ประวัติ ราชสกุลยุคล เชื้อสายแห่งรัชกาลที่ 5 ทอดยาว 6 แผ่นดิน
คนไทยคุ้นเคยชื่อ “หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล” ผู้กำกับภาพยนตร์สุริโยไทและตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช หรือ “พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมศึกยุคล” ซึ่งได้รับการสถาปนาพระอิสริยยศในปี 2567 คนส่วนใหญ่รู้ว่าทั้งสองพระองค์ทรงเป็นพระญาติกัน แต่น้อยคนจะรู้ว่า ต้นกำเนิดราชสกุลยุคล จากเจ้าฟ้าพระองค์หนึ่งในรัชกาลที่ 5 ผู้วางรากฐานราชสกุลที่ใหญ่ที่สุดสกุลหนึ่งในประวัติศาสตร์ไทย
ต้นธารของราชสกุลยุคล เจ้าฟ้านักปกครองแห่งปักษ์ใต้
ราชสกุลยุคลสืบเชื้อสายมาจากองค์ต้นราชสกุล คือสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ายุคลทิฆัมพร กรมหลวงลพบุรีราเมศวร์ พระราชโอรสพระองค์ที่ 44 ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ประสูติแต่พระวิมาดาเธอ พระองค์เจ้าสายสวลีภิรมย์ กรมพระสุทธาสินีนาฏ ปิยมหาราชปดิวรัดา
พระองค์ประสูติเมื่อวันที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2426 และเสด็จไปทรงศึกษาวิชารัฐศาสตร์และประวัติศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ก่อนจะกลับมารับราชการในฝ่ายปกครอง
บทบาทที่โดดเด่นที่สุดของพระองค์อยู่ที่ภาคใต้ ทรงรับราชการในกรมพลัมภัง (กรมการปกครองในปัจจุบัน) กระทรวงมหาดไทย ระหว่างปี 2453-2458 จากนั้นทรงดำรงตำแหน่งสมุหเทศาภิบาลมณฑลนครศรีธรรมราช ซึ่งตั้งสำนักงานอยู่ที่เมืองสงขลา ในฐานะเจ้านายพระองค์แรกและพระองค์เดียวที่เป็นข้าหลวงต่างพระเนตรพระกรรณในรัชกาลที่ 6
พระองค์ทรงมีพระราชอำนาจบังคับบัญชาสูงสุดปกครองมณฑลปักษ์ใต้สามมณฑล ได้แก่ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และปัตตานี รวมระยะเวลาที่ประทับในภาคใต้นานถึง 15 ปี
เมื่อขึ้นรัชกาลที่ 7 พระองค์ได้รับการสถาปนาเป็นสมเด็จพระเจ้าพี่ยาเธอ กรมหลวงลพบุรีราเมศวร์ ทรงดำรงตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย และต่อมาเป็นอภิรัฐมนตรี ก่อนสิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2475 สิริพระชันษา 50 ปี
พระองค์ทรงเสกสมรสกับพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมเขตรมงคล พระธิดาในสมเด็จพระราชปิตุลา เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2450 และมีพระโอรสด้วยกันสามพระองค์ ซึ่งกลายเป็นรากของสามสายสกุลในราชสกุลยุคล
พระโอรสทั้งสามในรุ่นที่สองต่างทรงสร้างชื่อในแวดวงต่างกัน สายหนึ่งนำโดยพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอนุสรมงคลการ ซึ่งทรงเป็นพระบิดาของหม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล และมีพระโอรส-ธิดาสืบเชื้อสายหลายพระองค์ อีกสายหนึ่งสืบมาจากพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมพลทิฆัมพร ซึ่งมีพระโอรส-ธิดารวม 7 พระองค์ โดยในจำนวนนี้มีทั้งสายทหารและสายศิลปะ
ราชสกุลแห่งภาพยนตร์ไทย
ชื่อที่คนไทยทั่วประเทศรู้จักดีที่สุดในราชสกุลยุคล แน่นอนย่อมเป็น หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล หรือ “ท่านมุ้ย” ผู้กำกับภาพยนตร์ ผู้เขียนบท และผู้อำนวยการผลิต พระองค์ทรงคุ้นเคยกับการสร้างภาพยนตร์ตั้งแต่เยาว์ เนื่องจากตามเสด็จพระบิดาและหม่อมมารดา ผู้บุกเบิกภาพยนตร์ไทย
หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิมทรงศึกษาจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ลอสแอนเจลิส วิชาเอกสาขาธรณีวิทยาและวิชาโทสาขาภาพยนตร์ ทรงเป็นเพื่อนร่วมห้องเรียนกับฟรานซิส ฟอร์ด คอปโปลา และโรมัน โปลันสกี้
ในยุคหลัง หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิมหันมาสร้างภาพยนตร์พีเรียดฟอร์มยักษ์เล่าเรื่องบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ เริ่มจากสุริโยไท (2544) ที่ทำรายได้ 550 ล้านบาท ตามด้วยตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราชที่ขยายเรื่องราวมาถึง 6 ภาค (2550-2558) และพันท้ายนรสิงห์ (2558)
ทายาทที่สืบทอดเส้นทางนี้คือหม่อมราชวงศ์เฉลิมชาตรี ยุคล หรือ “คุณชายอดัม” ซึ่งปัจจุบันก็เป็นหนึ่งในผู้กำกับรุ่นใหม่ในวงการภาพยนตร์ไทย
สายทหาร และการสถาปนาพระอิสริยยศ
อีกสายที่โดดเด่นคือสายทหาร หม่อมเจ้าจุลเจิม ยุคล หรือ “ท่านชายใหม่” พลตรีผู้ได้รับพระราชทานเหรียญพิทักษ์เสรีชนจากเหตุการณ์สมรภูมิเขาค้อ ทรงเป็นที่รู้จักในสังคมออนไลน์จากการแสดงความเห็นในประเด็นต่างๆ อย่างตรงไปตรงมา พระองค์สิ้นชีพิตักษัยอย่างสงบ ณ บ้านพัก อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568 สิริชันษา 78 ปี
เหตุการณ์สำคัญล่าสุดของราชสกุลยุคลเกิดขึ้นในปี 2567 เมื่อมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาพลเอก หม่อมเจ้าเฉลิมศึก ยุคล มีพระนามตามที่จารึกในพระสุพรรณบัฏว่าพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมศึกยุคล เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน พุทธศักราช 2567 ทรงเป็นเจ้านายชั้นพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าพระองค์แรกในรอบ 15 ปี และเป็นพระองค์แรกทั้งในราชสกุลยุคลและในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว
ราชสกุลที่ใหญ่ที่สุดสกุลหนึ่ง
ราชสกุลยุคลนับเป็นราชสกุลที่มีทายาทเป็นเชื้อพระวงศ์ทั้งระดับหม่อมเจ้า หม่อมราชวงศ์ และหม่อมหลวงมากที่สุดสกุลหนึ่งในประเทศไทย ราชสกุลยุคลนับเป็นราชสกุลเก่าแก่หกแผ่นดิน ซึ่งหมายความว่าสายเลือดนี้ทอดผ่านรัชสมัยของพระมหากษัตริย์มาตั้งแต่รัชกาลที่ 5 จนถึงรัชกาลปัจจุบัน
สมาชิกแต่ละพระองค์ทรงมีปรีชาสามารถ ตั้งแต่นักปกครองผู้วางรากฐานการปกครองปักษ์ใต้ ไปจนถึงผู้กำกับภาพยนตร์ประวัติศาสตร์ที่ทำให้คนทั้งประเทศได้รู้จักสมเด็จพระนเรศวรในรูปแบบที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม ล้วนมีต้นธารเดียวกันคือเจ้าฟ้าพระองค์หนึ่งจากยุครัชกาลที่ 5 ผู้ใช้เวลาสิบห้าปีบุกเบิกการปกครองภาคใต้ของสยาม