เกษตรกรเฮ ! รัฐ-เอกชน ปิ๊งฟื้นเหมืองโปแตส ผลิตปุ๋ยใช้เอง ช่วยลดต้นทุนเพาะปลูก
เกษตรกรเฮ ! รัฐ-เอกชน ปิ๊งฟื้นเหมืองโปแตส ผลิตปุ๋ยใช้เอง ช่วยลดต้นทุนเพาะปลูก
ที่ห้องพระวิษณุ ชั้น 3 โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น การประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2566 และ 2567 สมาคมดินและปุ๋ยแห่งประเทศไทย นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตรในฐานะ นายกสมาคมดินและปุ๋ยแห่งประเทศไทยเปิดเผยว่า ประเทศไทยในฐานะประเทศเกษตรกรรมยังต้องนำเข้าแม่ปุ๋ยหลักจากต่างประเทศมากกว่า 90% ทำให้ต้นทุนการผลิตสินค้าเกษตรสูงขึ้น และกระทบต่อความสามารถในการแข่งขัน
ดังนั้น หากสามารถลดการนำเข้าและผลิตแม่ปุ๋ยในประเทศได้ จะช่วยลดต้นทุนการผลิตสินค้าเกษตร โดยเฉพาะข้าวและพืชอาหารอื่น ๆ ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ล่าสุดภาคเอกชนได้แจ้งข่าวดีให้ทราบว่า ทางภาคเอกชนจะเริ่มกลับมาสานต่อโครงการเหมืองแร่โปแตชอีกครั้ง หลังจากที่ชะลอการดำเนินการไปถึง 20 ปี ซึ่งเชื่อว่าอีกไม่นาน ประเทศไทยผลิตปุ๋ยในประเทศเองได้
นายรพีภัทร์ กล่าวว่า ทางผู้แทนจากกรมพัฒนาที่ดินให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ประเทศไทยมีพื้นที่เกษตรกรรมกว่า 150 ล้านไร่ และดินที่ดีต้องมีปุ๋ยคุณภาพ ซึ่งมีผลโดยตรงต่อคุณภาพผลผลิต โดยจากข้อมูลพบว่าการลดต้นทุนปุ๋ยจะช่วยลดต้นทุนการผลิตของเกษตรกรได้ไม่ต่ำกว่า 15-30% ซึ่งนอกจากจะช่วยเกษตรกร ยังเอื้อต่อการวางระบบโลจิสติกส์ใหม่ที่จะช่วยลดต้นทุนในระบบการขนส่งอีกทางหนึ่งด้วย
นายสมัย ลี้สกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท อาเซียนโปแตช ชัยภูมิ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปัจจุบัน ประเทศไทยมีแหล่งแร่โปแตชซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตแม่ปุ๋ย โดยมีบริษัทที่ได้รับสัมปทานจำนวน 3 ราย ได้แก่
โคราช อุดรธานี และชัยภูมิ ซึ่งโครงการที่ ชัยภูมิเป็นโครงการของอาเซียนที่ริเริ่มมาตั้งแต่สมัย รัฐบาลยุค พล เอกชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี คนที่ 22 ของประเทศไทย
และขณะนี้มั่นใจว่าจะสามารถดำเนินการต่อ และ เห็นเป็นรูปธรรมได้ภายในปี 2570
“เราเจาะสำรวจลึกลงไปกว่า 1 กิโลเมตรและมีแผนผลิตโปแตชปีละประมาณ 1.2 ล้านตัน ขณะที่ประเทศไทยนำเข้าโปแตชประมาณ 7-8 แสนตันต่อปี ซึ่งโครงการนี้จะลดการนำเข้าได้มหาศาล และช่วยลดต้นทุนค่าขนส่งให้เกษตรกรไม่ต่ำกว่า 15-20% อีกทั้งยังสามารถจัดส่งแม่ปุ๋ยให้ถึงมือผู้ใช้ภายใน 2 วัน แทนที่จะต้องรอสินค้านำเข้านานนับเดือน” นายสมัย กล่าว
นายสมัย กล่าวว่า หากมีการส่งเสริมให้เกษตรกรรวมกลุ่มกันและใช้แม่ปุ๋ยสั่งตัดตามคำแนะนำของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะช่วยลดการผสมปุ๋ยที่เกินความจำเป็นลง และลดต้นทุนการใช้ปุ๋ยในภาพรวมได้ราว 30-40%
นายสมัย กล่าวว่า ที่ผ่านมามีปัญหาเรื่องการขับเคลื่อนนโยบายที่ไม่ต่อเนื่อง เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมบ่อยครั้ง ทำให้การผลักดันโครงการขาดความต่อเนื่อง และ ต้องเริ่มต้นใหม่อยู่เสมอ แม้รัฐมนตรีทุกคนจะมีเจตนาดี และ ตั้งใจรับฟังภาคเอกชนและมุ่งมั่นที่จะสานต่อโครงการดังกล่าว
แต่กระบวนการเรียนรู้งานและการเปลี่ยนแปลงนโยบายบ่อยครั้งกลับกลายเป็นอุปสรรค จึงขอเรียกร้องให้รัฐให้ความสำคัญกับโครงการอย่างจริงจัง เพราะนอกจากจะลดต้นทุนเกษตรกร ยังส่งผลต่อความมั่นคงทางอาหารของประเทศ
นายสมัย กล่าวว่า แม้ภาวะการเมืองจะมีผลบ้างต่อการดำเนินโครงการ แต่ภาคเอกชนยังคงเดินหน้าผลักดันอย่างเต็มที่ โดยมองผลตอบแทนจากการลงทุนในมุมของความมั่นคงทางอาหาร สร้างงาน และต่อยอดสู่อุตสาหกรรมอื่นต่อไปในอนาคต ทั้งนี้ โครงการโปแตชจะเป็นฐานสำคัญในการสร้างระบบปุ๋ยของไทยให้มั่นคงและพึ่งพาตนเองได้ในระยะยาว
ด้าน นายรัสชัย เหรียญพาณิชย์ กรรมการสมาคมดินและปุ๋ยแห่งประเทศไทย และกรรมการผู้จัดการ บริษัท อาร์ พี เอ็น อกริคัลเจอร์ จำกัด กล่าวว่า ปุ๋ยเป็นปัจจัยการผลิตหลักของเกษตรกร โดยเฉพาะข้าวซึ่งเป็นสินค้าส่งออกสำคัญของไทย
โดยต้นทุนปุ๋ยมีสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่งของต้นทุนการผลิตข้าว หากต้นทุนปุ๋ยยังสูง ไทยจึงไม่สามารถแข่งขันกับประเทศคู่แข่งได้ ทั้งยังมีความเสี่ยงเรื่องความไม่มั่นคงของซัพพลายในอนาคต เช่น การหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทานหรือความผันผวนของราคา
อย่างไรก็ตาม ประเทศใหญ่ ๆ อย่างประเทศอินเดีย มีการตั้งกระทรวงปุ๋ยขึ้นมาโดยเฉพาะ เพื่อดูแลความมั่นคงด้านอาหารของประชากรตนเอง ตนเห็นว่าประเทศไทยก็ควรให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากขึ้นเช่นกัน และอยากให้ทางภาครัฐนำไอเดียการตั้งกระทรวงปุ๋ยไปพิจารณา หรือเริ่มจากการสนับสนุนการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรที่เรามีอยู่ก่อนอย่างโปแตช แล้วค่อยต่อยอดไปสู่การผลิตแม่ปุ๋ยตัวอื่นในอนาคต
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เกษตรกรเฮ ! รัฐ-เอกชน ปิ๊งฟื้นเหมืองโปแตส ผลิตปุ๋ยใช้เอง ช่วยลดต้นทุนเพาะปลูก
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th