โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

‘พิษทรัมป์’ เลื่อนชำระหุ้นกู้พุ่ง บริษัทพลังงานแห่ขายแซงกลุ่มการเงิน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 06 ก.ค. 2568 เวลา 01.28 น. • เผยแพร่ 06 ก.ค. 2568 เวลา 01.28 น.

ThaiBMA เผยเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวช้าลากยาว-พิษภาษีทรัมป์ ฉุดยอดหุ้นกู้ออกใหม่ บริษัทแห่เลือนชำระหุ้นกู้ 14 ราย มูลค่า 1.7 หมื่นล้านบาท เตือนบริษัทขนาดใหญ่หนี้สูงมีโอกาสผิดนัด สายป่านไม่ไหวขอยืดหนี้ เผยยอดออกหุ้นกู้ทั้งปีเหลือ 8 แสนล้านบาท ตัวเลขครึ่งปีแรกไม่สดใส ยอดลดฮวบ 19.3% กลุ่มพลังงานยังคึกออกหุ้นกู้สูงแซงกลุ่มการเงิน

พันธบัตรรัฐบาลหนุนครึ่งปีแรกโต 1.1%

ดร.สมจินต์ ศรไพศาล กรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย หรือ ThaiBMA เปิดเผยว่า สถานการณ์ที่มีความไม่แน่นอนทั้งปัจจัยภายในประเทศและต่างประเทศ ส่งผลกระทบต่อตลาดเงินตลาดทุน ประเด็นใหญ่ที่สุดคือนโยบายการขึ้นภาษีสินค้านำเข้า (Reciprocal Tariffs) ของสหรัฐที่ยังไม่มีความชัดเจน และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์เพิ่มขึ้น เศรษฐกิจไทยเติบโตค่อนข้างช้า และมีความยากลำบาก ส่งผลกระทบต่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี)

ภาพรวมตลาดตราสารหนี้ไทยในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 ตลาดตราสารหนี้ไทยมีมูลค่าคงค้างอยู่ที่ 17.3 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 93% ของจีดีพี ซึ่งมูลค่าคงค้างขยายตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 1.1% จากปี 2567 อยู่ที่ 17.11 ล้านล้านบาท โดยเพิ่มขึ้นของตราสารหนี้ที่ออกโดยรัฐบาล (พันธบัตรรัฐบาล) เป็นสำคัญ

ยอดออกหุ้นกู้ทั้งปีเหลือ 8 แสนล้าน

ยอดการออกตราสารหนี้ภาคเอกชนระยะยาว (หุ้นกู้เอกชน) ลดลง 19.3% จากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 มูลค่าการออกหุ้นกู้อยู่ที่ราว 3.98 แสนล้านบาท ซึ่งลดลงของทั้งกลุ่ม เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่อยู่ 4.94 แสนล้านบาท โดยลดลงของทั้งกลุ่มหุ้นกู้ที่อยู่ในเกณฑ์น่าลงทุน (Investment Grade) ที่ลดลง -19.7% และกลุ่มไม่มีการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (High Yield) ลดลง -13.2%

ในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 คาดว่ายังคงต้องติดตามสถานการณ์ทั้งภายในและภายนอก นโยบายภาษีของสหรัฐเป็นสำคัญ และอัตราดอกเบี้ยไทยและสหรัฐ แต่จากทิศทางในครึ่งแรกของปี 2568 สมาคมได้มีการปรับประมาณการตัวเลขการออกหุ้นกู้ใหม่ในปี 2568 เหลือ 8 แสนล้านบาท จากเดิมที่คาดไว้ 8.5-9 แสนล้านบาท

“ภาพรวมเศรษฐกิจไทยชะลอตัวลงแบบยืดเยื้อ และลากยาวตั้งแต่การระบาดของโควิด-19 ซึ่งกระทบเป็นวงกว้าง ทำให้ธุรกิจในแต่ละเซ็กเตอร์ไม่ง่ายนัก ขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการ และสามารถปรับตัวได้มากน้อยแค่ไหน และยังต้องติดตามนโยบายภาษีสหรัฐที่ยังไม่นิ่ง ทิศทางดอกเบี้ย เพราะบริษัทขนาดใหญ่ที่มีการบริหารจัดการที่ดี มีทางเลือกที่จะไปใช้สินเชื่อกับสถาบันการเงินได้”

กลุ่มพลังงานแซงกลุ่มการเงิน

นางสาวอริยา ติรณะประกิจ รองกรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย กล่าวว่า ภาพรวมเซ็กเตอร์ที่มีการออกหุ้นกู้ค่อนข้างมากในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ อยู่ในเซ็กเตอร์พลังงาน โดยมีบริษัทขนาดใหญ่ทยอยออกหุ้นกู้จำนวนมาก เช่น บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF ที่มีการออกหุ้นกู้วงเงินราว 3 หมื่นล้านบาท ส่วนหนึ่งมาจากการขยายธุรกิจและมีการควบรวมธุรกิจ หรือบริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) และบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เป็นต้น

ทั้งนี้ มองไปข้างหน้ากลุ่มพลังงานยังเป็นกลุ่มที่จะมีการออกหุ้นกู้ และอยู่ในกลุ่มเดิม ๆ ส่วนเซ็กเตอร์ที่ออกหุ้นกู้รองลงมา คือกลุ่มการเงิน และกลุ่มพร็อพเพอร์ตี้ (อสังหาริมทรัพย์) โดยคิดเป็นสัดส่วน 60% ของมูลค่าการออกหุ้นกู้ทั้งหมด ซึ่งหากดูปี 2567 จะเห็นว่ากลุ่มการเงินมีการออกหุ้นกู้เยอะที่สุด รองลงมาจะเป็นอสังหาริมทรัพย์ และพลังงาน

แห่ขอยืดหนี้แซงปี’67

นางสาวอริยากล่าวเพิ่มเติมว่า ภาพรวมหุ้นกู้ที่ขอเลื่อนกำหนดชำระเงินคืน ผู้ถือหุ้นกู้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และคาดว่าทั้งปี 2568 จำนวนที่ขอเลื่อนชำระมีโอกาสแซงหน้าปี 2567 โดยในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2568 มีหุ้นกู้ที่ขอยืดชำระหนี้ราว 14 บริษัท มูลค่า 1.75 หมื่นล้านบาท ซึ่งในจำนวน 14 บริษัท มีบริษัทที่เพิ่งเคยเลื่อนกำหนดชำระเป็นครั้งแรก 9-11 บริษัท ทั้งนี้ หากดูในปี 2567 หุ้นกู้ที่ขอเลื่อนชำระหนี้มีทั้งสิ้น 17 ราย มูลค่ากว่า 3.79 หมื่นล้านบาท

ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่าจากสถานการณ์ความไม่แน่นอน และเศรษฐกิจไทยที่ยังไม่ดีและลากยาว ส่งผลให้หลายบริษัทสายป่านเริ่มไม่ไหว หลังจากพยุงมาหลายปี ซึ่งปีนี้จึงเห็นสัญญาณความจำเป็นต้องขอยืดหนี้ออกไป โดยหากมีการสื่อสารที่ดีกับผู้ถือหุ้นกู้ เชื่อว่าจะเป็นประโยชน์มากกว่า ซึ่งอัตราการขอยืดชำระหนี้เฉลี่ยอยู่ที่ 2 ปี

“ปีนี้มีโอกาสที่หุ้นกู้จะขอยืดหนี้แซงปีก่อน เพราะเรามีเหตุการณ์ความผันผวนจากนโยบายภาษีทรัมป์ และเศรษฐกิจไทยก็ชะลอตัว ทำให้สายป่านของบริษัทหลายบริษัทเริ่มไม่ไหว แม้ว่ามูลค่าตอนนี้อาจจะน้อยกว่าปีก่อน แต่ทั้งปีอาจจะต้องรอดูอีก”

ลุ้นบริษัทใหญ่พ้นวิกฤต

นางสาวอริยากล่าวว่า สำหรับหุ้นกู้กลุ่มไม่มีการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (High Yield) แม้ว่าจะเป็นกลุ่มที่มีปัญหา แต่มองว่าไม่ใช่หุ้นกู้ High Yield ทุกตัวที่มีปัญหาทั้งหมด ซึ่งบางบริษัทเป็นบริษัทใหม่เพิ่งเริ่มทำธุรกิจ ไม่ได้มีการจัดอันดับ และเพิ่งออกหุ้นกู้ครั้งแรกในวงเงินไม่สูงมากนัก แต่เป็นบริษัทที่มั่นคงแข็งแรง ในทางกลับกันสถานการณ์เศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน บริษัทขนาดใหญ่ที่บริหารจัดการไม่ดีก็สามารถมีปัญหาได้เช่นกัน

อย่างไรก็ดี ในจังหวะนี้มองว่าเป็นโอกาสของบริษัทใหญ่เช่นกัน เนื่องจากผู้ลงทุนที่มีความมั่งคั่ง ที่เน้นลงทุนในหุ้นกู้ที่ให้ผลตอบแทนสูง จะหันกลับมาลงทุนในบริษัทขนาดใหญ่ที่ให้ผลตอบแทนต่ำลงมามากขึ้นเช่นกัน

ทั้งนี้ หากมองไปข้างหน้าโอกาสที่หุ้นกู้ผิดนัดชำระหนี้ ภายใต้สถานการณ์ตัวเลขเศรษฐกิจ หรือกรณีฟิทช์ เรทติ้งส์ เตือนบริษัทขนาดใหญ่ของไทย “หนี้สูง” เป็นหนึ่งปัจจัยความท้าทายในการทำธุรกิจ และส่งผลกับฐานะการเงินของบริษัทต่าง ๆ ได้ ดังนั้น ยังคงต้องติดตามการบริหารจัดการของบริษัทต่าง ๆ ว่าจะดำเนินการอย่างไร แต่เชื่อว่าบริษัทรายใหญ่มีการบริหารจัดการค่อนข้างยืดหยุ่น

“หุ้นกู้ที่ผิดนัดชำระหนี้ และเลื่อนชำระหนี้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เชื่อว่าตลาดได้เรียนรู้ โดยนักลงทุนก็มีการลงทุนอย่างรอบคอบและเลือกมากขึ้น ในส่วนของผู้ออกเองก็มีการวางแผน และมีการสื่อสารทำความเข้าใจผู้ถือหุ้นกู้มากขึ้น รวมถึงผู้กำกับดูแลก็มีการยกระดับในเรื่องการคุ้มครองนักลงทุนมากขึ้น เข้มงวดในเรื่องของการจดทะเบียนบริษัทมากขึ้น และเราเองในปีนี้ก็จะทำเรื่องของ Bond Governance และเรื่องของ High Yield เช่นกัน”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘พิษทรัมป์’ เลื่อนชำระหุ้นกู้พุ่ง บริษัทพลังงานแห่ขายแซงกลุ่มการเงิน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...