โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

เปิดด่านด้วยหัวใจ มนุษยธรรมไทย-กัมพูชาเชื่อมโยงชีวิตเหนือพรมแดน

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 06 ก.ค. 2568 เวลา 09.37 น.
หลายกรณีผู้ป่วยชาวกัมพูชาได้รับการอำนวยความสะดวกผ่านด่านบ้านแหลม จันทบุรี เพื่อเข้ารักษาและเดินทางกลับอย่างอบอุ่น ภายใต้ภารกิจมนุษยธรรมร่วมไทย-กัมพูชา

บนเส้นทางชายแดนไทย-กัมพูชาด้านจังหวัดจันทบุรี มีบางภารกิจที่ไม่เพียงแต่สะท้อนความร่วมมือด้านความมั่นคง แต่ยังแสดงออกถึงน้ำใจของเพื่อนบ้านที่ยืนหยัดอยู่ข้างกันในยามเจ็บป่วย การเปิดด่านฉุกเฉินในช่วงปลายเดือนมิถุนายนถึงต้นเดือนกรกฎาคม 2568 กลายเป็นบทพิสูจน์ของความร่วมมือระหว่างกองทัพไทย หน่วยงานชายแดน และโรงพยาบาลท้องถิ่นในการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์จากอีกฟากชายแดน

ตลอดช่วงเวลาดังกล่าว หน่วยประสานงานชายแดนประจำพื้นที่จังหวัดจันทบุรี ภายใต้การกำกับของกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด ได้รับการร้องขอความช่วยเหลือจากฝ่ายกัมพูชาและหน่วยแพทย์ท้องถิ่น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ป่วยชาวกัมพูชาที่มีอาการหนัก เดินทางข้ามแดนเพื่อเข้ารับการรักษาในฝั่งไทย หรือเดินทางกลับบ้านหลังเสร็จสิ้นการรักษา

ผู้ป่วยรายสำคัญ อดีตรองเสนาธิการกัมพูชา

หนึ่งในภารกิจที่มีความสำคัญเชิงสัญลักษณ์และมนุษยธรรมเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2568 เวลา 11.30 น. พลจัตวา ลาว บุญเมิง วัย 62 ปี อดีตรองเสนาธิการภูมิภาคทหารที่ 5 กองทัพบกกัมพูชา ซึ่งป่วยด้วยโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก ได้รับการอำนวยความสะดวกให้เดินทางกลับไปพักฟื้นที่บ้านพักในจังหวัดพระตะบอง หลังจากเข้ารับการรักษาด้วยเคมีบำบัดที่โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล กรุงเทพมหานคร

เพื่อให้การเดินทางกลับเป็นไปอย่างราบรื่น หน่วยงานความมั่นคงของไทยได้เปิดด่านพิเศษ ณ จุดผ่านแดนถาวรบ้านแหลม ตำบลเทพนิมิต อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี โดยมีการประสานงานอย่างใกล้ชิดระหว่างหน่วยควบคุมทหารพรานนาวิกโยธินที่ 2 (กองร้อยทหารพรานนาวิกโยธินที่ 524) สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดตราด และหน่วยประสานงานชายแดนทั้งฝั่งไทยและกัมพูชา

ภารกิจเร่งด่วนช่วยญาติรัฐมนตรี

ไม่กี่วันก่อนหน้า เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม เวลา 14.30 น. เกิดเหตุฉุกเฉินจากฝั่งกัมพูชา เมื่อชายวัย 89 ปี ซึ่งเป็นญาติของพลโท อุก คะนวจ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมกัมพูชา เกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน หน่วยชายแดนจันทบุรีจึงเปิดด่านบ้านแหลมอย่างเร่งด่วนเพื่อให้รถพยาบาลฝั่งกัมพูชานำผู้ป่วยเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลกรุงเทพจันทบุรีโดยทันที ท่ามกลางความร่วมมือระหว่างทั้งสองประเทศที่มีความเข้าใจและเคารพต่อความจำเป็นด้านสุขภาพของประชาชน

รายผู้ป่วยอื่น ๆ ที่ได้รับการดูแล

นอกจากนี้ ยังมีอีกหลายกรณีที่แสดงให้เห็นถึงน้ำใจและความรวดเร็วในการช่วยเหลือ โดยเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน เจ้าหน้าที่ฝั่งไทยได้รับการร้องขอให้ช่วยส่งผู้ป่วยโรคมะเร็งที่เข้ารับเคมีบำบัดจากโรงพยาบาลกรุงเทพจันทบุรี เดินทางกลับไปพักฟื้นที่จังหวัดพระตะบอง โดยมีรถพยาบาลมารับจากด่านบ้านแหลม

ก่อนหน้านั้น วันที่ 29 มิถุนายน เจ้าหน้าที่ได้ช่วยเหลือหญิงชาวกัมพูชาอายุ 61 ปี ซึ่งป่วยด้วยมะเร็งเต้านม ให้ผ่านแดนเข้ามารักษาตัวที่ฝั่งไทย พร้อมกับผู้ติดตาม 2 คน โดยการประสานงานระหว่างฝ่ายไทยและกัมพูชาดำเนินไปอย่างราบรื่น

ล่าสุดในเช้าวันที่ 5 กรกฎาคม หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี ได้รับการร้องขอจากชายชาวกัมพูชาวัย 67 ปี ซึ่งป่วยเป็นมะเร็งสมองให้เดินทางกลับประเทศหลังเสร็จสิ้นการรักษาที่โรงพยาบาลกรุงเทพจันทบุรี โดยมีเจ้าหน้าที่ชายแดนไทยให้การดูแลและตรวจสอบเอกสารตลอดกระบวนการ

มนุษยธรรมที่ไม่เลือกเชื้อชาติ

ทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงสัปดาห์นี้เป็นหลักฐานที่ชัดเจนถึงความเป็นมนุษย์ที่อยู่เหนือเส้นแบ่งพรมแดน แม้ชายแดนจะเป็นพื้นที่ที่มีข้อจำกัดด้านความมั่นคงและกฎระเบียบ แต่ในยามที่มีเพื่อนบ้านต้องการความช่วยเหลือ ชายแดนก็สามารถเปิดออกเพื่อมอบชีวิตใหม่ให้แก่ผู้ป่วยอย่างไม่ลังเล

หน่วยงานชายแดน ฝ่ายความมั่นคง และบุคลากรทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้อง ต่างทำหน้าที่ของตนด้วยความเข้าใจในภารกิจร่วมกัน เพื่อให้การเดินทางของผู้ป่วยไม่กลายเป็นอุปสรรค และเพื่อให้ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ได้รับการคงไว้ แม้ในยามป่วยหนักหรือเจ็บปวด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...