นอภ.ลาดหญ้ารุดแก้ปัญหา เจ้าของที่ถมดิน-สร้างกำแพงจนมิดหลังคาบ้านนับ 10 หลัง ร้องเรียน 6 ครั้งเงียบหมด
นอภ.ลาดหญ้ารุดแก้ปัญหา เจ้าของที่ถมดิน-สร้างกำแพงจนมิดหลังคาบ้านนับ 10 หลัง ตอนฝนตกยังเดือดร้อนหนัก ร้องเรียน 6 ครั้งเงียบหมด บางหลังต้องตัดใจขายทิ้ง
จากกรณีชาวบ้านนับสิบหลังคาเรือน ที่มาซื้อที่ดินปลูกบ้านอยู่ภายในซอยด้านข้างร้านอาหารครัวภักดี พื้นที่หมู่ 1 ต.ลาดหญ้า อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ซึ่งได้รับความเดือดร้อน หลังเจ้าของที่ดินข้างเคียง ซึ่งมีที่ดินติดกับด้านหลังบ้านของผู้ได้รับความเดือดร้อนนับสิบหลัง ได้ดินเข้ามาถมที่จนสูงกว่าสามเมตร แถมยังก่อกำแพงสูงบนที่ดินที่ถมใหม่จนมิดหลังคาบ้านของกลุ่มผู้ได้รับความเดือดร้อน ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ล่าสุดเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 3 พ.ย.64 นายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี สั่งการให้ นายธนณัฏฐ์ ศรีสันต์ นายอำเภอเมืองกาญจนบุรี พร้อมด้วย นายวรากร เสือส่าน นายกเทศมนตรีตำบลลาดหญ้า นายธนพล เสือส่าน กำนันตำบลลาดหญ้า ลงพื้นที่ตรวจสอบกรณีดังกล่าว พบ น.ส.มธุรส คุ้มประสิทธิ์ ชาวบ้านที่เดือดร้อนรอที่บ้านเลขที่บ้านเลขที่ 190/98 หมู่ 1 ต.ลาดหญ้า พร้อมตัวแทนชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบรวม 8 หลัง ประกอบด้วย 1.น.ส.มธุรส คุ้มประสิทธิ์ 2.ร.ต.สมชาย หนองรั้ง 3.นายจตุรงค์ ภิรมยา 4.นางนภิศรา ทองอุปการ 5.น.ส.ฉลวย สัมฤทธิสุทธิ์ 6.นายวชิระ ประกอบ 7.นางอิศรานันท์ เขียวสาคร 8.นายปราโมท รุ่งหิรัญ ก่อนเดินพาให้ดูข้อมูลผลกระทบดังกล่าว
น.ส.มธุรส เปิดเผยว่า ได้ยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมมาแล้ว 6 ครั้ง ยื่นหนังสือถวายฏีการ้องทุกข์ 2 ครั้ง และได้รับการติดต่อกลับมาให้ส่งเอกสารเพิ่มเติม โดยเริ่มจากกลุ่มชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อน ได้มาซื้อบ้านอยู่อาศัยในหมู่บ้านแห่งนี้มานานกว่าสิบปีแล้ว ซึ่งที่ดินด้านหลังบ้าน เป็นที่ดินรกร้าง เจ้าของไม่ได้ทำประโยชน์ใดๆ กระทั่ง เจ้าของที่ดินได้ขายให้กับเจ้าของรายใหม่ ซึ่งเป็นผู้มีชื่อเสียงในพื้นที่ตำบลลาดหญ้า เจ้าของรายใหม่ได้เริ่มเข้ามาปรับปรุงพื้นที่รกร้างดังกล่าว โดยตัดต้นไม้ ไถปรับพื้นที่และนำรถขนดินเข้ามาถมที่ดินจนสูงกว่าสามเมต รเทียบเท่ากับระดับหลังคาบ้านของชาวบ้านผู้ได้รับความเดือดร้อน
จากนั้นจึงได้เข้าไปยื่นเรื่องร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด เพื่อขอให้เจ้าของที่ดินยุติการถมที่ดิน ครั้งแรกตั้งแต่ช่วงปลายปี 2563 แต่หลังจากยื่นเรื่องร้องเรียนไปแล้ว แทนที่เจ้าของที่ดินจะหยุดการถมที่ แต่กลับกลายเป็นว่าเจ้าของที่ดินได้สร้างกำแพงสูงขึ้นมาบนที่ดินที่ถูกถมใหม่ ซึ่งกำแพงดังกล่าวก็สูงจนมิดหลังคาบ้านของชาวบ้าน อีกทั้งในช่วงที่มีฝนตก น้ำจากที่ดินที่มีการถมใหม่ได้ไหลทะลุกำแพงปูนที่เจ้าของที่ดินสร้างขึ้น เข้ามาท่วมในบ้านของกลุ่มผู้ได้รับความเดือดร้อน ซ้ำยังทำให้ที่ดินในบ้านของกลุ่มผู้ได้รับความเดือดร้อนยุบตัว จนเกิดความเสียหายกับตัวบ้านหลายจุด
หลังจากนั้นก็ได้เดินหน้ายื่นเรื่องร้องเรียนไปยังสภาทนายความจังหวัดกาญจนบุรี ทำหนังสือทวงถามความคืบหน้าการตรวจสอบเรื่องร้องเรียนของศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกาญจนบุรี ยื่นถึงผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ทำเรื่องร้องเรียนยื่นต่อศูนย์ดำรงธรรมกระทรวงมหาดไทย รวมถึงยื่นเรื่องถวายฎีกาต่อสำนักราชเลขาธิการ รวมแล้วกว่า 6 ครั้ง แต่ปัญหาดังกล่าวก็ไม่เคยได้รับการแก้ไข ทางเทศบาลตำบลลาดหญ้า ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ ก็ทำได้เพียงเรียกเจ้าของที่ดินมาเจรจาไกล่เกลี่ยกับชาวบ้าน ซึ่งเจ้าของที่ดินก็เพียงรับปากว่าทำการแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำที่รั่วทะลุกำแพงให้กับชาวบ้าน แต่ก็ไม่เคยทำการแก้ไขใดๆ ตามที่รับปาก ขณะที่ทางเทศบาลก็ได้มีคำสั่งให้เจ้าของที่ดิน ระงับการถมที่ดิน แต่ทางเจ้าของที่ก็นิ่งเฉยและไม่ได้มีการดำเนินการแก้ไขใดๆ
ทุกวันนี้ ชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนต่างต้องอาศัยอยู่กันอย่างหวาดระแวง เนื่องจากกลัวว่า ดินที่ถมจนสูงและกำแพงที่ก่อจนมิดหลังคาบ้านนี้ จะเกิดพังถล่มลงมาทับบ้านของชาวบ้านไม่วันใดก็วันหนึ่ง อีกทั้ง บ้านที่เคยซื้อในราคาหลักล้านที่เคยมีทัศนียภาพสวยงาม ปัจจุบันก็ถูกปกคลุมด้วยกำแพงปูนจนมองไม่เห็นอะไร แสงแดดส่องไม่ถึง ทำให้ชาวบ้านบางรายถึงกับตัดใจ ประกาศขายบ้านทิ้ง เพราะปัญหาที่ไม่ได้รับการแก้ไขมานานนับปีเช่นนี้
ส่วน นายธนณัฏฐ์ ศรีสันต์ นายอำเภอเมืองกาญจนบุรี เปิดเผยว่า จากการดูพื้นที่พบว่ามีข้อระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้องหลายเรื่อง และชาวบ้านได้ร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรมแบะมีการลงพื้นที่ดำเนินการสั่งการแก้ไขปัญหาในหลายเรื่อง แต่ปัญหาไม่จบสิ้นจนเกิดผลกระทบเป็นข่าวในครั้งนี้ เบื้องต้นจะตั้งกรรมการสอบสวนเรื่องที่เกิดขึ้น ซึ่งหากมีข้อบกพร่องใดๆก็จะแก้ไข ส่วนใครมีความบกพร่องก็ต้องถูกดำเนินการตามระเบียบกฎหมาย ต่อไป
ขณะที่ นายวรากร เสือส่าน นายกเทศมนตรีตำบลลาดหญ้า เปิดเผยว่า ทางเทศบาลตำบลลาดหญ้าพร้อมร่วมแก้ปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้าน โดยจะให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย และจะเร่งดำเนินการเพื่อลดผลกระทบจากเหตุการณ์ในครั้งนี้