โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ทรัมป์ vs มัสก์ ทะเลาะอะไรกัน? ราคาที่ต้องจ่าย เมื่อสัมพันธ์ที่รักกันบนผลประโยชน์เริ่มร้าว

Thairath Money

อัพเดต 06 มิ.ย. 2568 เวลา 04.53 น. • เผยแพร่ 06 มิ.ย. 2568 เวลา 04.53 น.
ภาพไฮไลต์

หลังจากก้าวลงจากตำแหน่งใน DOGE ไปได้แค่หนึ่งวัน มหาเศรษฐี “อีลอน มัสก์” ก็ออกโรงจวกรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์อย่างออกรสออกชาติ เริ่มต้นจากการออกมาโพสต์ผ่านแพลตฟอร์ม X วิจารณ์ถึงร่างกฎหมายใช้จ่ายงบประมาณของรัฐบาลเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า

“ร่างกฎหมายการใช้จ่ายที่ผ่านสภาคองเกรสฉบับนี้มันดูไม่สมเหตุสมผล และเป็นอะไรที่น่ารังเกียจที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา” ก่อนจะตบท้ายด้วยประโยคแรง ๆ ว่า “และเป็นเรื่องที่น่าละอายมากสำหรับทุกคนที่โหวตรับรองร่างนี้ เพราะพวกคุณรู้อยู่แก่ใจว่ากำลังทำผิด”

โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ต้องการให้ร่างกฎหมายลดภาษีและตัดงบประมาณขนาดใหญ่ ซึ่งเขาเรียกว่า “big, beautiful bill” เกิดขึ้นโดยเร็วที่สุด ตั้งเป้าไว้ว่าจะต้องได้ลงนามภายในวันที่ 4 กรกฎาคม ซึ่งเป็นวันชาติของสหรัฐฯ พร้อมเร่งเร้าให้วุฒิสภาเร่งมือเดินหน้าให้เร็วกว่านี้

ทรัมป์มองว่ากฎหมายฉบับนี้จะเป็นหนึ่งในชัยชนะเชิงนโยบายที่สำคัญ และต้องการให้มีผลก่อนถึงวันสำคัญของประเทศ เพื่อที่จะได้แสดงออกถึงความสำเร็จของรัฐบาลในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและลดภาระภาษีของประชาชนชาวอเมริกัน

แต่ในด้านของอีลอน มัสก์กลับไม่พอใจ และมองว่าการที่ร่างกฎหมายฉบับนี้ เป็นเหมือน “Pork-Barrel Spending” หรือการเขียนรายการใช้งบประมาณที่ไม่จำเป็น หรือถูกใช้เพื่อเอื้อผลประโยชน์ทางการเมืองออกมาเอง จนทำให้กลายเป็นประเด็นร้อนในสภาคองเกรสและโลกออนไลน์ เนื่องจากอาจจะเป็นการเพิ่มภาระหนี้ภาครัฐที่ตอนนี้ก็แตะระดับหลายหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐอยู่แล้ว

ร่างกฎหมายใหม่กระทบ Tesla เต็ม ๆ

ในวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้ออกโรงโต้กลับออกมาแสดงความเห็นว่า “ผิดหวังอย่างมาก” กับการที่อีลอน มัสก์ วิจารณ์ร่างกฎหมายฉบับใหม่อย่างเผ็ดร้อน ด้านอีลอน มัสก์ก็สวนกลับทันทีหลายโพสต์ โดยโพสต์หนึ่งเขายืนยันว่า “ถ้าไม่มีผม ทรัมป์ไม่มีวันชนะเลือกตั้ง”

ความร้อนแรงในการปะทะคารมของทั้งสองดูจะรุนแรงขึ้น โดยที่ล่าสุดทำเอาหุ้น Tesla ร่วงหนักที่สุดในรอบ 3 เดือนถึง 14% และยังร่วงต่ออีก 2.2% ในช่วงการซื้อขายหลังตลาดปิด ส่งผลให้บริษัทสูญเสียมูลค่าตลาดไปกว่า 152,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 4.9 ล้านล้านบาท

พร้อมกับขู่ที่จะยกเลิกสัญญาและเงินสนับสนุนจากรัฐบาลกลางที่ให้กับบริษัทของมัสก์ ทั้ง Tesla และ SpaceX พร้อมกล่าวอ้างว่า เขาเป็นฝ่ายขอให้อีลอน มัสก์ลาออกจากตำแหน่งที่ปรึกษารัฐบาลเอง ด้านมัสก์ก็ออกมาตอกกลับว่าเป็น “เป็นเรื่องโกหกทั้งเพ” และขู่ต่ออีกว่าเขาจะปลดประจำการยาน SpaceX ที่ให้บริการกับรัฐบาลสหรัฐ

ทั้งนี้ ร่างกฎหมายใหม่ของทรัมป์อาจทำ Tesla สูญกำไรหลายพันล้านอีกด้วย เพราะมีแผนจะยกเลิกเครดิตภาษีมูลค่า 7,500 ดอลลาร์สหรัฐที่มอบให้กับผู้ซื้อรถ Tesla และรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นอื่น ๆ ภายในสิ้นปีนี้ ซึ่งเร็วกว่ากำหนดเดิมถึง 7 ปี ด้านนักวิเคราะห์จาก JPMorgan ได้ออกมาวิเคราะห์และคาดว่าเรื่องนี้จะทำให้กำไรทั้งปีของ Tesla หายไปถึง 1,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

นอกจากนี้ ยังมีมาตรการอื่น ๆ อีกเพียบที่คาดว่าจะกระทบ Tesla อย่างเช่น ร่างกฎหมายจากวุฒิสภาที่พุ่งเป้าโจมตีนโยบายรถ EV ของแคลิฟอร์เนีย ซึ่งอาจทำให้ Tesla สูญรายได้จากการขายเครดิตคาร์บอนอีกกว่า 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รวมถึงข้อจำกัดการใช้ชิ้นส่วนจากจีนที่อาจจะกระทบการดำเนินงานของ Tesla

ที่ผ่านมา อีลอน มัสก์ได้ประโยชน์มหาศาลจากกฎหมาย “Inflation Reduction Act” นโยบายในยุคโจ ไบเดน ที่ส่งเสริมการผลิตพลังงานสะอาดและรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศสหรัฐ และเนื่องจาก Tesla มีฐานการผลิตในแคลิฟอร์เนีย รวมถึงโรงงานแบตเตอรี่และโรงกลั่นลิเทียมในประเทศ จึงได้สิทธิประโยชน์เต็ม ๆ จนช่วยผลักดันยอดขายรถ EV ในอเมริกาโต 7.3% แตะระดับ 1,300 ล้านคันในปี 2023

และอีกความเสียของวันนั้นคือ มูลค่าทรัพย์สินส่วนตัวของอีลอน มัสก์หายไปมากถึง 34,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 1.1 ล้านล้านบาท นับเป็นการสูญเสียความมั่งคั่งในวันเดียวมากที่สุดเป็นอันดับ 2 เท่าที่เคยมีมาในประวัติศาสตร์ของดัชนีมหาเศรษฐี Bloomberg Billionaires Index

เหรียญ Doge ก็กระทบ

นับว่าเป็นสัปดาห์สุดแย่ของเหรียญมีม Dogecoin ด้วยเช่นกัน ที่ได้รับผลกระทบจากการวิวาทกันของสอง (บุคคล) มหาอำนาจ โดยมูลค่าของเหรียญ Doge ร่วงลงอีกประมาณ 10% ในวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา และร่วงสะสมถึง 22% ภายในสัปดาห์เดียว สะท้อนแรงเทขายอย่างต่อเนื่องของนักลงทุน

เหรียญมีมนี้ โด่งดังมาจากการสนับสนุนของอีลอน มัสก์ ที่ขนานนามให้ว่าเป็น “คริปโตของประชาชน” และตลอดหลายปีที่ผ่านมา การสนับสนุน Dogecoin อย่างเปิดเผยของอีลอน มัสก์ก็ถือเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ราคาของเหรียญนี้พุ่งแรงอยู่บ่อยครั้ง

โดยในปี 2022 ราคาของ Dogecoin เคยพุ่งขึ้นมากกว่า 15% ภายในวันเดียว หลังจากที่ Tesla ประกาศรับเหรียญ Dogecoin เป็นสื่อกลางชำระค่าสินค้าบางประเภท และในปีถัดมาราคาก็พุ่งขึ้นอีกกว่า 30% ภายในวันเดียว หลังจากที่อีลอน มัสก์เปลี่ยนโลโก้หน้า Twitter (ปัจจุบันคือ X) จากนกสีฟ้าไปเป็นรูปชิบะอินุ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของ Dogecoin

ส่งสัญญาณ อาจหยุดทะเลาะ?

อย่างไรก็ตาม หลังจากช่วงปะทะเดือดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ก็เริ่มเห็นสัญญาณว่ามหาเศรษฐีอีลอน มัสก์อาจจะยอมคืนดีกลับโดนัลด์ ทรัมป์ก็เป็นได้

โดย บิลล์ แอคแมน มหาเศรษฐีที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับทั้งทรัมป์และมัสก์ ได้ออกมาโพสต์เรียกร้องให้ทั้งสอง “หันหน้ากลับมาสงบศึกเพื่อผลประโยชน์ของประเทศ” ซึ่งมัสก์ ก็ได้ตอบกลับไปว่า “คุณพูดไม่ผิด” ถือเป็นสัญญาณแรกของความพยายามยุติปมขัดแย้งที่ลุกลามอย่างรวดเร็ว

นอกจากนี้ ความขัดแย้งดังกล่าวทำให้สมาชิกพรรครีพับลิกันตกอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออก เพราะต้องเลือกระหว่างอีลอน มัสก์ที่เป็นผู้สนับสนุนเงินทุนหลักรายใหม่ของพรรค และโดนัลด์ ทรัมป์ที่ยังเป็นผู้ทรงอิทธิพลสูงสุดในทางการเมืองของพรรค โดยไมค์ จอห์นสัน ประธานสภาผู้แทนราษฎรของสหรัฐ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า “ความเห็นต่างทางนโยบายไม่ควรกลายเป็นเรื่องส่วนตัว”

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า การยกเลิกสัญญาระหว่างรัฐบาลกับบริษัทของมัสก์อาจทำได้ยากทั้งในแง่กฎหมายและการปฏิบัติจริง เพราะธุรกิจของเขา โดยเฉพาะ SpaceX มีบทบาทสำคัญในโครงการด้านอวกาศและความมั่นคงของสหรัฐอย่างลึกซึ้ง

ที่มา: Bloomberg [1][2][3], CNBC [1][2][3], AP

ติดตามเพจ Facebook: Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ - https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ทรัมป์ vs มัสก์ ทะเลาะอะไรกัน? ราคาที่ต้องจ่าย เมื่อสัมพันธ์ที่รักกันบนผลประโยชน์เริ่มร้าว

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : Thairath Money
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...