โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อสังหาริมทรัพย์

เศรษฐกิจ-การเมืองไม่นิ่ง หวั่นฉุดความเชื่อมั่นรับสร้างบ้านหรูชะลอ

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 19 มิ.ย. 2568 เวลา 20.23 น. • เผยแพร่ 20 มิ.ย. 2568 เวลา 03.20 น.

นายอนันต์กร อมรวาที นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน เปิดเผยว่า ภาพรวมของตลาดรับสร้างบ้านในปีนี้ยังเผชิญกับแรงกดดันจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและการเมืองทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มบ้านระดับราคาสูงตั้งแต่ 20 ล้านบาทขึ้นไป ซึ่งมีความอ่อนไหวต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคอย่างชัดเจน

อนันต์กร อมรวาที

“กลุ่มบ้านหรูเป็นกลุ่มที่สร้างจากความต้องการที่ไม่เร่งรีบ ส่วนใหญ่เป็นบ้านหลังที่สองหรือสาม หากเศรษฐกิจหรือการเมืองไม่นิ่ง ผู้บริโภคก็จะชะลอการตัดสินใจ ถึงแม้จะมีเงินแต่ไม่อยากใช้เงินในช่วงนี้” นายอนันต์กรกล่าว

ขณะที่กลุ่มผู้บริโภคในระดับราคากลางถึงล่าง โดยเฉพาะบ้านไม่เกิน 3 ล้านบาท ยังคงมีดีมานด์ต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นการสร้างบ้านเพื่ออยู่อาศัยจริง (เรียลดีมานด์) ซึ่งผู้บริโภคในกลุ่มนี้บางส่วนยังสามารถเข้าถึงสินเชื่อ และเห็นว่าการสร้างบ้านยังเป็นสิ่งจำเป็นในฐานะปัจจัยสี่

ในด้านเศรษฐกิจ ปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตามองคือทิศทางของอัตราค่าแรง โดยเฉพาะกรณีมีการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็น 400 บาท ซึ่งอาจส่งผลต่อต้นทุนก่อสร้างในบางกลุ่ม โดยเฉพาะค่าแรงของกรรมกรทั่วไปที่ยังอยู่ในระดับต่ำกว่า 400 บาท ขณะที่แรงงานฝีมือในธุรกิจรับสร้างบ้านเดิมส่วนใหญ่อยู่ในระดับที่สูงกว่าค่าแรงขั้นต่ำอยู่แล้ว

“การปรับขึ้นค่าแรงจะกระทบบ้างในบางบริษัท โดยเฉพาะหากต้นทุนค่าแรงเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 10-15% อาจทำให้ต้นทุนรวมปรับขึ้นประมาณ 5% แต่บริษัทจำนวนหนึ่งสามารถบริหารจัดการได้ เช่น ลดส่วนลดหรือปรับกลยุทธ์ราคา ซึ่งภาพรวมยังถือว่าอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้” นายอนันต์กรกล่าวเสริม

นอกจากนี้ นายอนันต์กรยังระบุว่า ความเปลี่ยนแปลงในระดับการเมืองระหว่างประเทศ เช่น สถานการณ์ในสหรัฐอเมริกา สงคราม หรือตลาดทุนที่ผันผวน ล้วนเป็นปัจจัยลบที่ฉุดความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในกลุ่มบน ซึ่งส่งผลต่อการตัดสินใจสร้างบ้านใหม่ โดยเฉพาะในกลุ่มนักธุรกิจ ผู้ส่งออก และกลุ่มที่มีรายได้ผันผวนตามผลกระทบที่ได้รับ

ในด้านของการเมืองในประเทศ ทั้งความขัดแย้งต่างๆ ความไม่ชัดเจนทางนโยบายหรือการเปลี่ยนแปลงผู้นำอาจทำให้ผู้บริโภคชะลอ การตัดสินใจสร้างบ้าน แม้จะมีเงินพร้อมก็ตาม

“สิ่งที่ภาคธุรกิจอยากเห็นคือเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการเมือง เพราะเมื่อเครื่องยนต์ใหญ่ในระบบเดินได้ดี ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคก็จะกลับมา และบ้านก็เป็นปัจจัยสี่ที่มีความสำคัญ หากความเชื่อมั่นกลับมา ธุรกิจรับสร้างบ้านก็จะเดินหน้าได้ดีขึ้น” นายอนันต์กรกล่าว

ทั้งนี้ สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้านได้เตรียมการรับมือด้วยการปรับตัวให้พร้อมทุกสถานการณ์ โดยเดินหน้าการสร้างการรับรู้กับผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง ทั้งในรูปแบบกิจกรรมทางการตลาด การสื่อสารผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ทันสมัยมากขึ้น

รวมถึงการอบรมและคัดกรองสมาชิกให้มีมาตรฐานคุณภาพเดียวกันทั่วประเทศ โดยมุ่งเน้นให้ผู้บริโภคมั่นใจว่า “ธุรกิจรับสร้างบ้าน” คือบริการแบบครบวงจร แตกต่างจากการใช้ผู้รับเหมาทั่วไป ซึ่งแนวทางเหล่านี้ช่วยพยุงความเชื่อมั่น และดึงดีมานด์ที่ยังมีอยู่ให้กลับมาตัดสินใจได้เร็วขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...