายน 2568 อย่างไรก็ดีในส่วนของตลาดส่งออกยังคงชะลอตัว มีตัวเลขลดลง ทั้งนี้สามารถตรวจสอบรายละเอียดยอดผลิต -ยอดขาย-ยอดส่งออกทั้งหมดดังต่อไปนี้

อานิสงค์ EV -PHEV ดันยอดผลิตรถพ.ค.68 โตครั้งแรกในรอบ 21 เดือน

ในเดือนพฤษภาคม 2568 ผลิตรถยนต์จำนวนทั้งสิ้น 139,186 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายน 2568 ร้อยละ 33.51 และเพิ่มขึ้นจากเดือนพฤษภาคม 2567 ร้อยละ 10.32 ถือเป็นยอดผลิตที่เพิ่มขึ้นเป็นเดือนแรกในรอบ 21 เดือน โดยสัดส่วนการผลิตที่เพิ่มขึ้นมาจากการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า BEV และ PHEV เพิ่มขึ้นร้อยละ 641.16 และ 130.49 ตามลำดับ ส่งผลให้การผลิตรถยนต์นั่งเพื่อขายในประเทศเพิ่มขึ้นร้อยละ 63.88 รวมทั้งผลิตรถ PPV เพื่อขายในประเทศเพิ่มขึ้นร้อยละ 138.65

ขณะที่จำนวนรถยนต์ที่ผลิตได้ในเดือนมกราคม - พฤษภาคม 2568 มีจำนวนทั้งสิ้น 594,492 คัน ลดลงร้อยละ 7.82

อานิสงค์ EV -PHEV ดันยอดผลิตรถพ.ค.68 โตครั้งแรกในรอบ 21 เดือน

พ.ค.68 ยอดขายรถฟื้นติดต่อกันเป็นเดือนที่สอง

ในเดือนพฤษภาคม 2568ยอดขายรถยนต์ภายในประเทศมีจำนวนทั้งสิ้น 52,229 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายน 2568 ร้อยละ 10.67 แต่เพิ่มขึ้นจากเดือนพฤษภาคม 2567 ร้อยละ 4.73 เพิ่มขึ้นเป็นเดือนที่ 2 ต่อจากเดือนเมษายน 2568 เนื่องจากจากการขายรถยนต์ไฟฟ้า BEV PHEV และรถยนต์นั่งเครื่องยนต์สันดาปภายในเพิ่มขึ้นร้อยละ 118.64 ,234.68 และ 3.19 ตามลำดับจากราคาที่จับต้องได้มากขึ้น

นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยเพิ่มเติมว่า แม้ยอดขายรถยนต์ในประเทศจะเติบโตติดต่อกันเป็นเดือนที่สอง แต่ยอดขายรถกระบะยังคงลดลงร้อยละ 24.84 เนื่องจากความเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อของสถาบันการเงินเพราะหนี้ครัวเรือนสูงและเศรษฐกิจในประเทศที่ยังอ่อนแอจากการลงทุนภาคเอกชนที่ยังต่ำ รวมทั้งค่าครองชีพที่สูงขึ้น

ประกอบกับการท่องเที่ยวที่ชะลอตัวลงจากนักท่องเที่ยวจีนที่กังวลเรื่องความปลอดภัย ขณะเดียวกันยังมีปัจจัยเกี่ยวกับความกังวลเรื่องงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 ที่จะไม่ได้ใช้ในวันที่ 1 ตุลาคมนี้ นอกจากนั้นแล้วปัญหาการเมืองที่ขัดแย้งกันซึ่งจะซ้ำเติมเศรษฐกิจของประเทศที่ทรุดอยู่แล้วทรุดลงมากขึ้นไปอีก

ขณะที่ตัวเลขยอดขายรถยนต์ตั้งแต่เดือนมกราคม - พฤษภาคม 2568 มีจำนวนทั้งสิ้น 252,615 คัน ลดลงจากปี 2567 ในระยะเวลาเดียวกันร้อยละ 2.9

นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ โฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)

มาตรการภาษีอเมริกา-ความขัดแย้งในภูมิภาคต่างๆกระทบยอดส่งออก

ในเดือนพฤษภาคม 2568 ไทยส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปจำนวน 81,071 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายน 2568 ร้อยละ 23.34 แต่ลดลงจากเดือนพฤษภาคม 2567 ร้อยละ 9.20 ส่วนยอดส่งออกตั้งแต่เดือนมกราคม – พฤษภาคม 2568 มีจำนวนทั้งสิ้น 371,272 คัน ลดลงจากช่วงระยะเวลาเดียวกันร้อยละ 13.65

สำหรับปัจจัยที่ทำให้ยอดส่งออกลดลงนั้น มาจากการหยุดผลิตรถยนต์นั่งบางรุ่นที่เลิกส่งออกไปสหรัฐอเมริกาและยุโรป ผลจากการเข้มงวดเรื่องอุปกรณ์ช่วยเหลือในการขับ จึงไม่มีรถยนต์นั่งส่งออกไปในตลาดยุโรป อย่างไรก็ดีไทยส่งออกรถกระบะเพิ่มขึ้น ในตลาดออสเตรเลีย ตะวันออกกลาง ส่วนรถยนต์ HEV ส่งออกเพิ่มขึ้นร้อยละ 17.48

นายสุรพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การส่งออกรถยนต์และชิ้นส่วนยังคงมีความไม่แน่นอนทั้งภาษีนำเข้าของอเมริกา ความขัดแย้งในภูมิภาคต่างๆ ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจและการค้าโลกชะลอตัวลง

มาตรการภาษีอเมริกา-ความขัดแย้งในภูมิภาคต่างๆกระทบยอดส่งออก

พ.ค.68 ยอดจดทะเบียน EV โต ร้อยละ 70.65

ในเดือนพฤษภาคม 2568 ยานยนต์ไฟฟ้าป้ายแดงประเภท BEV จดทะเบียนใหม่จำนวน 13,935 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนพฤษภาคมปีที่แล้วร้อยละ 70.65 โดยแบ่งเป็น

  • รถยนต์นั่งและรถยนต์ประเภทต่างๆ มีทั้งสิ้น 12,054 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนพฤษภาคม 2567 ร้อยละ 120.97
  • รถกระบะ รถแวนมีทั้งสิ้น 14 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนพฤษภาคม 2567 ร้อยละ 40
  • รถจักรยานยนต์มีทั้งสิ้น 1,843 คัน ลดลงจากเดือนพฤษภาคม 2567 ร้อยละ 28.57
  • รถโดยสารมีทั้งสิ้น 3 คัน ลดลงจากเดือนพฤษภาคมปีที่แล้วร้อยละ 95.95
  • รถบรรทุกมีทั้งสิ้น 29 คัน ลดลงจากเดือนพฤษภาคมปีที่แล้วร้อยละ 16

ส่วนตัวเลขตั้งแต่เดือนมกราคม - พฤษภาคม 2568 มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (BEV) จดทะเบียนใหม่สะสมมีจำนวน 53,955 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - พฤษภาคมปีที่แล้วร้อยละ 22.85 โดยแบ่งเป็น

  • รถยนต์นั่งและรถยนต์ประเภทต่างๆ มีทั้งสิ้น 43,715 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - พฤษภาคม 2567 ร้อยละ 37.76
  • รถกระบะ รถแวนมีทั้งสิ้น 122 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม - พฤษภาคม 2567 ร้อยละ 24.69
  • รถยนต์สามล้อมีทั้งสิ้น 8 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม - พฤษภาคม 2567 ร้อยละ 84.31
  • รถจักรยานยนต์มีทั้งสิ้น 9,948 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม - พฤษภาคม 2567 ร้อยละ 14.53
  • รถโดยสารมีทั้งสิ้น 53 คัน ลดลงเดือนมกราคม - พฤษภาคม 2567 ร้อยละ 70.72
  • รถบรรทุกมีทั้งสิ้น 109 คัน ลดลงเดือนมกราคม - พฤษภาคม 2567 ร้อยละ 30.13
พ.ค.68 ยอดจดทะเบียน EV โต ร้อยละ 70.65

ยานยนต์ไฟฟ้าป้ายแดงประเภท HEV เดือนพฤษภาคม 2568

เดือนพฤษภาคม 2568 มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (HEV) จดทะเบียนใหม่มีจำนวน 12,152 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนพฤษภาคมปีที่แล้วร้อยละ 12.63 โดยแบ่งเป็น

  • รถยนต์นั่งและรถประเภทต่างๆ มีทั้งสิ้น 12,044 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนพฤษภาคม 2567 ร้อยละ 12.26
  • รถจักรยานยนต์มีทั้งสิ้น 108 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนพฤษภาคม 2567 ร้อยละ 80

เดือนมกราคม - พฤษภาคม 2568 มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (HEV) จดทะเบียนใหม่สะสมมีจำนวน 60,793 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - พฤษภาคมปีที่แล้วร้อยละ 2.49 โดยแบ่งเป็น

  • รถยนต์นั่งและรถประเภทต่างๆ มีทั้งสิ้น 60,352 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – พฤษภาคม 2567 ร้อยละ 2.07
  • รถจักรยานยนต์มีทั้งสิ้น 441 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – พฤษภาคม 2567 ร้อยละ 130.89

ยานยนต์ไฟฟ้าป้ายแดงประเภท PHEV เดือนพฤษภาคม 2568

เดือนพฤษภาคม 2568 มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (PHEV) จดทะเบียนใหม่มีจำนวน 2,402 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนพฤษภาคมปีที่แล้วร้อยละ 241.19 โดยแบ่งเป็น

  • รถยนต์นั่งและรถประเภทต่างๆ มีทั้งสิ้น 2,402 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนพฤษภาคมปีที่แล้วร้อยละ 241.19

เดือนมกราคม - พฤษภาคม 2568 มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (PHEV) จดทะเบียนใหม่สะสมมีจำนวน 9,822 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - พฤษภาคมปีที่แล้วร้อยละ 142.34 โดยแบ่งเป็น

  • รถยนต์นั่งและรถประเภทต่างๆ มีทั้งสิ้น 9,822 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – พฤษภาคม 2567 ร้อยละ 142.34
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...