โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ป้าวัย 60 ตัวเหลืองทั้งที่ไม่ดื่ม แต่สิ่งที่กินตลอด 2 เดือน ทำหมอปวดหัว

สยามนิวส์

เผยแพร่ 06 ก.ค. 2568 เวลา 01.22 น. • สยามนิวส์
ป้าวัย 60 ตัวเหลืองทั้งที่ไม่ดื่ม แต่สิ่งที่กินตลอด 2 เดือน ทำหมอปวดหัว

โรงพยาบาลโรคเขตร้อนส่วนกลาง (Bệnh Nhiệt đới Trung ương) ของประเทศเวียดนาม รายงานเหตุผู้ป่วยหญิงวัย 60 ปี จากจังหวัดบั๊กนินห์ เข้ารับการรักษาในภาวะวิกฤต ตับอักเสบรุนแรงจากตับแข็งระยะสุดท้าย หลังดื่มน้ำต้มสมุนไพรต่อเนื่องเป็นเวลานาน 2 เดือน เพื่อหวังรักษาไวรัสตับอักเสบบีด้วยตนเอง

ก่อนหน้านี้ เธอเริ่มมีอาการตัวเหลืองผิดปกติ และได้รับการวินิจฉัยว่าป่วยเป็นไวรัสตับอักเสบบีชนิดรุนแรง แพทย์ได้แนะนำให้เข้าสู่กระบวนการรักษาทางการแพทย์ แต่เธอกลับหันไปพึ่งการแพทย์ทางเลือก โดยดื่มน้ำสมุนไพรตามคำแนะนำของคนรู้จักที่เชื่อว่าจะช่วยบำรุงตับได้

อย่างไรก็ตาม หลังดื่มต่อเนื่อง อาการกลับทรุดหนัก มีภาวะอ่อนเพลียอย่างรุนแรง หน้าท้องบวม ตัวและตาเหลืองเข้มจนต้องรีบเข้ารับการรักษา โดยผลตรวจพบว่าตับของเธอแข็งตัวรุนแรงถึงขั้น เหมือนหิน แพทย์วินิจฉัยว่าเป็นตับแข็งระยะสุดท้าย มีภาวะท้องมาน และตับอักเสบเรื้อรังจากไวรัสบี หากไม่ปลูกถ่ายตับโดยด่วน มีความเสี่ยงเสียชีวิตสูง

นพ.เหงียน วัน ตวน (Nguyễn Văn Tuấn) รองหัวหน้าภาควิชาโรคตับของโรงพยาบาลฯ เปิดเผยว่า ผู้ป่วยมีภาวะตับแข็งระยะสุดท้าย ค่าเลือดแข็งตัว (PT) ต่ำเพียง 21% ระดับบิลิรูบินรวมสูงกว่า 600 ซึ่งถือว่าอันตรายอย่างมาก หากไม่ได้รับการปลูกถ่ายตับทันที

นอกจากกรณีดังกล่าว คุณหมอยังเปิดเผยอีกหนึ่งตัวอย่าง คือ ชายวัย 43 ปี จากเมืองไฮฟอง ที่เข้ารับการตรวจสุขภาพหลังมีอาการปวดขา และพบว่าเป็นผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี โดยไม่เคยรู้ตัวมาก่อน การตรวจพบแสดงค่าการทำงานของตับและปริมาณไวรัสสูงกว่าปกติถึง 5 เท่า พร้อมภาวะท่อน้ำดีอุดตัน และจากการตรวจ MRI ยังพบก้อนเนื้องอกขนาด 30x26 มม. ที่บริเวณตับ

กรณีเหล่านี้สะท้อนถึงอันตรายของการละเลยการตรวจคัดกรองไวรัสตับอักเสบบี เนื่องจากโรคนี้มักไม่แสดงอาการในระยะแรก และหากปล่อยไว้โดยไม่รักษา อาจนำไปสู่ภาวะตับแข็งหรือมะเร็งตับได้

นพ.เหงียน วัน ตวน จึงแนะนำว่า การตรวจคัดกรองไวรัสตับอักเสบบีปีละครั้ง เป็นวิธีง่าย ประหยัด และมีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคร้ายแรง ไวรัสตับอักเสบบีสามารถควบคุมและรักษาได้ หากตรวจพบตั้งแต่เนิ่น ๆ โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติโรคตับในครอบครัว ควรตรวจสุขภาพเป็นประจำ

ทั้งนี้ แม้ว่าสมุนไพรอย่าง ต้นอานซัว จะถูกกล่าวขานว่าสามารถบำรุงตับ แต่จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ยืนยันว่าสามารถรักษาหรือกำจัดไวรัสตับอักเสบบีได้ ผู้ติดเชื้อจึงไม่ควรเลือกวิธีทางเลือกโดยปราศจากคำแนะนำจากแพทย์ และควรติดตามอาการอย่างใกล้ชิดกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

การหลีกเลี่ยงการใช้สมุนไพรอย่างไม่มีข้อมูล และตรวจสุขภาพตับอย่างสม่ำเสมอ คือกุญแจสำคัญในการป้องกันภาวะร้ายแรงจากไวรัสตับอักเสบบี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...