โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ไทยเร่งเจรจาปิดดีล ขณะสหรัฐเผยอัตราภาษีใหม่บังคับใช้ 1 สิงหาคม

PostToday

อัพเดต 06 ก.ค. 2568 เวลา 17.23 น. • เผยแพร่ 06 ก.ค. 2568 เวลา 22.12 น.

นายฮาวเวิร์ด ลัตนิก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐอเมริกา แถลงเมื่อวันอาทิตย์ว่า อัตราภาษีนำเข้าชุดใหม่ซึ่งประกาศโดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 สิงหาคม 2025 หลังจากที่รัฐบาลได้ขยายเวลาผ่อนผันจากเส้นตายเดิมในวันที่ 9 กรกฎาคม เพื่อเปิดโอกาสในการเจรจาทางการค้ากับประเทศคู่ค้า

ประธานาธิบดีทรัมป์เคยประกาศในเดือนเมษายนถึงการกำหนดอัตราภาษีนำเข้าในอัตราเบื้องต้นที่ 10% สำหรับประเทศส่วนใหญ่ และอัตราเสริมที่อาจสูงถึง 50% ก่อนที่จะเลื่อนการบังคับใช้ออกไปสำหรับส่วนใหญ่ ยกเว้น 10% แรก โดยขยายเวลาออกไป 90 วัน ซึ่งจะสิ้นสุดในวันที่ 9 กรกฎาคม การประกาศล่าสุดของลัตนิกจึงนับเป็นการผ่อนผันเพิ่มเติมอีกประมาณ 3 สัปดาห์

ในวันเดียวกัน นายสกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของสหรัฐฯ กล่าวในรายการ State of the Union ของสถานีโทรทัศน์ CNN ว่า สหรัฐฯ กำลังอยู่ระหว่างการเจรจาข้อตกลงทางการค้ากับประเทศสำคัญหลายประเทศ และคาดว่าจะมีการประกาศข้อตกลงอย่างเป็นทางการภายในไม่กี่วันข้างหน้า

เบสเซนต์ระบุเพิ่มเติมว่า ประธานาธิบดีทรัมป์จะส่งหนังสือแจ้งไปยังประเทศคู่ค้าจำนวนกว่า 100 ประเทศ ซึ่งสหรัฐฯ มีปริมาณการค้าไม่มาก เพื่อแจ้งเตือนว่าหากไม่มีความคืบหน้าในการเจรจา อัตราภาษีจะถูกปรับกลับไปใช้ระดับเดิมเมื่อวันที่ 2 เมษายน ซึ่งเป็นช่วงที่มีการประกาศอัตราใหม่ครั้งแรก

“หากประเทศใดยังไม่สามารถเร่งรัดการเจรจาให้มีความคืบหน้าได้ ก็จะถูกเก็บภาษีในอัตราเดิมที่ประกาศไว้เมื่อวันที่ 2 เมษายน เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม” เบสเซนต์กล่าว

แรงกดดันเพื่อเร่งการเจรจาและผลักดันการลงทุน

นับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่ง ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ใช้นโยบายกีดกันทางการค้าเพื่อผลักดันให้ประเทศคู่ค้าทำข้อตกลงที่เอื้อต่อเศรษฐกิจของสหรัฐฯ มากขึ้น แม้จะส่งผลให้เกิดความผันผวนในตลาดการเงินทั่วโลก และสร้างแรงกดดันให้รัฐบาลต่างชาติเร่งทำข้อตกลงเพื่อหลีกเลี่ยงภาระภาษี

แม้หลายฝ่ายมองว่าเส้นตายวันที่ 1 สิงหาคมอาจไม่ใช่เส้นตายสุดท้าย เบสเซนต์ชี้ว่า “นี่ไม่ใช่ขีดจำกัดของเวลา แต่เป็นการกำหนดวันเริ่มต้นการใช้มาตรการ หากประเทศใดต้องการเร่งกระบวนการ สามารถทำได้ แต่หากยอมรับอัตราเดิม ก็เป็นทางเลือกของประเทศนั้น”

นายเควิน แฮสเซตต์ ผู้อำนวยการสภาเศรษฐกิจแห่งชาติสหรัฐฯ กล่าวในรายการ Face the Nation ทาง CBS ว่า บางประเทศที่กำลังเจรจาอย่างจริงจังอาจได้รับการผ่อนปรนเพิ่มเติม โดยประธานาธิบดีทรัมป์จะเป็นผู้ตัดสินใจ

สัญญาณบวกจากยุโรป อินเดีย และไทย

นายสตีเฟน มิแรน ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาเศรษฐกิจประจำทำเนียบขาว ให้สัมภาษณ์ในรายการ This Week ของ ABC News ว่า ประเทศที่พร้อมยอมรับเงื่อนไขการเปิดตลาดหรือเพิ่มการนำเข้าสินค้าสหรัฐฯ จะมีโอกาสได้รับการปรับลดภาษีที่เหมาะสม

“ผมได้รับข่าวดีจากการเจรจากับยุโรปและอินเดีย จึงคาดว่าจะมีหลายประเทศที่กำลังยื่นข้อเสนอสัมปทาน ซึ่งอาจส่งผลให้วันเริ่มเก็บภาษีของพวกเขาถูกเลื่อนออกไป” มิแรนกล่าว

ขณะเดียวกัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของไทย นายพิชัย ชุณหวชิร เปิดเผยกับ Bloomberg ว่า ไทยกำลังพยายามอย่างเต็มที่เพื่อหลีกเลี่ยงภาษีนำเข้าที่อาจสูงถึง 36% โดยเสนอเปิดตลาดสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมให้กว้างขึ้น รวมถึงแสดงความพร้อมที่จะซื้อพลังงานและเครื่องบินจากสหรัฐฯ เพิ่มเติม

สื่ออินเดียรายงานว่า สหรัฐฯ และอินเดียอาจบรรลุข้อตกลงการค้าระยะสั้น (mini deal) ภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมงข้างหน้า โดยเฉลี่ยภาษีนำเข้าสินค้าจากอินเดียจะอยู่ที่ระดับ 10%

แฮสเซตต์ยังเปิดเผยว่า ข้อตกลงเบื้องต้นที่สหรัฐฯ ทำไว้กับสหราชอาณาจักรและเวียดนาม อาจเป็นแม่แบบสำหรับประเทศอื่น ๆ ที่ประสงค์จะทำข้อตกลงในลักษณะเดียวกัน

มิแรนกล่าวถึงข้อตกลงกับเวียดนามว่า “ยอดเยี่ยมและเข้าข้างสหรัฐฯ อย่างยิ่ง เราเก็บภาษีสินค้าเวียดนามได้มาก ในขณะที่เวียดนามเปิดตลาดให้เราโดยไม่เก็บภาษีตอบแทนเลย”

แม้ยังไม่มีการยืนยันอัตราภาษี 70% ที่ทรัมป์กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ เบสเซนต์ได้ย้ำว่าอัตราสูงสุดที่มีอยู่ในประกาศเมื่อวันที่ 2 เมษายน คือ 50% และไม่มีการยืนยันเพิ่มเติมในระดับที่สูงกว่านั้นในขณะนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...