ขนส่งสาธารณะ…กาญจนบุรี : เปลี่ยนเมือง ชีวิตดี ต้องทลายกำแพง “หน้าที่” ของท้องถิ่น
ระบบขนส่งสาธารณะที่ดี อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนในหลายมิติ สิ่งนี้คงไม่ใช่แค่ภาพฝันแต่กำลังเกิดขึ้นแล้วกับการเดินทางของคนเมืองกาญจนบุรีในรอบปีที่ผ่านมา
กาญจนบุรี คือจังหวัดปลายทางของนักท่องเที่ยว เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ ธรรมชาติ และจังหวะชีวิตที่ไม่เร่งรีบเหมือนเมืองใหญ่ ยิ่งได้กลับไปบ่อยครั้ง ยิ่งรู้สึกว่าจังหวัดแห่งนี้มีเสน่ห์ในแบบของตัวเอง
แต่การเดินทางไปเยือนเมืองกาญจน์ครั้งล่าสุด มีสิ่งหนึ่งที่ทำให้เราสะดุดตา และเกิดความสนใจเป็นพิเศษ ไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ ไม่ใช่คาเฟ่ หรือจุดเช็กอินที่กำลังได้รับความนิยม แต่เป็น รถ EV บัส ที่วิ่งอยู่ในตัวเมือง สิ่งนี้ทำให้ผู้คนที่นั่นจำนวนไม่น้อยต่างภูมิใจ และดีใจที่มี รถโดยสารสาธารณะ วิ่งบริการ
- อ่านเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง : กระจายอำนาจ ดันนโยบายขนส่งสาธารณะราคาถูก
“ฮัลโหลออกมาหรือยังรถเมล์จะถึงแล้ว”
นักเรียน ม.ปลาย พูดกับเพื่อนปลายสายเมื่อเห็นว่า GPS รถเมล์กำลังวิ่งใกล้เข้ามา
“คนเยอะแออัด แต่แอร์เย็นและสะดวก”
“เคยขึ้นจากตัวเมืองออกไปที่ท่าม่วง รถดีแอร์เย็น และราคาแค่ 20 บาท”
ฟังดูอาจเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับคนเมืองกรุง ที่เห็นรถโดยสารสาธารณะจนชินตา แต่ไม่ใช่กับคนต่างจังหวัด ยิ่งเมื่อได้ลองทำความเข้าใจที่มาของระบบขนส่งสาธารณะเหล่านี้ กลับยิ่งพบว่าเบื้องหลังรถ EV บัส ที่กำลังวิ่งรับส่งผู้คนอยู่ทุกวัน คือแนวคิดเรื่องคุณภาพชีวิตที่ดีของคนต่างจังหวัด ภายใต้วิธีคิดของ ท้องถิ่น แต่สิ่งเหล่านี้กลับเกิดขึ้นท่ามกลางคำถามว่าจริง ๆ แล้วนี่คือหน้าที่ของท้องถิ่นที่ทำได้หรือไม่ ?
เราจึงต้องหาคำตอบประเด็นนี้กับ นพ.ประวัติ กิจธรรมกูลนิจ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกาญจนบุรี
และนี่คือบทสนทนาของเรากับนายก อบจ.กาญจนบุรี ที่แม้จะผ่านมาสักระยะหนึ่งแล้ว แต่เมื่อย้อนกลับมาฟังก็ยังรู้สึกว่าสิ่งนี้ไม่ล้าสมัย เพราะตราบใดที่ขนส่งสาธารณะในต่างจังหวัดยังไม่มีครอบคลุม บทสนทนานี้ก็ยังคงมีชีวิตอยู่
“ผมว่าสมัยก่อน บทบาทของ อบจ. มันไม่ค่อยชัด เอาจริง ๆ ชาวบ้านอาจจะไม่ค่อยรู้เลยว่าทำอะไรบ้าง ส่วนใหญ่เขาอาจจะมองว่า อบจ. ต้องก่อสร้าง สร้างถนน สร้างสะพาน
จริง ๆ ไม่ใช่”นพ.ประวัติ กิจธรรมกูลนิจ
นพ.ประวัติ มองว่า อบจ. มีหน้าที่ดูแลคุณภาพชีวิตของคนในจังหวัดในทุกมิติ แม้หลายเรื่องจะเริ่มเกิดขึ้นแล้ว แต่สิ่งที่ยังไม่ค่อยเกิดขึ้นนักคือการที่ อบจ. เข้ามาดูแลระบบขนส่งสาธารณะในจังหวัด
ด้วยประสบการณ์การเดินทางไปต่างประเทศอยู่บ่อยครั้ง จึงเห็นชัดเจนว่า ระบบขนส่งสาธารณะที่ดีส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้คนในหลายด้าน ทั้งเรื่องค่าใช้จ่าย การลดโลกร้อน การลด PM2.5 และการประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง
“มันครบทุกมิติกับการจัดระบบบริการสาธารณะ เรื่องขนส่งสาธารณะอย่างเดียวเนี่ยมันได้หลายมิติมากมาก ก็เลยคิดว่ามันถึงเวลาแล้วที่จังหวัดเราน่าจะเริ่ม”
นพ.ประวัติ กิจธรรมกูลนิจ
แม้ในจังหวัดจะมีระบบขนส่งเดิมอยู่แล้ว ทั้งรถสองแถวและรูปแบบอื่น ๆ แต่สำหรับ นพ.ประวัติ กลับมองว่าสภาพปัจจุบันไม่ตอบโจทย์อีกต่อไป เมื่อไม่มีหน่วยงานใดลงมาทำ อบจ. จึงตัดสินใจเข้ามารับบทบาทนี้
แต่ก็ต้องสารภาพตามตรงว่าการผลักดันนโยบายดังกล่าวไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะเป็นเรื่องใหม่ที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายและระเบียบหลายส่วน ทั้งกฎกระทรวงของกระทรวงคมนาคม และระเบียบภายในของ อบจ. เอง
“เจ้าหน้าที่เองก็ยังไม่กล้าที่จะทำแบบเต็ม ๆ เพราะว่าไม่เคยมีใครทำ มันก็จะทำให้เราทำงานยาก”
นพ.ประวัติ กิจธรรมกูลนิจ
นอกจากนี้ยังมีผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในระบบขนส่งเดิมที่ต้องคำนึงถึง ทั้งผู้ประกอบการรถสายเก่าและผู้ที่จะเข้ามาในระบบใหม่ ซึ่งจำเป็นต้องหาจุดสมดุลร่วมกัน
“เราคงไม่ได้หมายความว่าเราไปแย่งงานเขา ซึ่งก็ทำไม่ได้อยู่ดี”
นพ.ประวัติ กิจธรรมกูลนิจ
อีกด้านหนึ่ง นายก อบจ. กาญจนบุรี ก็ยังเห็นว่าความได้เปรียบสำคัญ คือ การตอบรับจากประชาชน อย่างไรก็ตาม การทำระบบขนส่งสาธารณะในต่างจังหวัดยังมีข้อจำกัดเรื่องความคุ้มค่าคุ้มทุน ซึ่งอาจแตกต่างจากพื้นที่เมืองใหญ่
“บางทีภาครัฐเองอาจจะต้องการให้เงินช่วยเหลือตรงนี้ไปด้วย เพื่อจะให้ค่าบริการมันถูก แล้วก็ให้คนได้มาใช้บริการจริง ๆ ไม่เป็นภาระของค่าครองชีพของเขา”
นพ.ประวัติ กิจธรรมกูลนิจ
สำหรับจังหวัดอื่นที่สนใจดำเนินการในลักษณะเดียวกัน เขามองว่าทุกจังหวัดริ่มเปลี่ยนแปลงได้ และสามารถศึกษาแนวทางจากกาญจนบุรีได้โดยไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นจากศูนย์
“เรื่องระบบระเบียบกติกา ก็มาถามที่ อบจ. กาญจนบุรีได้ เพราะเราเดินมาแล้ว เดินมาก่อน คุณไม่ต้องไปนั่งงมเข็มอยู่”
นพ.ประวัติ กิจธรรมกูลนิจ
สิ่งสำคัญ คือ การสำรวจพื้นที่ สำรวจเส้นทาง ทำประชาคม และพูดคุยกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ทั้งผู้ประกอบการเดิม ผู้ประกอบการรายใหม่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาสมดุลที่เหมาะสม
ตอนนี้เส้นทางวิ่งของ EV Bus เป็นเส้นหลักของจังหวัดกาญจนบุรี เชื่อมผ่านอำเภอท่าม่วง ไปที่ลาดหญ้า วิ่งผ่านเส้นหลักกลางตัวจังหวัด ระยะทาง 30 กว่ากิโลเมตร อีกทั้งยังเป็นเส้นทางที่มีหน่วยงานราชการ โรงเรียน และสถานที่สำคัญต่าง ๆ ตั้งอยู่ตลอดแนวเส้นทาง จึงเหมาะจะเริ่มต้นเป็นเส้นทางแรกของโครงการ
แม้จะเริ่มต้น EV Bus ได้แล้วแต่ในมุมมองของนายก อบจ.กาญจนบุรี ก็ยังเชื่อว่า ระบบขนส่งสาธารณะในจังหวัดไม่ควรหยุดอยู่เพียงเส้นทางเดียว แต่ควรต่อยอดไปสู่การเชื่อมโยงการเดินทางทั้งจังหวัด โดยเฉพาะในมิติการท่องเที่ยว
“นักท่องเที่ยวที่มาเมืองกาญจน์ สมมุติว่าเขาเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ เขาไปต่อไม่ได้ มันลงจากตัวจังหวัดปุ๊บ ไปเที่ยวน้ำตกไทรโยค ไปเที่ยวสะพานข้ามแม่น้ำแควก็ไปไม่ได้ ต้องไปด้วยรถรับจ้างเหมาเท่านั้น ซึ่งจริง ๆ ไม่สะดวก”
นพ.ประวัติ กิจธรรมกูลนิจ
นพ.ประวัติ ยังยกตัวอย่างระบบขนส่งในต่างประเทศที่มีระบบฟีดเดอร์คอยเชื่อมต่อการเดินทางจากรถไฟหรือสถานีขนส่งไปยังจุดหมายปลายทางต่าง ๆ และมองว่ากาญจนบุรีก็ควรมีระบบในลักษณะเดียวกัน เพื่อรองรับทั้งผู้โดยสารที่เดินทางมาทางรถไฟและรถโดยสารสาธารณะ
อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญของระบบขนส่งสาธารณะไม่ได้อยู่แค่การทำให้เกิดขึ้น แต่จะทำอย่างไรที่จะทำให้ระบบอยู่ได้ในระยะยาว ซึ่ง นพ.ประวัติ มองว่า จำเป็นต้องหาจุดสมดุลระหว่างคุณภาพบริการและผลตอบแทนของผู้ประกอบการ
“มันต้องหาจุดนั้นแหละครับว่ามันจะลงตัวยังไง หรือภาครัฐอาจจะให้เงินสนับสนุน”
นพ.ประวัติ กิจธรรมกูลนิจ
งานสาธารณะ…ขาดทุนได้!
หากต้องการให้ประชาชนเข้าถึงระบบขนส่งได้จริง ค่าโดยสารจำเป็นต้องอยู่ในระดับที่สอดคล้องกับรายได้และค่าครองชีพของผู้คน เพราะบริการสาธารณะควรเป็นภาระค่าใช้จ่ายเพียงส่วนน้อยในชีวิตประจำวัน
“ภาระค่าใช้จ่ายมันต้องถูก ยิ่งบริการสาธารณะ ขนส่งสาธารณะ มันต้องถูก ถ้าเทียบกับรายได้ที่เขารับ เทียบกับค่าครองชีพ มันต้องไม่กี่เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง”
นพ.ประวัติ กิจธรรมกูลนิจ
ที่ต้องเน้นย้ำเลยคือ งานสาธารณะขาดทุนได้ เพราะ จริง ๆ แล้ว การมีบริการสาธารณะที่ถูก อาจไม่ได้หวังจะทำกำไรเชิงบริการสาธารณะ
“ที่เรามอบให้กาญจนบุรีก็แน่นอนขาดทุน แต่สิ่งที่ได้คือเราลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน เงินในกระเป๋าเขามากขึ้น เขาสามารถลดค่าใช้จ่ายในกระเป๋าเขาได้มากขึ้น มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น”
นพ.ประวัติ กิจธรรมกูลนิจ
ปัจจุบันประเทศไทยมี พ.ร.บ.กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542 ให้อำนาจองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) จัดบริการสาธารณะเพื่อประโยชน์ของประชาชนในเขตพื้นที่ตนเอง โดยมุ่งเน้นการกระจายอำนาจการตัดสินใจ การบริหารจัดการ และการจัดสรรงบประมาณสู่ระดับท้องถิ่นโดยตรง
กฎ ระเบียบ ขั้นตอนราชการ อุปสรรคที่ต้องใช้เวลา
ในมุมของการผลักดันนโยบายนั้น นพ.ประวัติ ยอมรับตามตรงว่าอุปสรรคสำคัญที่สุดคือกฎ ระเบียบ และขั้นตอนทางราชการ โดยเฉพาะระเบียบของกระทรวงมหาดไทย กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นรวมถึงกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างที่ทำให้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นจำนวนมากไม่กล้าตัดสินใจในเรื่องใหม่ ๆ
“เขาไม่รู้ว่าเขาจะเดินผิดหรือเดินถูก เพราะฉะนั้นกระบวนการนี้มันจะใช้เวลานานมาก”
นพ.ประวัติ กิจธรรมกูลนิจ
หากจังหวัดอื่นต้องการเริ่มดำเนินการในลักษณะเดียวกัน สิ่งที่ใช้เวลามากที่สุดคือการทำความเข้าใจกับกระบวนการและกฎระเบียบเหล่านี้ ขณะที่ประเด็นเรื่องงบประมาณ กลับไม่ใช่อุปสรรคหลักอย่างที่หลายคนเข้าใจ
ความสำเร็จการเดินหน้า “ขนส่งสาธารณะ” อยู่ที่…ความยั่งยืน
นพ.ประวัติ อธิบายด้วยว่า อบจ. ไม่จำเป็นต้องลงทุนเองทั้งหมด เพราะสามารถทำหน้าที่เป็นผู้กำกับดูแล กำหนดมาตรฐานคุณภาพรถ เส้นทาง และราคา เพื่อให้ระบบขนส่งเกิดขึ้นได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก
หลังจากนี้ ขั้นตอนสำคัญคือการขอใช้เส้นทางอย่างเป็นทางการ และจัดหาผู้รับจ้างเข้ามาเดินรถ อย่างไรก็ตาม สำหรับเขาแล้ว ความสำเร็จที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่การได้รับอนุญาตหรือการเริ่มเปิดวิ่ง แต่คือการที่ระบบขนส่งสาธารณะสามารถดำรงอยู่ได้อย่างยั่งยืน และเปลี่ยนแปลงเมืองได้จริง
“ถ้าจะสำเร็จจริง ๆ ก็คือความยั่งยืนของมัน ที่จะทำให้เมืองนั้นมันเปลี่ยน เปลี่ยนหน้า เปลี่ยนตา เปลี่ยนบรรยากาศของเมืองไปอย่างชัดเจน”
นพ.ประวัติ กิจธรรมกูลนิจ
แม้จะยอมรับว่าการเปลี่ยนพฤติกรรมการเดินทางของผู้คนต้องใช้เวลา และกว่าประชาชนจะคุ้นชินกับระบบขนส่งสาธารณะอาจต้องใช้เวลาหลายปี แต่เขามองว่า วันนี้คือจุดเริ่มต้นที่สำคัญ
จากกระแสตอบรับที่เห็นทั้งในสื่อสังคมออนไลน์และเสียงสะท้อนที่ได้รับ นายก อบจ.กาญจนบุรี เชื่อว่านี่เป็นนโยบายที่ควรเกิดขึ้นให้เร็วที่สุด “นโยบายนี้มาถูกทาง”
เดินหน้านโยบาย ตั้งต้นจาก “การมีส่วนร่วม”
อย่างไรก็ตาม นพ.ประวัติ ยังเชื่อด้วยว่า การผลักดันนโยบายสาธารณะไม่สามารถทำได้โดยลำพัง ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานรัฐ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการเดิม หรือประชาชน ล้วนเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่ต้องเข้ามาร่วมพูดคุยกัน
“เราไม่ได้อยู่คนเดียว สังคมนี้มันเป็นสังคมส่วนรวม เราต้องฟังทุกคน ต้องรับฟังแม้กระทั่งผู้ประกอบการเดิมที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลง เพราะไม่สามารถมองข้ามคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งได้ ขณะเดียวกัน ประชาชนและผู้บริโภคก็มีบทบาทสำคัญในการออกแบบระบบเช่นกัน ผมยินดีรับฟังหมดเลย แล้วก็สามารถปรับได้ตลอด เพราะว่าวันนี้เราเพิ่งจะเริ่ม”
นพ.ประวัติ กิจธรรมกูลนิจ
สำหรับ นายก อบจ. ยังย้ำว่า การมีส่วนร่วมของประชาชนไม่ได้เป็นเพียงการรับฟังความเห็น แต่ยังช่วยเปิดมุมมองที่ผู้กำหนดนโยบายอาจมองไม่เห็น บางครั้งมันจะมีมุมมองที่เราไม่เคยรู้บ้าง มุมมองบางอย่างที่เราลืมไป
การเข้าถึงของคนพิการ ซึ่งอาจเป็นประเด็นที่ผู้วางนโยบายมองข้าม จนกระทั่งได้รับข้อเสนอจากประชาชนและนำไปสู่การปรับปรุงรายละเอียดบางอย่างเพิ่มเติม
“เราอาจจะต้องเพิ่มงบประมาณอีกสักนิดหนึ่ง เพื่อให้คนพิการเข้าถึงได้ง่าย แทนที่เราจะลืมนึกไปเลย”
นพ.ประวัติ กิจธรรมกูลนิจ
ท้องถิ่นกับภารกิจยกระดับชีวิตผู้คน
นพ.ประวัติ ยอมรับว่า ในอดีตแม้แต่ตัวเขาเองก็เคยไม่เข้าใจว่า อบจ. มีหน้าที่ทำอะไร ส่วนหนึ่งเป็นเพราะภาพจำของ อบจ. ในอดีตมักผูกอยู่กับการสร้างถนน ทั้งที่ในความเป็นจริงหน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องถนนมีอยู่แล้วทั้งในระดับพื้นที่และหน่วยงานทางหลวงต่าง ๆ “จริง ๆ มันไม่ใช่หน้าที่เลยนะ”
สำหรับเขา บทบาทของท้องถิ่นควรอยู่ที่การยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นสาธารณสุข การศึกษา หรือระบบขนส่งสาธารณะ
“จริง ๆ มันเป็นเรื่องของคุณภาพชีวิตทั้งหมด ระบบสาธารณะทั้งหมด”
นพ.ประวัติ กิจธรรมกูลนิจ
เพราะท้องถิ่นเป็นหน่วยงานที่ใกล้ชิดประชาชนมากที่สุด เห็นบริบทของพื้นที่ รู้ข้อดีข้อเสีย และเข้าใจปัญหาในชีวิตประจำวันของคนในพื้นที่มากกว่าส่วนกลาง
“นายกรัฐมนตรีไม่มีทางรู้ว่าตรงนี้มีอะไร เดินวิ่งยังไง อบจ. นี่แหละ ท้องถิ่นนี่แหละที่จะเป็นคนรู้ ท้องถิ่นควรกล้าลงมือทำ แม้จะรู้ดีว่าปัญหาและอุปสรรคต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน”
นพ.ประวัติ กิจธรรมกูลนิจ
ถึงตรงนี้ นพ.ประวัติ ก็ยังมั่นใจว่า หากทำให้ระบบขนส่งสาธารณะที่ดีเกิดขึ้นได้จริง ผลลัพธ์จะไม่ได้จำกัดอยู่แค่เรื่องการเดินทาง แต่มันจะเปลี่ยนทุกอย่างได้เลย ทั้งคุณภาพอากาศ ความปลอดภัย ค่าใช้จ่าย การจราจร และคุณภาพชีวิตของผู้คน ล้วนเชื่อมโยงกับระบบขนส่งสาธารณะ
“อากาศดี รถไม่ติด ปลอดภัย ประหยัด คุณภาพชีวิตดีขึ้น”
นพ.ประวัติ กิจธรรมกูลนิจ
ท้ายที่สุดแม้ระบบขนส่งสาธารณะจะไม่ใช่คำตอบทั้งหมดของเมือง แต่อย่างน้อยควรเป็น ทางเลือก ที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ในราคาที่ไม่แพง
- รับชมย้อนหลัง : One day trip กาญจนบุรี แบบไม่มีรถส่วนตัว : Active journey (8 ก.พ. 2568)