โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สูตรดื่มกาแฟเพื่อช่วยชะลอวัย เผาผลาญดี และหลับสบาย

Manager Online

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

สำหรับหลายคน กาแฟไม่ได้เป็นแค่เครื่องดื่ม แต่เป็น “ลมหายใจ” ของเช้าวันใหม่ก็ว่าได้ แต่เคยสงสัยไหมว่า กาแฟที่เราดื่มกันอยู่ทุกวัน ตกลงมันกำลังช่วยบำรุงร่างกาย หรือกำลังแอบทำร้ายเราอยู่กันแน่?

คำตอบทางการแพทย์คือ “กาแฟให้ทั้งคุณและโทษ” ขึ้นอยู่กับปริมาณ สารเติมแต่ง และ “เวลา” ที่เราดื่ม วันนี้เราเลยเอาวิธีกินกาแฟให้ได้ประโยชน์สูงสุด ชะลอความเสื่อมของร่างกาย ช่วยเร่งการเผาผลาญ และไม่ทำลายค่ำคืนการนอนหลับอันแสนสุขมาฝากกัน

1. ดื่มแบบไหนถึงจะ “ชะลอวัย” (Anti-Aging)

ในเมล็ดกาแฟมีสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidants) ที่สูงมาก โดยเฉพาะสารกลุ่มโพลีฟีนอล ซึ่งช่วยปกป้องเซลล์จากการถูกทำลาย ลดการอักเสบในร่างกาย และชะลอความเสื่อมของผิวพรรณและสมอง

การดื่มกาแฟสูตรชะลอวัย ต้องเป็น “กาแฟดำ” (Black Coffee) เช่น อเมริกาโน่ หรือกาแฟดริป ที่ไม่ใส่น้ำตาล นม หรือครีมเทียม เพราะน้ำตาลและไขมันทรานส์คือตัวการเร่งให้เซลล์อักเสบและแก่เร็วขึ้น ถ้าเรากินกาแฟใส่น้ำตาลเยอะ ๆ ประโยชน์จากสารต้านอนุมูลอิสระจะโดนความหวานหักล้างไปจนหมด

2. ดื่มตอนไหนถึงจะ “เร่งการเผาผลาญ”

คาเฟอีนมีฤทธิ์กระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้ร่างกายตื่นตัว และช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญพลังงาน (Metabolism) รวมถึงช่วยดึงไขมันสะสมออกมาใช้เป็นพลังงานได้ดีขึ้น

สูตรเร่งเผาผลาญ ให้ดื่มก่อนออกกำลังกายประมาณ 30-45 นาที คาเฟอีนจะออกฤทธิ์ได้เต็มที่ ช่วยให้เราออกกำลังกายได้นานขึ้น เหนื่อยยากขึ้น และเบิร์นไขมันได้มากกว่าเดิมเป็นเท่าตัว

3. ดื่มอย่างไรไม่ให้ “ทำลายล้างการนอนหลับ”

หลายคนบ่นว่าดื่มกาแฟตอนบ่ายแล้วตกดึกนอนไม่หลับ หรือหลับไม่ลึก ตื่นมาแล้วเพลีย เหตุผลเพราะคาเฟอีนมี “ครึ่งชีวิต” (Half-life) ยาวนานประมาณ 5-6 ชั่วโมง หมายความว่าถ้าเราดื่มกาแฟตอนบ่าย 3 โมง ทุ่มตรงร่างกายก็ยังมีคาเฟอีนตกค้างอยู่ครึ่งหนึ่ง ซึ่งมากพอที่จะไปรบกวนสารสื่อประสาทที่ช่วยให้เราง่วงนอน

ดังนั้น ควรงดดื่มกาแฟหลัง 14:00 น. เป็นต้นไป เพื่อปล่อยให้ร่างกายเคลียร์คาเฟอีนออกไปให้มากที่สุดก่อนถึงเวลานอน และอย่าดื่มทันทีหลังตื่นนอน หรือ ช่วง 1-2 ชั่วโมงแรกหลังตื่น เนื่องจากร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล (ฮอร์โมนที่ช่วยให้ตื่นตัวธรรมชาติ) อยู่แล้ว การอัดคาเฟอีนเข้าไปทันทีจะทำให้ร่างกายดื้อต่อฮอร์โมนนี้ ลองเปลี่ยนมาดื่มแก้วแรกช่วง 09:30 - 11:30 น. จะเป็นช่วงที่ฟินและได้ประสิทธิภาพสูงสุด

สรุปโควตาความฟิน: ดื่มได้วันละเท่าไหร่?

ทางการแพทย์แนะนำว่า ร่างกายผู้ใหญ่ไม่ควรได้รับคาเฟอีนเกิน 400 มิลลิกรัมต่อวัน (เทียบเท่ากับกาแฟสดประมาณ 3-4 แก้วมาตรฐาน) แต่ถ้าจะเอาแบบเซฟ ๆ และได้ประโยชน์เน้น ๆ วันละ 1-2 แก้วกำลังดีที่สุด พร้อมเปลี่ยนจากกาแฟนมใส่น้ำซอสหวานฉ่ำ มาเป็นกาแฟดำอุ่น ๆ หรืออเมริกาโน่เย็นไม่หวานในเวลาที่ถูกต้อง เท่านี้กาแฟแก้วโปรดก็พร้อมจะทำหน้าที่เป็น “ยาวิเศษ” ช่วยดูแลสุขภาพและต่ออายุขัยให้เราได้แล้ว

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...