โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“อิสราเอล” ลั่น! เอาคืน “อิหร่าน” หลังถูกโจมตีโรงพยาบาล บาดเจ็บ 40 ราย

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 19 มิ.ย. 2568 เวลา 14.54 น. • เผยแพร่ 19 มิ.ย. 2568 เวลา 14.54 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล แถลงตอบโต้การโจมตีด้วยขีปนาวุธของอิหร่านที่มุ่งเป้าไปยังโรงพยาบาลโซโรกาในเมืองเบเออร์เชบา ทางตอนใต้ของอิสราเอลในวันนี้ โดยระบุว่า อิหร่านต้องชดใช้ต่อการกระทำดังกล่าวอย่างสาสม พร้อมย้ำว่า อิสราเอลจะไม่ตัดทางเลือกในการดำเนินการเพิ่มเติม รวมถึงการโจมตีเป้าหมายระดับสูงของอิหร่านด้วย

"จะไม่มีใครที่รอดพ้นจากการถูกโจมตี โดยเรายังคงพิจารณาทุกทางเลือก" นายเนทันยาฮู กล่าว

ขณะเดียวกัน นายอิสราเอล แคตซ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอิสราเอล ได้ออกแถลงการณ์ที่มีน้ำเสียงแข็งกร้าวต่ออยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน โดยกล่าวว่า คาเมเนอีไม่สมควรได้รับอนุญาตให้มีชีวิตอยู่ต่อไป หลังพบว่าการโจมตีโรงพยาบาลของอิสราเอลมีคำสั่งมาจากเขาโดยตรง

"คาเมเนอีประกาศอย่างเปิดเผยว่าเขาต้องการทำลายอิสราเอล และเขาเป็นผู้สั่งโจมตีโรงพยาบาล ซึ่งถือเป็นเป้าหมายพลเรือน ดังนั้นคนเช่นนี้ไม่ควรได้รับอนุญาตให้ดำรงชีวิตอีกต่อไป" นายแคตซ์กล่าว

ด้านนายโชโลมี โคดิช ผู้อำนวยการโรงพยาบาลโซโรกา เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าวมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 40 ราย โดยโรงพยาบาลได้รับความเสียหายในหลายแผนก ทั้งตัวอาคาร โครงสร้าง หน้าต่าง และเพดาน

"หลายแผนกถูกทำลาย และมีความเสียหายอย่างหนักทั่วโรงพยาบาล" นายโคดิช กล่าวกับผู้สื่อข่าว

โดยเหตุการณ์นี้นับเป็นความรุนแรงครั้งล่าสุดที่ทวีความตึงเครียดระหว่างอิสราเอลและอิหร่านในระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และอาจนำไปสู่การเผชิญหน้าทางการทหารครั้งใหม่ในตะวันออกกลาง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...