โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อิสราเอลวางแผนย้ายชาวปาเลสไตน์ ไป ‘เมืองมนุษยธรรม’ ในราฟาร์ แต่หลายฝ่ายกังวลว่า มันจะเป็นค่ายกักกัน

The MATTER

เผยแพร่ 08 ก.ค. 2568 เวลา 07.22 น. • Brief

ในขณะที่สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและปาเลสไตน์ยังคงน่าเป็นห่วง ล่าสุดอิสราเอลได้วางแผนสร้างค่ายแห่งหนึ่งไว้สำหรับอพยพชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซาไปอยู่อาศัยที่นั่น ท่ามกลางข้อโต้แย้งจากทั้งนักวิชาการ และนักกฎหมายถึงสิทธิมนุษยชน

หนังสือพิมพ์ Haaretz รายงานว่า อิสราเอล คาทซ์ (Israel Katz) รัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอล ได้วางแผนบังคับให้ชาวปาเลสไตน์ทั้งหมดในฉนวนกาซา ไปตั้งค่ายอยู่ที่เมืองราฟาร์ ซึ่งในเวลานี้เหลือเพียงซากปรักหักพัง และจะตั้งชื่อค่ายดังกล่าวว่า ‘เมืองมนุษยธรรม’ ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายและนักวิชาการเรียกแผนดังกล่าวว่าเป็นแผนก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ

คาทซ์ กล่าวกับสื่อว่า ชาวปาเลสไตน์จะต้องผ่านการตรวจสอบด้านความปลอดภัยก่อนเข้าไปในค่าย และเมื่อเข้าไปแล้วจะไม่สามารถออกได้ ขณะที่กองกำลังอิสราเอลจะควบคุมพื้นที่โดยรอบและย้ายชาวปาเลสไตน์กว่า 600,000 คน เข้าไปในพื้นที่ดังกล่าว จนท้ายที่สุดประชากรทั้งหมดของฉนวนกาซาจะไปอาศัยอยู่ที่นั่น

ย้อนกลับไปช่วงต้นปี โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ แนะนำให้ชาวปาเลสไตน์ออกจากฉนวนกาซาเพื่อจะได้จัดการกับซากเมือง ซึ่งในเวลานั้นทั้งนักการเมืองอิสราเอล และนายกฯ เบนจามิน เนทันยาฮู ก็เห็นด้วยและมักจะนำเสนอโครงการนี้ว่าเป็นโครงการของสหรัฐฯ

ไมเคิล สฟาร์ด ทนายความด้านสิทธิมนุษยชน กล่าวว่า แผนการของคาทซ์นั้นฝ่าฝืนกฎหมายระหว่างประเทศ และวางแผนก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ ผู้คนในฉนวนกาซาอยู่ภายใต้มาตรการบังคับมากมาย จนไม่สามารถใช้คำว่าสมัครใจในทางกฎหมายได้

“การขับไล่ใครสักคนออกจากบ้านเกิดของพวกเขา ถือเป็นอาชญากรรมสงครามในบริบทของสงคราม หากเกิดขึ้นในระดับใหญ่โตตามที่เขาวางแผนไว้ ก็ถือเป็นอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ” สฟาร์ดกล่าว

คาทซ์ กล่าวว่า การทำงานในเมืองแห่งมนุษยธรรมอาจเริ่มต้นได้ในระหว่างการหยุดยิง ขณะที่เนทันยาฮูกำลังเป็นผู้นำในการพยายามค้นหาประเทศที่ยินดีรับชาวปาเลสไตน์ และเนทันยาฮูก็กล่าวที่ทำเนียบขาว สหรัฐฯ เมื่อวันจันทร์ (7 กรกฎาคม) ที่ผ่านมาด้วยว่า สหรัฐฯ และอิสราเอลกำลังทำงานร่วมกับประเทศอื่นๆ ที่จะมอบอนาคตที่ดีกว่าให้กับชาวปาเลสไตน์

นอกจากนี้ เนทันยาฮู ยังบอกด้วยว่า หากประชาชนต้องการอยู่ต่อ พวกเขาสามารถอยู่ต่อได้ แต่หากพวกเขาต้องการออกไป พวกเขาก็ควรสามารถออกไปได้

ศาสตราจารย์อาโมส โกลด์เบิร์ก นักประวัติศาสตร์เกี่ยวกับเหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ที่มหาวิทยาลัยฮีบรูแห่งเยรูซาเล็ม กล่าวว่า คำกล่าวของคาทซ์ขัดแย้งกันเอง “ชัดเจนว่า รมต.คนนี้วางแผนจะกวาดล้างชาติพันธุ์ในฉนวนกาซา และจัดตั้งค่ายกักกันหรือค่ายชั่วคราวไว้ก่อนจะไล่พวกเขาออกไป”

โกลด์เบิร์ก ยังกล่าวถึงพื้นที่กักขังของคาทซ์ว่ามันไม่ใช่ทั้งมนุษยธรรมและเมือง เนื่องจากเมืองคือสถานที่ที่เรามีโอกาสในการทำงาน หาเงิน สร้างสายสัมพันธ์ และมีเสรีภาพในการเคลื่อนไหว

นอกจากนี้ ยังตั้งข้อสังเกตด้วยว่า จะเกิดอะไรขึ้นกับชาวปาเลสไตน์ที่ปฏิเสธที่จะปฏิบัติตามคำสั่งของอิสราเอลในการเคลื่อนย้ายเข้าไปในค่ายใหม่

อ้างอิงจาก

theguardian.com

haaretz.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...