‘ปุ้ย TPN’ ปล่อย ‘แอนนา’ เป็นอิสระไม่ซีเรียสเรื่องต่อสัญญา ลั่นไม่มีสิทธิ์เป็นเจ้าของชีวิตใคร!
เรียกได้ว่ากลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง สำหรับ “แม่ปุ้ย-ปิยาภรณ์ แสนโกศิก” ผู้บริหาร TPN Global ที่ล่าสุดจัดงานแถลงข่าว “TPNG Extravaganza press conference” เพื่อเปิดฉากเทศกาล TPNG อย่างเป็นทางการ โดยผยแผนการจัดประกวดนางงามในปี 2025 ที่จะสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับวงการ ด้วยการรวม 9 เวทีประกวดไว้ในซีซันเดียวกัน พร้อมเน้นย้ำเรื่องคุณภาพ ความสนุก และการยกระดับวงการนางงามไทยให้เป็นที่ประจักษ์ในระดับสากลอีกด้วย
นอกจากนี้ แม่ปุ้ย ได้เปิดใจถึงประเด็นเรื่องสัญญาของนางงาม โดยเฉพาะกรณีของ “แอนนา เสืองามเอี่ยม” ซึ่งทาง TPN ไม่ได้ซีเรียสกับการต่อสัญญา และให้ความสำคัญกับอิสระและการเติบโตในเส้นทางอาชีพของนางงามทุกคน พร้อมทั้งทุกคนสามารถเลือกเดินเส้นทางของตัวเองได้และพร้อมที่จะสนับสนุนทุกคน โดยแม่ปุ้ย เผยว่า
“ปีนี้เราจะรวมเวทีทั้งหมดเป็นซีซันของ TPN Global เลย ในส่วนของไฟล์กำหนดการก็จะทยอยออกมาเรื่อยๆ ส่วนในช่วงเก็บตัวกิจกรรม ก็สลับฟันปลากันไป เพื่อให้ได้ดูครบถ้วนทุกเวทีที่อยู่ในซีซันเดียวกัน การเก็บตัวทั้งหมดเริ่มจากเดือนนี้ก็ใช้เวลาหลายเดือน ส่วนจะประเดิมเปิดเวทีไหนก่อนก็จะพร้อมกันเลย มี Next G, You Is U, Mister and Miss Global และ Missus ด้วย ซึ่งตอนนี้ใบอนุญาตที่มีอยู่ในมือของเราที่เราเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์เอง มีเจ็ดเวที และเวทีที่เป็นของเจ้าของอื่นแต่เราถือลิขสิทธิ์ก็มีนางสาวไทย ปีหน้าก็ต้องทำ Miss World ด้วย ทั้งหมดแล้วรวมประมาณเก้าเวที ซึ่งเก้าเวทีไม่ล้นมือแน่นอนค่ะ เพราะว่าทีมทำงานเรามีเด็กฟรีแลนซ์เหมือนประจำเลยอยู่แต่ละกลุ่ม แต่มีเฮดใหญ่เป็น TPNG ค่ะ
พอมีหลายเวทีคนก็เป็นห่วง แต่ก็อย่างที่บอกว่ามันถูกรวมมาอยู่ในซีซันเดียวกันแต่เวทีอื่น ๆ ที่ไม่ใช่ของเราก็จะจัดแยกกันไป แต่ที่เป็นเวทีของเรามันก็จะอยู่ในซีซันของการจัดที่ทำเวทีใหญ่คาไว้เลย ส่วนเรื่องคุณภาพแน่นอนค่ะว่าการเป็น TPN Global เราต้องเน้นเรื่องคุณภาพมากๆ ไม่เพียงแค่คุณภาพ แต่ความสนุก แสง สี เสียงของเวทีก็สำคัญ ซึ่งถ้าเราจัดแยกยิบย่อยมันไม่มีใครในโลกที่อาจจะทำแล้วไม่สนุก หรือทำแล้วไม่ได้ยิ่งใหญ่พอ แต่ถ้าเรารวมทุกอย่างมาอยู่ด้วยกัน แล้วแยกจัดอยู่ในช่วงของเทศกาล วัตถุดิบเรามีอยู่แล้ว การลงทุนทำเวทีมันไม่ใช่แบบว่า 1,000,000 - 2,000,000 บาท เรามีเวทีหลักเอาไว้และสลับสับเปลี่ยนในแต่ละอีเวนต์ แต่ละเวทีต่างกันโดยสิ้นเชิงก็จะทำให้แฟนๆ ได้สนุกไปร่วมกัน
ถามว่าเวทีไหนตรงกับไฮไลต์ของ TPN เลย นางสาวไทยก็จบไปแล้ว พี่ถือว่าอันนี้เป็นไฮไลต์นะเพราะเสียงตอบรับดีมาก สปอนเซอร์ดีมาก และผู้เข้าประกวดก็มีคุณภาพมากๆ ค่ะ เลยคิดว่า Global ก็ไม่แผ่วแน่นอน ส่วนในเรื่องที่ TPN จะเปลี่ยนโฉมใหม่ของวงการนางงามไทย ก็อย่างที่บอกว่า ในการเปลี่ยนก็คือนี่แหละค่ะเปลี่ยนโดยการที่เราจะมีเทศกาลของเรา เป็นเทศกาลแห่งความสุขที่จะคืนให้กับประชาชน เดี๋ยวต้องมาดูกันว่าแต่ละเวทีที่อยู่ในห้วงเวลาต่อๆ กัน มันมีความต่างกันสิ้นเชิงและมันจะสนุกกันคนละรูปแบบ เพราะเวทีเด็กที่ทาร์เก็ตเขาเป็นเด็กเยาวชนตอบรับดีมาก สปอนเซอร์ดีมาก หรือเวทีแอลจีบีที เวทีต่างๆ ก็แทบจะไม่ต้องไปยุ่งกับเขาเลย อันนั้นสบายมาก
พอเรามีเวทีเยอะถามถึงเรื่องความขาดแคลนนางงามว่ามีบ้างไหม คิดว่าหลายๆ เวทีเป็น คือที่ขาดแคลนในที่นี้คิดว่าเขาไม่กล้าที่จะมาลง คือมันมีปัจจัยหลายอย่างว่ามาแล้วกลัวไม่ผ่านบ้าง กลัวมาแล้วโดนด่า อย่าลืมนะคะ สิ่งหนึ่งตอนนี้กระแสของแฟนคลับ เวลาวิพากษ์วิจารณ์นางงามทำหนักมาก หลายคนปรึกษาเราเป็น 10 คนว่าถ้าเขาพลาดไปจะโดนด่าไหม คือเราก็พูดไม่ได้ว่าเขาจะโดนหรือไม่โดน เราได้เพียงแต่บอกว่าเราห้ามทัศนคติหรือห้ามปากคนอื่นไม่ได้ แต่เราห้ามตัวเราได้ เพราะฉะนั้นอย่าไปให้ความสำคัญ เราต้องทำตัวเราให้ดีที่สุด ใครจะด่าก็ปล่อยเขา เขามีสิทธิ์จะด่า เราก็มีสิทธิ์ที่จะไม่รับฟังได้
ถามถึงเรื่องพอมีเวทีประกวดเยอะเหมือนมีการดึงนางงามกันเอง อันนี้พูดตรงๆ ว่านางงามก็เลือกเวทีเหมือนกัน อันนี้เราชัดเจนมากว่า นางงามที่มาเวทีเราเขาก็มีดีเอ็นเอที่คล้ายกับเรา เวทีในประเทศไทยมันไม่ได้เพิ่งมามีเยอะ มันมีเยอะมานานแล้ว นี่ยังถือเป็นส่วนน้อยนะ ยังไม่นับธิดาอื่นๆ อีก และบางเวทีถึงแม้จะเป็นเวทีต่างจังหวัด แต่เขาจัดใหญ่เหมือนระดับประเทศ เยอะมาก คำถามที่บอกว่านางงามเยอะ แย่งกันไหม มันเยอะมานานแล้วค่ะไม่ใช่ว่าเพิ่งมาเยอะ แต่อยู่ที่ว่า นางงามที่จะมาลงเวทีไหนเขาถนัดแบบไหนมากกว่า พี่ว่าทุกบริบททุกเวทีมันดีหมด อยู่ที่ว่าเขาจะเลือกไปที่ไหน
ถามว่าเราทำอะไรให้นางงามเชื่อมั่นในตัวเรา ก็ไม่ได้ทำอะไรนะ เขาก็สืบค้น แล้วก็เสาะหา เขาดูของเขาเองเราไม่ต้องไปทำอะไรเยอะ เพราะว่าสิ่งที่มันประจักษ์ออกไป เขาก็ไปสืบถามกันเอง ถ้าเรามองย้อนกลับไป หลายๆ คนนางงามของเราที่อยู่ใน TPN ที่เป็นควีนเขาก็ประสบความสำเร็จ เพราะทุกคนก็สู้ อดทน ขยัน เขาก็ได้สิ่งตอบแทนมา ก็คือความยั่งยืนในอาชีพการงานของเขา มันก็ถือว่าเป็นความภาคภูมิใจของเรา จริงๆ แล้วพี่ว่าแพลตฟอร์มนางงาม มันสามารถแตกแขนงไปทำอะไรให้กับสังคมได้เยอะเลย อย่างน้อยๆ คนที่ยืนไฟส่องเป็นนางงามแล้วคุณสามารถสอดแทรกสิ่งดีๆ ให้กับสังคมได้ การงานมันก็ต้องทำแหละ แต่ถ้าเราเป็นคนธรรมดาเดินดินเสียงเราก็ไม่มีใครฟัง แต่ถ้าเราอยู่ตรงนี้แล้วเสียงเรามีคนฟังแน่นอน อันนี้ได้มาจากประสบการณ์ตรงซึ่งมันดีมากๆ
พอยุคสมัยมันเปลี่ยนไปถามว่าเรามองยังไงบ้างสำหรับเรื่องนางงาม ไม่ว่าจะยุคสมัยไหน เปลี่ยนไปยังไง เรามองว่าคุณค่าที่แท้จริงของนางงาม และของคนของมนุษย์ มันคืออันเดียวแหละ คือเราต้องคิดถึงสังคมบ้าง คิดถึงส่วนรวมบ้าง อะไรที่มันทำดีบ้างก็ทำทำไปเถอะ คือมันไม่มีหรอกค่ะมนุษย์บนโลกนี้ที่จะ ดีร้อยเปอร์เซ็นต์ เลวร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ว่าเราทำประโยชน์ให้กับตัวเราให้กับประเทศชาติเรา สังคมเราบ้าง ก็ถือว่าดีแล้ว คนแค่หนึ่งคนทำอะไรเล็กๆ น้อยๆ ให้กับสังคม แล้วคน 100 คนรวมกัน มันก็จะทำให้สังคมนี้น่าอยู่ขึ้นเท่านั้นเอง
DNA ของการเป็นนางงาม TPN อันดับหนึ่งคือเขาต้องเป็นตัวของตัวเอง เธออย่าบอกว่าฉันรักโครงการนี้ทำนู่นนี่แต่จริงๆ แล้วจับต้องไม่ได้เลย คุณมา 100 ครั้งคุณก็ไม่มีวันมง เรามีวิธีสืบมันสืบไม่ยากเลย คุณต้องเป็นตัวของคุณเอง โครงการไม่ต้องใหญ่อลังการ อะไรก็ได้ถึงแม้ว่ามันจะเล็กแต่มันยิ่งใหญ่ อย่างแอนโทเนีย เขาทำโครงการแบบไม่มีใครเห็น แต่ทุกวันนี้เขาเป็นมูลนิธิแล้ว ทำทุกอย่างชัดเจนโปร่งใส และทำประโยชน์ให้กับสังคมเยอะ อย่างโอปอลก็มีโครงการ เขาก็ต้องเป็นมูลนิธิ โอปอลเขามีความมุ่งมั่น เหมือนกับเขาให้รางวัลชีวิตตัวเองว่าเขาเกิดมารอดจากการเป็นมะเร็งเต้านม เขาอยากจะคืนกลับตรงนี้ ของอย่างนี้มันเป็นจุดเล็กๆ ในใจเราว่ามันดีมากๆ ก็เลยสนับสนุนกันไป
ดีเอ็นเอรองลงมาก็คือ คุณต้องเป็นคนที่คิดดีอย่าซับซ้อนมาก คิดดีทำดีจบและไม่มีอะไรมากมายเลยค่ะ แล้วโอปอลก็ได้ถูกยกเป็นโมเดลของนางงาม เพราะว่าเธอไม่เคยเอามาคิดร้ายหรืออะไรเลย ก็เลยเป็นแบบของเธอไปเรื่อยๆ แต่นางมีความคิดที่ดีมากๆ อันนี้เป็นตัวอย่างที่ดีแม้กระทั่งเด็กๆ และการเรียนหนังสือ ถามว่ารู้สึกยังไงบ้างที่ได้สร้างประวัติศาสตร์ให้กับวงการนางงามของเมืองไทยค่อนข้างเยอะเหมือนกัน ก็รู้สึกว่าเราทำเต็มที่ มุ่งมั่น แต่ก็ไม่ได้คิดว่าตัวเองวิเศษวิโสอะไร เพราะเรามองว่าใครก็มีสิทธิ์สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติได้ทั้งนั้น มันอาจจะรอจังหวะ รอเวลา รอคนที่ใช่ ก็ดีใจภูมิใจ แต่ก็รับรองได้ว่าไม่มีวันหลงตัวเอง ไม่มีทาง เพราะท้ายที่สุดแล้ววันเวลามันหมุนเวียนเปลี่ยนไปเราก็ต้องทำให้มันดีที่สุดมากยิ่งขึ้น เผื่อจะได้มาอีกมง 2 มง ในช่วงชีวิตของเรา ก็อยากได้นะแต่ว่าไม่รู้ว่าชีวิตนี้มันจะได้อีกหรือเปล่า ถ้าสมมติว่าต้องรออีก 70 ปีเราก็น่าจะเกิดสักสามรอบแล้ว
อย่างชื่อการประกวด Missus มันมีกระแสว่าชื่อนี้มันมีอยู่แล้ว จริงๆ คือก็คนละเวที ของเราจะเป็น Global ที่เราจดลิขสิทธิ์ถูกต้อง ถึงแม้ชื่อจะเหมือนกัน ซึ่งเราก็ไม่ทราบว่าเขาใช้ชื่อนี้ แต่เราจดของเราแล้ว ถามว่ากลัวคนสับสนไหม จริงๆ มันมีชื่อที่ซ้อนกันหลายเวทีมาก แต่เขาก็คงดูว่าเป็นบริษัทอะไร ถ้าเป็นของ TPN Global ก็คือจบ พอชื่อมันซ้ำกันบริบทการประกวดก็ไม่เกี่ยวค่ะ บริบทก็จะเป็นของเราเหมือนกัน รูปแบบการประกวด หรือกิจกรรมการประกวดมันต่างกันอยู่แล้ว ก็ต้องไปเลือกดูให้มันสนุกค่ะ
ส่วนกำหนดการ Miss World Thailand ก็ยังไม่ได้หารือกับทางเทโรเลย เดี๋ยวดูว่าจะมีความพร้อมแค่ไหนยังไง ช่วงนี้เดี๋ยวโอปอลก็จะกลับไทยช่วงเดือนสิงหาคม เพราะมีงานเยอะมาก ต้องกลับมาเคลียร์ ปีนี้เรายังไม่ได้จัดอยู่แล้ว เพราะว่าปีนี้โอปอลเป็นตัวแทน 2025 เราก็ต้องไปจัด 2026 อาจจะเป็นช่วงสามเดือนแรก ก็ลุยค่ะก็อยากจะเปิดโฉมรูปแบบใหม่ อยากให้มีความสนุกมากขึ้น ถามว่ากดดันไหม เราว่าอย่ากดดันเพราะว่าอันนี้บอกเลยว่ามันเป็นทฤษฎีจริงๆ โอปอลไปคนในประเทศสาปสุดฤทธิ์ว่าไม่งงหรอก จัดประกวดก็ไม่ได้จัด เตรียมตัวแค่ 15 วัน มันงงไปหมด พูดตรงๆ ยืนงงในดงอินเดียมันเยอะไปหมด เราเลยบอกโอปอลว่าเอาวะดับเครื่องชน สู้สุดๆ ไปเลย แม่เชื่อว่าพลังการต่อสู้ของเราอย่างน้อยมันต้องไม่ตุ๊บ และโอปอลก็เก็บแต้มเก็บคะแนนอย่างที่เคยให้สัมภาษณ์ไป ทำทุกอย่างถูกต้องถูกระเบียบมีวินัยและช่วยให้เขาเห็นจริงๆ ว่าสิ่งที่โครงการเราทำเราไม่ได้เพิ่งทำเราทำมานานแล้ว ซึ่งคุณจูเลียเขาสืบทุกเรื่อง สืบตั้งแต่ไอจีสตอรีส์ย้อนหลังเลย
คนที่จะมาเอามง Miss World ในปีหน้า ไม่จำเป็นต้องเอาโอปอลเป็นต้นแบบ เพราะว่าเราเอาความต่างได้ โอปอลก็คือโอปอล มีหนึ่งเดียวในโลก แอนนาเสือก็หนึ่งเดียวในโลก แอนโทเนียก็หนึ่งเดียวในโลก เพราะฉะนั้นคนที่จะมาลงปีหน้าไม่ต้องกลัวว่า จะต้องเป็นเหมือนโอปอล มีโอปอลเป็นโรลโมเดล เป็นโรลโมเดลได้ในแนวความคิด แต่คุณไม่ใช่โอปอล คุณเป็นคนคนนั้นแหละ แต่ภาษาคุณต้องได้ เพราะ Miss World มันคือโอลิมปิกวิชาการเลยแหละ ภาษาเราคิดว่าสำคัญ คือเราต้องทำการบ้านหนัก เหมือนตอนปี 2018 มันย้อนกลับก็เหมือนเดิมเลย เราไม่เคยอยู่ในวงการนางงามเราต้องทำการบ้านหนักมากในตอนนั้น และตอนนี้ก็มาอีกแล้วเหมือน Deja Vu จะต้องทำ Miss World ก็ต้องมาศึกษาว่าดูย้อนหลังไปตั้งแต่อดีตว่ามันเป็นยังไง เริ่มทำการบ้านสำหรับตัวเองอยู่เยอะทีเดียว ถึงได้รู้ว่ามันยากมาก
ส่วนโอปอลจะกลับมาเมืองไทยนานไหมรอบนี้ก็กำลังประชุมกับทางกองอยู่ ว่ามันมีงานอะไรบ้างที่จะต้องจัดการให้เสร็จ พอเสร็จแล้วก็ต้องบินต่อ แต่ว่าเบสของโอปอลอยู่ที่ลอนดอนค่ะ ซึ่งน้องก็สามารถรับงานได้ ตอนนี้เราก็รับไว้หลายเจ้า เพราะว่าทางกอง Miss World ก็ให้ TPN ช่วยดูแลในการรับงานในการคัดเลือก แล้วก็ส่งให้กองพิจารณา ถามว่าเขาพิจารณาไหมว่างานที่น้องรับจะต้องเป็นแบบไหน ก็คืองานที่เป็นภาพลักษณ์ดี อย่างโฆษณาก็ต้องเป็นภาพดีนิดนึง ซึ่งเราก็ดูให้ แล้วก็มีหลายบริษัทใหญ่ๆ ที่ติดต่อมา รวมถึงภาพลักษณ์ของ องค์กรการกุศลด้วย ละครก็รับได้ แต่ละครเขาไม่ได้ห้ามเลย แต่ว่าปีนี้เดินทางตลอด มันน่าจะรับไม่ได้ ที่น้องบอกคือเดินทางเป็น 10 ประเทศเลย มันเป็นไปไม่ได้ที่จะล็อกคิวยาวถ่าย นอกจากมาในช่วงนี้ แล้วมีงานอะไรที่มันถ่ายในช่วงนี้ได้ก็ถ่ายไป ซึ่งงานที่รับก็จะเป็นอะไรแบบสั้นๆ สำหรับปีนี้
แม่ปุ้ยเผยต่อว่าเกี่ยวกับสัญญาของแอนนาเสือ "จริงๆ แล้วเรื่องสัญญา แม่ปุ้ยไม่ได้บอกให้นางงามมาต่อสัญญา จะต่อไม่ต่อก็เหมือนเดิม เขายังอยู่ในบ้าน TPN เขาจะได้ไปทำมาหากินเติบโตของเขา เราไม่ได้เคยบอกว่าอยู่ต้องต่อนะ แต่ถ้าต่อก็จะอยู่ในเรื่องของการดูแลมีพี่เลี้ยงหรือการรับงาน เราทำส่วนนั้นให้อยู่แล้ว เราก็เป็นคนบอกเขาเองว่าจะต่อทำไมฉันก็ดูแลเธออยู่แล้ว เธอไปเติบโตเก็บเงินเก็บทองของเธอเอง นี่คือสิ่งที่เราบอกลูกของเราทุกคน ทุกคนสามารถเติบโตได้ด้วยลำแข้งของตัวเองแล้ว และเราก็มีเด็กใหม่ๆ มาทุกปี เพราะฉะนั้นเราไม่คิดว่า เขาจะต้องมาต่อกับเรา
ซึ่งเอาจริงๆ ไม่ได้คุยกันเรื่องนี้ เพราะนางก็ยังไม่รู้เลยว่าสัญญาจะหมดเดือนไหน ยังมีคิวงานที่ต้องทำกับ TPN อีกเยอะมากเลยรู้สึกว่าการต่อสัญญาไม่ใช่ประเด็นเลยสำหรับบ้าน TPN แค่คุณอยู่ครบตามสัญญาสามปีก็คือจบแล้ว เพราะเราจะมีนางงามรุ่นอื่นๆ ที่ก้าวเข้ามาอีก ที่พูดตรงนี้เพราะว่าถ้าเรามีงานอะไรที่รับให้น้อง เรายังรับให้ทำเหมือนที่ยังอยู่ในสัญญานั่นแหละ ส่วนงานอื่นๆ เขาก็จะได้มีโอกาสรับของเขาเอง ถามหน่อยเรามีสิทธิ์ไปเป็นเจ้าชีวิตเขาเหรอ เราไม่มีสิทธิ์ เขาไปทำงานร่วมกับใครยังไงได้หมด พี่ปุ้ยไม่มีสิทธิ์เซย์เยสเซย์โนกับชีวิตของใครทั้งนั้น"
แม่ปุ้ย เผยต่อว่า "สำหรับ Miss Global เราก็ศึกษาทำการบ้านมาก่อน ไม่ใช่จู่ๆ นอนฝันตื่นขึ้นมาแล้วทำเลย มันผ่านกระบวนการคิดมาหลายปี Miss Global ที่จัดไปในปีที่แล้วทุกคนไม่หือไม่อือ แต่พอมาดูแล้วเกิดเป็นไวรัลขึ้นมาเพราะว่ามันสนุกมันดีมาก เพราะฉะนั้นเราได้ศึกษาทำการบ้านมาพอสมควร ไม่มีอะไรต้องหนักใจ เป้าหมายก็ยังทำไปเรื่อยๆ ทุกคนที่ทำไปก็อยากให้เป็นแกรนด์สแลม ไม่มีใครอยากทำเวทีขึ้นมาแล้วให้มันหยุดอยู่แค่นั้น แต่พี่ปุ้ยไม่ได้ไปเดือดร้อนหรือกดดันตรงนั้น เราทำให้ดีที่สุดเดี๋ยวคนเขาก็พูดถึงเอง"
ร่วมงานกับไบรอัน เทโร ซึ่งเป็นเจ้าของเวที Miss World Thailand "การร่วมงานกับคุณไบรอัน เรายังคุยกันไปเรื่อยๆ ตอนนี้ท่านไปโฟกัสเรื่องกีฬาเรื่องคอนเสิร์ตเสียเป็นส่วนใหญ่ ไม่ได้ฟิกซ์สัญญากับเรา เราทำกันไปเรื่อยๆ ตอนนี้พี่ปุ้ยก็สามารถทำงานหรือไปร่วมกับคุณไบรอันได้แล้ว สัญญาที่เป็นเปเปอร์ก็มีแต่เราไม่ได้มาทำปีนี้ปีเดียว สัญญาเราคือเราชัดเจนในเรื่องของ Business Structure ว่าจะเป็นยังไง ทำงานง่าย คนในองค์กรน่ารัก ทำงานด้วยกันปีแรกมันจะสำเร็จแบบนี้ไม่ได้ถ้ามีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ร่วมมือกัน”
ฝากถึงแฟนนางงาม "อยากจะบอกแฟนๆ บรรยากาศมันจะดีขึ้น คือการวิเคราะห์วิจารณ์นางงามทำได้ ติชมได้ แต่อย่าไปด่าซ้ำ สาปเขา เพราะเขาก็เป็นคนมีพ่อมีแม่ บางทีปุ้ยอ่านแล้วยังรู้สึกแรงเจอคำด่าหยาบคาย เขาเป็นมนุษย์ผู้หญิง ลองคิดดูว่าถ้าเป็นพี่น้องของคุณโดนแบบนี้คุณจะรู้สึกยังไง เพราะฉะนั้นอยากให้ดูกันด้วยความสนุก ดูกันด้วยความชื่นมื่น ติชมกันพอสังเขป อย่าถึงขนาดที่เตรียมเงินสดไว้ขึ้นศาล"