คพ.เผยผลตรวจ "ห้วยตะเข้" พบสารหนู-ตะกั่วเกินมาตรฐาน
วันนี้ (11 มิ.ย.2569) ดร.สุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ได้แถลงรายงานความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีปัญหามลพิษในแหล่งน้ำธรรมชาติของ จ.สระบุรี ซึ่งประกอบด้วย คลองหนองน้ำเขียว คลองเกด คลองห้วยตะเข้ และคลองเพรียว
โดยผลการเก็บตัวอย่างน้ำเพื่อตรวจสอบตามมาตรฐานคุณภาพน้ำในแหล่งน้ำผิวดินเมื่อช่วงปลายเดือน พ.ค.2569 ที่ผ่านมา พบสัญญาร้ายทางสิ่งแวดล้อม เนื่องจากสารโลหะหนักอันตรายอย่าง สารหนู (As) และตะกั่ว (Pb) มีค่าพุ่งสูงเกินกว่ามาตรฐานที่กฎหมายกำหนดไว้ตลอดลำคลอง
ในส่วนของผลการวิเคราะห์สารอินทรีย์ระเหยง่าย หรือ สาร VOCs ซึ่งตรวจวัดอย่างละเอียดด้วยกัน 3 วิธี ปรากฏผลดังนี้
วิธีแรกคือการตรวจด้วยวิธี Headspace หรือการดักจับโมเลกุลกลิ่นเพื่อหาไอระเหยในภาชนะปิด ตรวจพบสารอินทรีย์ระเหยง่ายรวม (TVOCs) กระจายตัวอยู่ตลอดลำคลอง
วิธีที่สองคือการนำน้ำจากจุดจัดเก็บทั้ง 7 จุดเข้าห้องปฏิบัติการ ซึ่งผลลัพธ์น่ากังวลเนื่องจากพบสารปนเปื้อนเคมีอุตสาหกรรมในทุกจุด ได้แก่ สารเบนซีน สาร 1,2 ไดคลอโรอีเทน สารไดคลอโรมีเทน สารเอทิลเบนซีน สารโทลูอีน และสาร 1,1,2-ไตรคลอโรอีเทน ซึ่งกลุ่มสารเหล่านี้เป็นดัชนีชี้วัดที่ชัดเจนว่าแหล่งน้ำสาธารณะถูกลักลอบปล่อยของเสียที่เป็นมลพิษมาจากภาคอุตสาหกรรม นอกจากนี้ ค่าสารอินทรีย์อย่างค่าบีโอดี (BOD) และซีโอดี (COD) ก็มีค่าสูงมากอันเป็นเหตุหลักทำให้ระบบนิเวศในน้ำเสื่อมโทรมลงอย่างรุนแรง
ส่วนวิธีที่สามคือการตรวจวัดสาร VOCs ในบรรยากาศโดยรอบจำนวน 16 ชนิด บริเวณห้วยตะเข้และเขตกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งมีการตั้งจุดตรวจวัด 3 จุดสำคัญ คือ บริเวณริมคลองตะเข้ ข้าง รร.สวนกุหลาบวิทยาลัย สระบุรี (ต.กุดนกเปล้า) บริเวณป้อมทางรถไฟ (ต.ห้วยแห้ง) และจุดอ้างอิงสถานีวนวัฒนวิจัยพระฉาย (ต.หนองปลาไหล) แม้ว่าผลลัพธ์ในภาพรวม 24 ชั่วโมงจะยังไม่เกินค่าเฝ้าระวังทั่วไป แต่กลับตรวจพบสารโทลูอีนปะปนในอากาศ ซึ่งสอดคล้องกับสารโทลูอีนที่พบในน้ำ โดยสารชนิดนี้ภาคอุตสาหกรรมนิยมใช้เป็นตัวทำละลายและสารตั้งต้นในสารเคลือบ สีทาบ้าน ทินเนอร์ และกาว
สำหรับการดำเนินคดีและการแก้ไขปัญหาในปัจจุบัน กรมควบคุมมลพิษไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยได้มอบหมายให้ นายชาญวิทย์ กันยา ผู้อำนวยการกองกฎหมาย นำข้อมูลและเอกสารหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ทั้งหมด เข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อ พล.ต.ต.เอนก เตาสุภาพ ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้อำนาจสืบสวนหาตัวการผู้ลักลอบปล่อยน้ำเสียและของเสียอุตสาหกรรมมาลงโทษตามกฎหมาย
พร้อมกันนี้ได้ส่งข้อมูลประสานงานไปยังกรมโรงงานอุตสาหกรรมและผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรีเพื่อร่วมตรวจสอบเชิงลึก ขณะเดียวกัน คพ. กำลังรอผลการตรวจวิเคราะห์ตะกอนดินจากการเก็บตัวอย่างเมื่อวันที่ 7 มิ.ย.2569 เพื่อนำมาประเมินความเชื่อมโยงและวางแผนจัดการขุดลอกตะกอนพิษไปกำจัดอย่างถูกต้องต่อไป
อ่านข่าวอื่น :
"ช่วยน้ำเงินด้วย" ยังไม่จบ กมธ.พัฒนาการเมือง จี้สอบเพิ่มพบคำชี้แจงไม่ตรงกัน
ศาลฎีกาตัดสิทธิการเมืองตลอดชีวิต "ศุภชัย โพธิ์สุ" ฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง ถือครองที่ดินรัฐ 220 ไร่